Android Q กับการพัฒนาเพื่อปูทางรองรับ 5G ผู้ใช้ได้ประโยชน์ เชื่อมต่อดีขึ้น ใช้ดาต้าน้อยลง

Android Q ปูทางสู่การใช้งาน 5G ใช้เน็ตได้เต็มประสิทธิภาพ นักพัฒนาออกแบบเพื่อผู้ใช้งาน ใช้เน็ตได้ราบรื่น ใช้ดาต้าน้อยลง 

Google เปิดตัว Android Q เป็น Android OS ใหม่ในงาน Google IO 2019 ซึ่งมี UX แบบใหม่ มีการพัฒนาที่น่าตื่นเต้น เช่น Dark Mode รวมไปถึง ฟีเจอร์ที่ทำให้ปูทางไปสู่การใช้งาน 5G ได้ง่ายขึ้น โดยรองรับการใช้งานบนมือถือ 5G ซึ่งก็เริ่มมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G ออกมาบ้างแล้ว

สิ่งสำคัญก็คือ ความสามารถที่ช่วยให้นักพัฒนาแอป สามารถตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งานดาต้าของผู้ใช้ รู้ว่าความเร็วในการดาวน์โหลด และ latency ควรจะเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ความเร็วในการใช้งาน 5G นั้นพุ่งสูงแตะ 1Gbps ตามที่ผู้ให้บริการได้กล่าวอ้างไว้ ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้ไวขึ้น ดาวน์โหลดหนัง HD ความยาวเป็นชั่วโมงได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

ในงาน Google IO, Bhavin Rokad ผู้บริหารกลยุทธ์ Android ของ Google นำเสนอให้เห็นว่า สมาร์ทโฟนที่ใช้ Android Q beta 3 บนเครือข่าย 5G สามารถดาวน์โหลดวีดีโอความละเอียด 8K ได้เพียงเสี้ยววินาที เราได้พบประสบการณ์ใหม่ในการดาวน์โหลด AR animations ที่รวดเร็วในพริบตา นั่นคือระบบ OS จะช่วยให้นักพัฒนา ต่อยอดแอปบน 5G ได้

ประโยชน์ของการรองรับ 5G บน Android Q

1. นักพัฒนา สร้างแอปที่จัดการการใช้ดาต้าได้ดีขึ้น

การพัฒนา Android Q นักพัฒนามี API ใหม่ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าแอปต้องการใช้ดาต้ามากแค่ไหน ที่จะส่งดาต้าให้กับตัวเครื่อง และควรใช้ latency แบบใดที่จะได้ประสบการณ์ดีที่สุด

ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าแอปขนาดเล็ก 5MB หรือขนาดใหญ่ 100MB ถ้าระบบรู้ข้อมูลการเชื่อมต่อ นักพัฒนาแอปสามารถจัดการเพื่อให้ผู้ใช้ได้ประสบการณ์ดีที่สุด เช่นการ streaming สื่อ และลบภาพเก่าๆ ของการแล็ค

2. นักพัฒนา ช่วยให้ผู้บริโภค ใช้ดาต้าน้อยลง 

ถ้ามีการบริหารจัดการดีๆ มี API ให้แอปตรวจสอบการเชื่อมต่อของผู้ใช้ มีการกำหนดขีดจำกัดของการดาวน์โหลด และส่งข้อมูลแพ็กเกจขนาดใหญ่อย่างเหมาะสม (เชื่อมต่อรวดเร็ว, ใช้ดาต้าไม่จำกัด และอื่นๆ)

ความฉลาดของระบบ จะช่วยแนะนำเราได้ เช่น ส่งรูปขนาดใหญ่ผ่าน อีเมล์ ระบบจะถามว่า ต้องการย่อขนาดภาพหรือไม่ หรือต้องการส่งภาพขนาดต้นฉบับ แอปจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้เหมาะสมกับดาต้าที่จะต้องใช้ ช่วยจำกัดการใช้ปริมาณดาต้าได้ นั่นหมายถึงใช้ดาต้าได้อย่างชาญฉลาดขึ้น

3. เพื่อนสนิทในการเชื่อมต่อ 5G

Android Q จะรู้ทันทีหากคุณเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วในการเชื่อมต่อ แต่เป็นความฉลาดในการวิเคราะห์พฤติกรรม เช่น การส่งไฟล์ขนาดใหญ่ การเล่นเกมที่โหดๆ แบบไหนที่ใช้ดาต้าเยอะและจำเป็นต้องใช้ 5G แบบเต็มสูบ เพื่อประสบการณ์ที่ราบรื่นนั่นเอง

แต่การรับส่งข้อมูล ไม่ใช่แค่ Android Q กับมือถือ เพราะโอเปอเรเตอร์ก็ต้องพัฒนาร่วมกันด้วย เพราะ API นำมาปรับปรุงการใช้งานดาต้าให้ไหลลื่นขึ้น โดยจะต้องจับมือกับผู้ให้บริการ ในขณะที่ Google เองก็ยังต้องมีการพูดคุยเจรจากับโอเปอเรเตอร์ เพื่อขอสิทธิในการเข้าถึงเครือข่าย แม้จะเป็นคอนเซ็ปต์ แต่ก็น่าสนใจมาก

ในขณะที่ 5G เพิ่งเริ่มต้น แต่นักพัฒนายังมีเวลาพัฒนาเพื่อการใช้งาน 5G อย่างสมบูรณ์ แรกเริ่มมีการเริ่มต้นใช้งาน 5G ในพื้นที่เล็กๆ ซึ่งบางครั้ง ผู้ใช้เองก็ต้องการความเร็วสูงๆ แต่ไม่ใช่ตลอดเวลา ดังนั้นหากพร้อมใช้งานได้ทันทีที่ต้องการ นั่นคือประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม

แต่ทั้งนี้ สมาร์ทโฟน 5G และค่าบริการ 5G ในช่วงแรก ยังมีราคาสูง แถมชีวิตเราทั่วๆไป คงไม่ต้องการใช้งาน 5G ตลอดเวลา แต่ก็มีช่วงที่ต้องการใช้ความเร็วสูงอยู่ และก็มีคำถามว่าถ้าประหยัดดาต้า ใช้น้อยลง แล้วเราจำเป็นต้องซื้อแพ็กเกจเน็ตเยอะๆ ไหม ก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความต้องการของผู้ใช้งาน

แต่อย่างน้อยๆ Android Q ก็มาถูกที่ ถูกเวลา ในตอนที่เรากำลังจะก้าวไปสู่ 5G 

techradar engadget

Share this Article: