นิวซีแลนด์ เตรียมโครงข่ายแต่ละรายสูงทะลุ 2 Tbps หลังพบผู้ใช้ปรับโปร 1Gbps มากกว่า 10%

ล่าสุดผู้ให้บริการ Chorus กำลังดำเนินการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานจากการให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านในระบบเดิมให้กลายเป็น Fiber มากกว่า 50% ทั่วประเทศนิวซีแลนด์ ทำให้ต้องปรับความจุของโครงข่าย Chorus ให้รองรับมากกว่า 2 Tbps ซึ่งมีอัตราการเพิ่มขึ้นมากกว่า 77% จากเดือนมิถุนายน 2017 ที่ผ่านมา



ที่ผ่านมาผู้ให้บริการ Chorus มีผู้ใช้บริการการเชื่อมต่อระบบบรอดแบนด์สูงถึง 1.2 ล้านราย โดยจำนวน 600,000 รายนั้นติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ต Fiber GPON ที่เหลือแบ่งออกเป็นระบบ VDSL จำนวน 270,000 ราย และ ระบบ ADSL จำนวน 327,000 ราย

ซึ่งที่ผ่านมาทางโครงข่าย Chorus ได้ทำการอัพเดทโครงข่าย ASX ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2562 เป็นจำนวน 58,000 รายให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1 Gbps ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 60 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อเดือน หรือประมาณ 1241 บาท (เทียบค่าเงิน 25/07/2562)

รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการพาณิชย์แห่งนิวซีแลนด์ (New Zealand Commerce Commission) พบว่าความเร็วสูงสุดของผู้ใช้งานบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 1 Gbps ล้วนแล้วมาจากเทคโนโลยี Fiber ซึ่งโดยปกติผู้ใช้งานทั่วไปจากทุกกลุ่มโดยความเร็วอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยอยู่ที่ 550Mbps และในเวลาเร่งด่วนความเร็วอินเทอร์เน็ตเรียกว่าช่วงเวลา Fiber Max เฉลี่ยอยู่ที่ 525Mbps ส่วนนี้ต้องดำเนินการปรับปรุงต่อไปในอนาคต ซึ่งพบปัญหาจำนวนการใช้งานชั่วโมงการใช้งานสูงสุดถึง 72.3%

ที่ผ่านมาสัดส่วนของการทำการตลาดของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ผ่านการให้บริการ Fiber ซึ่งให้บริการตามรายการส่งเสริมการขาย 1 Gbps มีผู้สมัครแล้วมากกว่า 10% ในขณะที่กลุ่มราคา NZ$46 หรือ 951.63บาท จำนวน 71% มีการใช้งานตามรายการส่งเสริมการขายอยู่ที่ 100 Mbps

โดยในขณะนี้ทาง Chorus อยู่ระหว่าการทดสอบระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 10 Gbps ผ่านการให้บริการระบบ GPON เชื่อมต่อด้วยเส้นใยในโอ๊คแลนด์และเวลลิงตัน และ Fiber XGS-PON ของ Nokia ที่สำคัญคาดว่าจะวางแผนการวางระบบ Fiber ผ่านโครงข่าย

ข้อมูล  thebreakingnewstoday  bloomberg

Share this Article: