คลื่น 5G และ Wi-Fi ถือเป็นคลื่น Non-ionizing กลุ่มเดียวกับ TV และ FM ไม่เสี่ยงกับโรคมะเร็งและเนื้องอก

ล่าสุดในประเทศสหรัฐอเมริการออกมาประกาศเรื่องความปลอดภัยในการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม 5G ทั้งความถี่ต่ำและความสูงให้แก่ประชาชนรับทราบ หลังจากจากผู้ประท้วงบางส่วนเกิดความกังวลเรื่องการใช้งานเทคโนโลยี 5G


สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริการ (The Food and Drug Administration) และ FCC ของประเทศสหรัฐอเมริการ (ทำหน้าที่คล้าย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ของประเทศไทย) ออกมาให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ไม่เกี่ยวข้องกันระหว่างมะเร็งจากคลื่นมือถือหรือระหว่างเสาสัญญาณมือถือมาตั้งแต่ปี 2554

ซึ่งทางหน่วยงานไม่นิ่งนอนใจในการใช้คลื่น 5G ในความถี่สูงใช้คลื่นย่าน Millimeter จะมีการทดสอบต่อไป (ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริการได้จัดประมูลคลื่น 24 , 26, 28 GHz เพื่อใช้ในการให้บริการ 5G) ปีหน้าจะมีการประมูลคลื่น 37GHz, 39GHz และ 47GHz ซึ่งยังไม่นับคลื่นความถี่โทรคมนาคมเดิม เช่น ความถี่ต่ำ 600MHz และความถี่กลางในแถบความถี่ 2.5GHz, 3.5GHz และ 3.7GHz-4.2GHz-4.2GHz

ทาง cnet และ androidauthority ได้รวบรวมข้อมูลระบุว่า ที่ผ่านมาการแผ่รังสีที่ทำให้ร่ายกายเกิดผลกระทบ หมายถึง การทำให้ร่ายกายเกิดความร้อน ส่งผลทำให้ร่ายการป่วย ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ionizing และ non-ionizing ซึ่งพลังงานเหล่านี้จะส่งผลทำให้ DNA ของร่างกาย เปลี่ยนรูปตนเองหรือทำลายตนเองทำให้ร่ายกายเกิดโรคมะเร็ง หากได้รับพลังงานรังสีมากจนเกินไป ตัวอย่างคือ การเดินรับแสงอาทิตย์ในเวลากลางวัน ร่างกายจะได้รับความร้อนและแสงแดดที่เรามองไม่เห็น (Ultraviolet Rays) จะเปลี่ยนรูปทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง

ที่ผ่านมากลุ่ม Non-ionizing ซึ่งเป็นความถี่ต่ำและมีความยาวของคลื่นที่กว้าง ยังไม่สามารถผลิตพลังงานมากพอทำให้ DNA ของร่างกายเปลี่ยนรูปตนเองหรือทำลายตนเองทำให้ร่ายกายเกิดโรคมะเร็งได้ เช่น คลื่นความถี่วิทยุ FM, คลื่น TV , โครงข่ายโทรคมนาคม ทั้ง 3G และ 4G

กรณีคลื่น Microwave and millimeter ซึ่งถือเป็นคลื่นหลักในการให้บริการ 5G ยังไม่ถือเป็น ionizing ที่จะก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็ง หรือทำลายเซลล์โดยตรง เช่นเดียวกับอุปกรณ์ Wi-Fi ระบบเปิดปิดประตูรถยนต์ หรือระบบสแกนเนอร์ที่รักษาความปลอดภัยในสนามบินถือเป็นการใช้คลื่นไมโครเวฟความถี่ต่ำ ก็ไม่ก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็งเช่นกัน

นักวิจัยยอมรับว่าการแผ่รังสีจากอุปกรณ์เหล่านี้ บางส่วนได้รับคลื่นแล้วเกิดความเครียดแต่น้อยมากที่ปฏิกิริยาออกซิเดชันในเซลล์จะทำให้เป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคทางระบบประสาท

แต่เมื่อทดสอบเป็นพันๆ ครั้ง ก็ไม่เชื่อมโยงกับโรคมะเร็งหรือการพัฒนาของโรคมะเร็งกลายเป็นเนื้องอก
 
Jonathan Samet ได้ศึกษา a pulmonary physician and epidemiologist and the dean of the Colorado School of Public Health ชี้ให้เห็นว่า หลักฐานที่คลื่นความถี่ 5G ยังไม่มีน้ำหนักหรือหลักฐานมากพอที่จะชี้ได้ว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง แม้แต่หนูที่อยู่ในห้องทดลองที่ได้รับคลื่น 2G และ 3G ยังมีชีวิตที่ยาว

ข้อมูล  
cnet  androidauthority  digitaltrends
Share this Article: