5G vs. 4G กับความเร็วในการใช้งานจริง พร้อมเทียบความเร็ว 5G ใน U.S.

จากความเร็วตามทฤษฎี วันนี้ เราได้ใช้ 5G อย่างเป็นทางการในบางพื้นที่แล้ว ซึ่งเราจะมาดูกันว่า จากเดิม ที่เราร่ายกันตามความเร็วในการทดสอบก่อนเริ่มใช้งาน กับตอนนี้ที่มีการใช้งานจริง ความเร็ว 5G เมื่อเทียบกับ 4G เป็นยังไง และค่ายไหนใน U.S. ที่ความเร็วบนคลื่น 5G แรงสุด

ก่อนหน้านี้เราคุยกันเรื่องอนาคต ว่าถ้ามี 5G แล้ว เราจะได้สัมผัสความเร็วแบบนี้ แรงกว่า 4G 10 เท่า โดยอ้างอิงจากผลการทดสอบ ก่อนเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการ ซึ่งปัจจุบัน มีการใช้งาน 5G ในบางพื้นที่แล้ว ซึ่งเราได้สัมผัสความเร็วในการใช้งานจริงๆ ไม่ใช่การทดสอบ ข้อดีคือ ความเร็วที่สูงขึ้น และค่า latency ต่ำ

ในช่วงการทดสอบ ก่อนเริ่มใช้งาน มันดีไปหมดแหล่ะ ข้อดีเพียบ แต่พอเริ่มใช้งานจริงเป็นอย่างไร แล้ว 5G เมื่อเทียบกับ 4G ความเร็วเป็นอย่างไร

ถ้าเทียบความเร็วแล้ว แน่นอนว่า 5G เร็วกว่า 4G จริง ซึ่งจากตาราง พบว่า ความเร็ว 5G ของ Verizon แรงสุด 713Mbps - 1.07Gbps ซึ่งเทียบกันแล้ว ความเร็ว 4G ก็แรงกว่าค่ายอื่นด้วย เรียกว่า ยิ่งค่ายไหน 4G แรง 5G ก็แรงตามไปด้วย

5G: Promise vs. reality

ถ้าเราฝันว่าความเร็ว 5G จะแรงกว่า 4G 10 เท่า นั่นคือหลักทฤษฎี ในขณะที่ในความเป็นจริง การใช้งานจริง การทดสอบความเร็ว มีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง แน่นอนว่าความเร็วตกลงจากปัจจัยแวดล้อมอยู่แล้ว


จากภาพ เห็นว่า ความเร็วเครือข่าย 5G ของ Sprint ใน Chicago มีความเร็วต่ำกว่า 200 Mbps.

เทียบความเร็ว 5G ทั้ง Verizon และ AT&T ทำความเร็วบน 5G ได้ดี แตะ 10 Gbps. โดยการทดสอบจะต้องมีเป้าหมาย แต่การไปถึงเป้าหมายนั้น ความเร็วที่ต่ำ อาจจะต้องการปริมาณคลื่นที่รองรับความเร็วได้สูงขึ้น เพื่อใช้งาน 5G ได้เต็มประสิทธิภาพ โดยคลื่น millimeter-wave ซึ่งเป็นคลื่น high-band ของ AT&T, Verizon และ T-Mobile นั้นใช้งานบน 5G กับคลื่นความถี่ mid และ low เพื่อใช้งาน 5G ค่อนข้างที่จะทำความเร็วได้ดี

ดูจากผลทดสอบแล้ว 5G เร็วกว่า LTE ก็จริง ตามผลสำรวจ Opensignal เครือข่าย 5G ใน U.S. ความเร็วดาวน์โหลด เร็วกว่า 4G ประมาณ 3 เท่า เทียบจาก 1.8 Gbps กับ 678 Mbps. (แต่เรายังไม่เห็น peak speeds หรือความเร็วสูงสุดบนเครือข่าย 5G หรือ 4G ใน U.S.)

AT&T เรียกว่า เครือข่าย 5G E เป็นขั้น advanced ของ LTE ความเร็วดาวน์โหลด เร็วกว่า 4G 2 เท่า ในขณะที่เครือข่ายใช้ชื่อเรียกเทคโนโลยี 5G ว่า 5G+ เพื่อเรียกความเร็วระดับ Gigabit โดย Verizon เรียกเครือข่าย 5G ที่เร็วแตะ Gigabit เกือบแตะ 2 Gbps. ส่วน Sprint ยังทำความเร็วต่ำกว่าที่เราคาดไว้บน 5G กับ peak speeds 1 Gbps และความเร็วเฉลี่ย 150 Mbps.

ความเร็ว download speeds ใกล้แตะ 1 Gbps บนเครือข่าย AT&T 5G+ ใน Las Vegas

ถ้าเทียบความเร็วเคลมในการโฆษณาแล้ว 5G ที่เครือข่ายเคลมไว้ก็ถือว่าใกล้เคียง แต่สำหรับ Sprint ใช้คลื่น mid-band ช้ากว่า แต่ก็เสถียรกว่า AT&T, T-Mobile และ Verizon ซึ่งใช้คลื่น high-band บนความถี่ millimeter-wave หากต้องการความเร็วที่สูง ผู้ใช้จะต้องอยู่ใกล้เสา 5G ทั้งนี้ เรื่องความครอบคลุมของสัญญาณ ยังต้องพัฒนา เพื่อใช้ 5G ใน indoors บน millimeter-wave เราเทียบกันระหว่าง Verizon ที่ใช้คลื่น mmWave-based กับ Sprint ที่ใช้คลื่น 5G mid-band ใน Chicago และพบว่า ความเร็ว Verizon เร็วกว่า แต่เสถียรกว่า Sprint โดยเฉพาะ indoors

เราพบว่า ความเร็วดาวน์โหลดใกล้แตะ 1 Gbps บนเครือข่าย Verizon ที่ Chicago และความเร็ว 900 Mbps จาก AT&T ใน Las Vegas ในขณะที่ T-Mobile บน mmWave 5G ใน New York ทำได้ดีกว่าใน Chicago และ Vegas ซึ่งได้ความเร็วเพียง 600 Mbps ส่วน Sprint ช้ากว่าที่ 350-450 Mbps ใน Dallas และหลายการทดสอบ ได้ต่ำกว่า 200 Mbps ใน Chicago เราพบผลทดสอบคล้ายคลึงกันจาก Sprint แต่อย่างน้อยเราก็ใช้งาน 5G ใน indoors ได้


เครือข่าย 5G ของ Verizon ให้ความเร็วสูงสุดเกิน 1 Gbps ใน Chicago

ถ้าตามทฤษฎีแล้ว 5G ควรจะไวกว่า 4G 10 เท่า คือ 10Gbps แต่อย่างน้อยในพฤติกรรมที่ดาวน์โหลดหนังความยาว 1 ชั่วโมง 48 นาที ภายในเวลา 49 วินาทีเท่านั้นเอง บนเครือข่าย AT&T 5G+ ซึ่งมีความเร็ว 956 Mbps ในการทดสอบ

พฤติกรรมปัจจุบันในการใช้งานของผู้คนเปลี่ยนไป ปัจจุบันสตริมมิ่งบนมือถือ ก่อนหน้านี้ยังสตริมมิ่งบนคอมพิวเตอร์ ใช้ไวไฟบ้าน ความเร็วที่สูงขึ้น ตอบสนองพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนไป

นอกจากเรื่องความเร็วแล้ว 5G ยังมาพร้อม latency ที่ต่ำกว่า ตามหลักแล้ว 5G จะลด latency ให้ต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที โดยปัจจุบัน latency บน 4G ประมาณ 42.2 และ 60.5 มิลลิวินาที ใน 40 เมืองหลักของ U.S. (ผลจาก Opensignal) ถือว่าเพียงพอกับการใช้ Augmented Reality หรือ Virtual Reality

ราคาแพ็กเกจ 4G เมื่อเทียบกับ 5G ล่ะ เร็วกว่า แล้วจ่ายแพงกว่าเยอะไหม?

3 ใน 4 ของผู้ให้บริการยังไม่ได้เริ่มเก็บค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับ 5G แต่ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลง

แพ็กเกจ 5G ของ Verizon จ่ายเพิ่ม $10 ต่อเดือน จากแพ็กเกจ unlimited เดิม โดยเริ่มต้น $85 ต่อเดือน ส่วน Verizon งดเว้นการเก็บค่าบริการ (จำกัดช่วงเวลา) เพราะกำลังขยายสถานี 5G ให้ครอบคลุม

Randall Stephenson CEO ของ AT&T บอกว่า ในช่วงของการเริ่มต้น 5G จะมีโปรโมชั่นคล้ายโปร home broadband ถ้าซื้อ Netgear Nighthawk 5G mobile hotspot โดย AT&T มีอุปกรณ์ 5G ให้ลูกค้าได้ใช้ เน็ตปริมาณ 15GB ราคา $70 ต่อเดือน แต่ยังไม่มีแพ็กเกจสำหรับ สมาร์ทโฟน 5G สำหรับลูกค้า ยังต้องใช้ตัว 5G mobile hotspot ส่วนแพ็กเกจ LTE unlimited data เริ่มต้นที่ $70 ต่อเดือน

T-Mobile และ Sprint ยังไม่เก็บค่าบริการ 5G แยกจาก 4G แต่เริ่มขายมือถือ 5G กับแพ็กเกจ unlimited data โดย T-Mobile นั้นใช้ชื่อแพ็กเกจ Magenta มีค่าบริการ $70 ต่อเดือน Sprint จะต้องสมัครแพ็กเกจ Unlimited Premium แพงกว่า คือ $80 ต่อเดือน สำหรับ 1 ซิม และเพิ่มอีก $60 สำหรับซิมอื่นๆ

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่าน ช่วงเริ่มต้นของ 5G เป็นปีแรกที่ใช้ 5G ในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีที่บอกเล่าว่า 5G จะดีกว่า 4G ตามทฤษฎี

tomsguide

Share this Article: