ตัวอย่างการนำ 5G มาช่วยเปลี่ยนโลกอุตสาหกรรมการผลิต

อย่างที่เราทราบกันดีว่า 5G เข้ามาเปลี่ยนชีวิต ทั้งเรื่องความบันเทิง การสื่อสาร และการขนส่ง ซึ่งเราก็ได้ทราบข่าวมาสักระยะแล้ว แต่ในเรื่องของการผลิต (manufacturing) นั้น เรียกได้ว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงให้การผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

จุดเด่นของเครือข่าย 5G สามารถติดตั้งในพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น โรงงานผลิต โดยไม่ต้องใช้พื้นที่มาก และไม่ยุ่งยากมากนัก ซึ่งนอกจากความเร็วในการรับส่งข้อมูล การลดต้นทุน ทำให้ 5G เข้ามาช่วยให้ขั้นตอนการผลิต ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น มีความเป็นไปได้ว่า จะมีการนำ 5G มาใช้กับอุตสาหกรรมการผลิต ก่อนที่จะถึงมือผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งผู้ใช้ทั่วไป ต้องการสมาร์ทโฟนที่รองรับ รวมไปถึงผลสำรวจที่ออกมาว่า ผู้บริโภคยังไม่พร้อมที่จะจ่ายค่าบริการ 5G ที่สูงกว่า ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ

Ericsson หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์ 5G ที่ใหญ่ที่สุด ในร่วมทดสอบครั้งแรกกับสถาบันเทคโนโลยีการผลิต Fraunhofer Institute ในเยอรมัน โดยมีการทดลองเกี่ยวกับการที่โรงงานผลิตใช้เจียโลหะเพื่อที่จะใช้ทำส่วนประกอบเครื่องบิน Jet เพื่อประกอบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในกระบวนการที่้เรียกว่า การกัดโลหะ ซึ่งใช้เวลานานถึง 20 ชั่วโมงจึงจะเสร็จสมบูรณ์ และต้องการใช้การเจียที่แม่นยำเพื่อสร้างส่วนประกอบโลหะ

ขั้นตอนนี้พบความผิดพลาดสูงถึง 25 เปอร์เซนต์ เนื่องจากเกิดการสั่นสะเทือน ทำให้ใบมีดทำงานผิดปกติ ส่งผลต่อการผลิต บ่ายครั้งที่ตรวจไม่พบข้อผิดพลาด จนกว่าจะเสร็จสิ้นการผลิต นั่นหมายถึงการสูญเสียเวลาในการผลิต ที่มีสาเหตุจากใบมีดบกพร่อง

แต่ถ้าเรานำ 5G มาใช้กับเซ็นเซอร์ บนส่วนประกอบการผลิต Ericsson สามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดแบบเรียลไทม์ และลดอัตราความผิดพลาดลงได้ 15% ซึ่งลดต้นทุนที่้เกิดจากความบกพร่อง เทียบกับแต่ก่อนที่ต้องรอการผลิตเสร็จสิ้น ซึ่งทำให้ลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 4,075 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 129 แสนบาท)

นอกจากนี้ จุดเด่นของ 5G คือเรื่องของ Latency หรือค่าหน่วงเวลาต่ำ ทำให้มีประโยชน์ต่อการผลิต เพราะรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ได้รวดเร็ว ซึ่งมีประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้

Åsa Tamsons รองประธานอาวุโสของ Ericsson กล่าวว่า ด้วยประโยชน์ของค่าความหน่วงเวลาต่ำ เราสามารถรู้ได้ทันทีว่ามีการผิดปกติในกระบวนการผลิต รู้และหยุดเครื่อง ก่อนที่จะกระทบใบมีดซึ่งส่งผลต่อการบกพร่องในการผลิตได้ 

Nishith Tripathi ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีไร้สายมือถือจาก Award Solutions กล่าวว่า 5G เข้ามาช่วยการผลิตในโรงงานได้ ซึ่งแน่นอนว่า 4G ทำไม่ได้ เพราะความเร็วไม่สูงพอ และค่าหน่วงเวลาไม่ต่ำพอ ข้อดีของ 5G ที่เหมาะกับการใช้ในโรงงานก็คือ ติดตั้งง่าย และรองรับอุปกรณ์จำนวนมากได้

ลองนึกภาพ โรงงานผลิตขนาดใหญ่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ 5G บนหลังคาได้ ซึ่งง่ายกว่าการติดตั้งเพื่อใช้กับงานอื่นๆ เช่น รถยนต์ขับเคลื่อนไร้คนขับ ที่วางเครือข่ายยากกว่า เพราะต้องมีการวางเครือข่าย 5G ในทุกเส้นทางที่ผ่าน นอกจากนี้ Tripathi ยังมองว่า เทคโนโลยี 5G รองรับการเชื่อมต่อในปริมาณมากได้พร้อมกัน ซึ่งเหมาะกับโรงงานผลิตเพราะมีเครื่องมือการผลิตจำนวนมากที่ทำงานพร้อมกัน

Ericsson ไม่ใช้เพียงบริษัทเดียวที่ทดลองทดสอบเทคโนโลยี แต่บริษัท Bosch ในส่วนของโรงงานที่ Worcester ประเทศอังกฤษก็ได้เริ่มใช้ 5G trials เมื่อเดือนที่ผ่านมาด้วย และใน Austin, Texas ทาง Samsung ซึ่งทำงานกับ AT&T ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ CNN เพื่อสร้างโรงงาน  5G ที่มี "innovation zone"

นี่คืออีกมิติของ 5G ที่เรามองภาพของ 5G ไม่ใช่แค่เรื่อง holograms, virtual reality แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นและสัมผัสได้จริง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 5G จะนำประโยชน์มาสู่ชีวิตเรา ที่  Tripathi ได้นำเสนอ

ericsson edition.cnn.com eucnc.eu enterpriseiotinsights

Share this Article:

ADVERTISMENT