เน็ตหมด? แพ็กเกจ 5G ยังคงมีการจำกัดปริมาณเน็ตอยู่อีกเหรอ?

ท่ามกลางการเฉลิมฉลองการเปิดตัวเครือข่าย 5G เราก็มีคำถามว่า ผู้ใช้ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อใช้บริการที่พรีเมี่ยมขึ้นหรือไม่ จากการใช้งาน 4G ในปัจจุบัน อัพเกรดเป็น 5G ซึ่งจะต้องใช้อุปกรณ์ใหม่ที่รองรับ บนพื้นที่ที่เครือข่ายให้บริการ 5G แล้วเน็ตจะหมดเหมือนที่เคยเจอไหม?

อย่างข่าวที่เราได้ยินเรื่องของ "เน็ตหมด" จากการถ่ายทอดสดวีดีโอผ่านสัญญาณ 5G เพื่อออกอากาศผ่านช่อง BBC News ซึ่งเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น การออกอากาศสะดุดกลางคัน ด้วยสาเหตุคือ เน็ตหมด โดย 3 วันหลังจากทดสอบ video-streaming ผ่านเครือข่าย EE ทำให้เน็ตหมด (ถูกจำกัดปริมาณเน็ต) ซึ่งซิมต้องการการเติมเน็ตให้เพียงพอต่อการไลฟ์ผ่านวีดีโอ

ย้อนกลับไปเรื่องของ FUP หรือการจำกัดปริมาณเน็ต ถ้าแปลตามตัวที่คนไทยเราเข้าใจคือ Fair Usage Policy หมายถึง ใช้งานร่วมกันอย่างเหมาะสม แฟร์ๆ ไม่ส่งผลกระทบให้ผู้ใช้คนอื่นเดือดร้อน

ทำไมเราถึงต้องกังวลเรื่องเน็ตถูกจำกัดปริมาณล่ะ?

ถ้าเป็นตอนที่เราใช้ 3G 4G เราเน้นใช้ Social Network พอเน็ตความเร็วลดลง เราก็จะใช้งานได้ช้า หรือหมุนๆ แทบใช้งานไม่ได้ และเมื่อเป็น 5G ต้องการปริมาณเน็ตที่เยอะ เพราะความเร็ว 5G นั้นสูงกว่า 4G ซึ่งแพ็กเกจเน็ตที่เลือกใช้ก็ต้องเลือกแพ็กเกจสูงๆ ตามไปด้วย แต่ก็มีการจำกัดปริมาณเน็ตไว้ โดยแพ็กเกจต่ำสุด จ่ายเดือนละ £54 โดยมีค่าบริการ £170 เมื่อผูกโปรกับมือถือ 5G มีการจำกัดปริมาณเน็ตไว้ที่ 10GB ซึ่งก็ดูเหมือนเยอะ  แต่อันที่จริงแล้ว 5G นั้นหากนำมาใช้ stream บนความละเอียดระดับ ultra-high definition 4K ซึ่งเน็ต 10GB นั้นสามารถทำได้สบายๆ

จริงอยู่ว่าการจำกัดปริมาณเน็ต ก็เพราะว่า ช่วยควบคุมปริมาณการใช้เน็ตไม่ให้กระทบกับส่วนรวม แต่สำหรับ 5G ทุกคนต้องการสตริมมิ่ง ต้องการปริมาณเน็ตเยอะ แล้วไหงดันมีการจำกัดปริมาณเน็ตอีกล่ะ นี่มันยุค 5G แล้วนะ?

ลองนึกภาพดูว่า ถ้าไม่มีการจำกัดปริมาณ 1 คน โหลดวีดีโอเกมส์บนคอนโซล 30GB บน 5G เรียกว่าใช้แทนเน็ตบ้านเลยล่ะ งั้นถามแบบนี้แล้วกัน เน็ตปริมาณเท่าไหร ถึงจะพอ

EE ให้บริการรายแรกบน 5G ก็ยังไม่มีการแข่งขันกันหรอก ซึ่งช่วงแรกๆ ผู้ใช้เองก็ยังไม่รู้ว่าพฤติกรรมตัวเองใช้เน็ตหนักขนาดไหน แต่ EE ก็บอกกับ BBC ว่า แพ็กเกจเน็ต 5G ปริมาณ 10GB นั้นเพียงพอกับการใช้งานของผู้ใช้ทั่วไป การนำเน็ต 5G มา Live Stream ออกอากาศสด ใช้เน็ตเยอะกว่าพฤติกรรมปกติของผู้ใช้ที่ใช้งานจริง โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใช้ความเร็วเน็ตในการถ่ายทอดสดที่ 260Mbps

ในช่วงแรกของการใช้งาน 5G นั้น ผู้ให้บริการ ก็คงต้องจับตาพฤติกรรมการใช้เน็ต ว่าผู้ใช้ทั่วไป ใช้เน็ตปริมาณเท่าใดถึงจะเหมาะสม ซึ่งเมื่อ Vodafone ให้บริการ 5G เร็วๆ นี้ ก็จะเริ่มมีการแข่งขันมากขึ้น และลดข้อจำกัดของปริมาณเน็ตได้ อาจจะมีการเพิ่มปริมาณเน็ตให้เหมาะสม

นี่คือตัวอย่างแรกของอาการ "เน็ตหมด" ที่ดันบังเอิญออกอากาศสดผ่านทีวีและเป็นข่าวดังไปทั่วโลก แต่ทั้งนี้ เรื่องเน็ตหมด อาจจะต้องปรับปริมาณเน็ตให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ และตามปกติถ้า Live เราก็มักจะเช็กปริมาณเน็ตก่อนออกอากาศเสมอ

ส่วนเรื่องการออกอากาศผ่าน 5G นั้น "สอบผ่าน" เพราะเราได้เห็นกันแล้วว่าไหลลื่น แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่า เราใช้ 5G ในช่วงแรกๆ ความเร็วยังไม่ตกลงมากนัก แต่ถ้ามีผู้ใช้จำนวนมากๆ ความเร็วอาจตกลงเหมือนที่เราใช้ 4G แล้วช้า เพราะปริมาณการใช้งานหนาแน่นนั่นเอง

bbc venturebeat techspot

Share this Article: