Google Stadia เปิดยุทธการ Game streaming platform ท้าชนคุณภาพ 5G บน PS4 Pro และ XBox One X

หลังจากที่ Google เปิดตัว Stadia เป็นแพลตฟอร์ที่มีความสามารถพิเศษสามารถเล่นเกมหรือเชื่อมต่อกับระบบผ่านระบบคราวด์ ควบคุมเกมโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ PC หรือสมาร์ทโฟนแรงๆ แถมยังมีความสามารถในการชำระค่าบริการได้อีกด้วย เทคโนโลยีนี้กำลังรอการเกิดขึ้นพร้อมๆกับเทคโนโลยี 5G 

โดยเทคโนโลยี Stadia จะเป็นระบบประมวลผลแบบคลาวด์ โดยยังคงต้องอาศัย ISP เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อเหมือนเดิม ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมคือ สตรีมเกมที่มีคุณภาพสูง รับส่งสัญญาณกับอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่รองรับ เท่ากับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวข้ามเจ้าของบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ที่ยังใช้รูปแบบ VDO อย่างแน่นอน

ด้วยหลายๆเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้มีความทันสมัยตลอดเวลาและที่สำคัญยิ่งมีระบบ AI ยิ่งทำให้คอมพิวเตอร์เกิดประสิทธิภาพที่ล่าช้าลง ส่งผลทำให้เกิดแรงพลักดันไปยังการให้บริการคราวด์ ที่ต้องทำให้ประหยัดเวลาในการเชื่อมต่อและที่สำคัญเก็บข้อมูลได้ในปริมาณมหาศาล ทำให้เกิดการประมวลผลได้รวดเร็วขึ้นทั้งการเชื่อมต่ออุปกรณ์และการควบคุมอุปกรณ์ได้ในระยะไกล

หัวใจหลักของระบบคลาวด์ของ Google ในงาน Developers Conference (GDC) 2019 ในครั้งนี้ คอมพิวเตอร์มีความต้องการสูงเพื่อที่รองรับกราฟฟิกก็ต้องเพิ่มสูงขึ้น นั้นเป็นสิ่งกีดขวางของผู้เล่นเกมหน้าใหม่เนื่องจากหากต้องการพิชิตเกมต้องลงทุนกับอุปกรณ์ที่มีราคาสูงขึ้นอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

จุดสำคัญคือ การเชื่อมต่อ เช่น desktops, laptops, tablets, TVs และสมาร์ทโฟน โดยการเชื่อมต่อเหล่านี้ต้องไม่ทำให้สูญเสียคุณภาพในการเล่นเกม ผู้บริโภคเลือกซื้ออุปกรณ์บางอย่างเพิ่มเติมเท่านั้น เพื่อให้ควบคุมได้ถนัด โดยการควบคุมเกมบนศูนย์ Google's data centers โดยการเชื่อมต่อ Wi-Fi เพียงเท่านั้นจากที่บ้าน


จากการทดสอบในช่วงที่ผ่านมา ใช้ nodes ของตนเองทั่วโลก ทดสอบระบบนี้ ในทางเทคนิครองรับค่า
low-latency network ทำให้เล่นเกมไม่สะดุด บนการสตรีมกราฟิกความคมชัดสูงพร้อมๆกันทั่วโลก รองรับสามารถสตรีมวิดีโอความละเอียด เริ่มต้นที่คุณภาพ Full HD ใช้อินเทอร์เน็ตเพียง 25 Mbps, คุณภาพ 4K ที่ 60 frames ต่อวินาที ใช้อินเทอร์เน็ตในการ ดาวน์โหลดเพียง 30Mbps ต่อไปเทคโนโลยีนี้จะมีการรองรับรองเทคโนโลยีคุณภาพของภาพในระดับ 8K อย่างแน่นอน

โดยทาง Google เชื่อมั่นว่า Stadia มีความสามารถสูงกว่า PS4 Pro และ XBox One X อย่างแน่นอน

เทคโนโลยีนี้รองรับอุปกรณ์ Internet of Thing (IoT) รองรับการวิเคราะห์การใช้งานอุปกรณ์ ผ่าน cloud computing มีการส่งสัญญาณโต้ตอบกันระหว่างอุปกรณ์ ทำให้เกมที่เกมที่เชื่อมต่ออุปกรณ์สามารถทำให้เพิ่มอรรถรสได้ดียิ่งขึ้น

ในเบื่องต้นบริการนี้ต้องเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi ก่อน เนื่องจาก อุปกรณ์ยังคงต้องการ higher input latency และ dropped inputs เพราะ Stadia ต้องรองรับ 166ms controller latency ซึ่งเป็นเวลาที่เชื่อมต่อและการควบคุมตัวอุปกรณ์

และแน่นอนว่าย่อมต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์ 5G อย่างแน่นอน โดยสหรัฐอเมริกาเริ่มเปิดให้บริการบางพื้นที่ เพื่อแต่ขอเวลาให้ 5G ครอบคลุมเพียงพอและเหมาะสม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้อย่างราบรื่น โดยในอนาคตจะมีการปรับค่าว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตใดมีความเหมาะสมในการเชื่อมต่อก็จะเลือกสัญญาณที่มีคุณภาพในการเชื่อมต่อ


ต้องมารอดูกันว่า Google Stadia จะมีความสามารถในการทำการเชื่อมต่อสตรีมมิ่งได้รื่นต้องใช้อินเทอร์เน็ตใดนั้น เนื่องจากเอาเข้าจริงๆ Latency ของเครือข่าย ต้องมีระบบในการรับมากมหาศาลเพื่อให้เพียงพอต่อการเชื่อมต่อเพื่อเชื่อมระบบคราวด์และอุปกรณ์

ข้อมูล  designnews  smartworld

Share this Article: