Cisco ชี้ 5G ขาด Wi-Fi6 ไม่ได้ เผยปี 2565 คนทั่วโลกเชื่อม Wi-Fi สูง 51% ผ่านโครงข่ายลดลง 20% #MWC19

ล่าสุดทาง Scott Harrell ของ Cisco กล่าวว่า Wi-Fi 6 และ 5G จะเปลี่ยนวิธีคิดของธุรกิจ และได้เผยผลการพยากรณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตในอนาคต ตั้งแต่ปี 2017 - 2022 ซึ่งเป็นรายงานประจำปี เพื่อเป็นข้อมูลที่สำคัญของงาน Mobile World Congress 2019 ในบาร์เซโลนา

การพยากรณ์ครั้งนี้เป็นการพยากรณ์ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทั้งอินเทอร์เน็ตที่ผ่านโครงข่ายมือถือ และการอินเทอร์เน็ตที่ผ่าน Wi-Fi ที่ศึกษาใน 3 ระดับ ได้แก่ระดับโลก ระดับภูมิภาค และ ระดับประเทศ เพื่อเจาะเป็นข้อมูลเชิงลึก

สำหรับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุค 5G

ซึ่งถือว่าเป็นยุคที่เป็นการเริ่มต้นของนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ จากที่เป็นเียงแค่การทดสอบก็จะก้าวมาสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

5G ปรากฏว่าเป็นนวัตกรรมโทรศัพท์มือถือที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะมีการลงทุนกันอย่างจริงจัง ซึ่งศักยภาพโครงข่ายระดับ 1 Gbps จะเกิดขึ้นในปี 2565 เป็นต้นไปและนี่คือความเร็วขั้นต่ำ จากการวิเคราะห์ของ cisco เชื่อว่า

- ทั่วโลกภายในปี 2565 ผู้ใช้งาน 5G จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ย 170.2 Mbps ซึ่งมีความเร็วกว่าโครงข่าย 4G โดยเฉลี่ย 44.00 Mbps

- ภายในปี 2565 ปริมาณการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G จะมีความรวดเร็วถึงระดับ2.6X หรือมากกว่า

ซึ่งการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ 4G จะเริ่มเข้มข้นขึ้นโดยทำให้มีคุณภาพแบนด์วิธที่สูงขึ้น, ครอบคลุมที่กว้างขึ้นและเวลาแฝงที่ต่ำกว่าเดิม ส่วนระบบ IoT ต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยี 5G ทั้งการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นและรองรับเทคโนโลยีที่ดีขึ้น

เทคโนโลยี Wi-Fi ถือเป็น Spotlight ( สปอตไลท์ ) ของงาน

เนื่องจากบทบาทของ 5G จะขาด Wi-Fi ไม่ได้เลยเนื่องจากมีนวัตกรรมที่มารองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตปริมาณมหาศาลที่ดีกว่า 5G ซึ่งผู้ให้บริการต้องนำเทคโนโลยีนี้ในการเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ต้องลงทุน 5G ในบริเวณที่มีผู้ใช้งานที่สูงมากจนเกินไป โดยต่อไปสมาร์ทโฟนจะมีการใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบ dual-mode capabilities (การรับส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบโครงข่ายมือถือและ Wi-Fi) อย่างมีประสิทธิภาพ จากการวิเคราะห์ของ cisco เชื่อว่า


- ทั่วโลกภายในปี 2565 ผู้ใช้งาน Wi-Fi จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้ปริมาณข้อมูลเฉลี่ย 111.4 Exabytes ซึ่งจากเดิมปี 2560 เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้ปริมาณข้อมูลเฉลี่ย 13.4 Exabytes

- ทั่วโลกภายในปี 2565 ปริมาณการใช้งาน IP คิดเป็น 51% เกิดจากการใช้งานแบบ Wi-Fi ส่วนถัดมาคือการใช้งานผ่านสาย LAN จำนวน 29% และการใช้งานผ่าน 5G,4G คือ 20%

 - การให้บริการ Wi-Fi สาธารณะหรือ public Wi-Fi hotspots โดยกรณีนี้รวม Wi-Fi ที่ให้บริการในที่พักอาศัย จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จาก 124 ล้านแห่ง ในปี 2017 เป็น 549 ล้านแห่ง ในปี 2565

- ความเร็วในการเชื่อมต่อ Wi-Fi เฉลี่ยอยู่ที่ 54.2 Mbps เพิ่มขึ้น 2.2 เท่า (17% CAGR)

- ที่สำคัญการเข้าสู่ยุค 5G ทาง Wi-Fi ก็มีการปรับเทคโนโลยีใหม่เป็น Wi-Fi 6 ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้รองรับปริมาณการใช้งานที่สูงขึ้น ในพื้นที่มีการใช้งานหนักๆ โดยทาง Cisco มีเทคโนโลยี The Sixth Generation of Wi-Fi

ซึ่งในท้ายสุดเทคโนโลยี Wi-Fi 6 จะเข้ามาช่วยในการให้บริการ 5G โดยเฉพาะย่าน 3.5 GHz โดยเพิ่มประสิทธิภาพในพื้นที่ที่ใช้งานหนาแน่น และอุปกรณ์ IoT, AR ,VR ก็จะมีตามมา


 อินเทอร์เน็ตองค์กร

จากที่เคยใช้เทคโนโลยีแบบมีสาย T1/E1 และ xDSL ก็จะทำการเชื่อมต่อข้อมูล ก็จะเชื่อมต่อ 5G หรือ WAN services

 

นอกจากนั้นภายในงาน MWC 2019 Cisco จับมือ Samsung พัฒนา Wi-Fi 6 ให้พร้อมใช้งานจริง

เช่นเดียวกับมาตรฐาน 5G บนเครือข่ายมือถือ Wi-Fi 6 เป็นมาตรฐาน Wi-Fi ยุคถัดไปที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อแบบไร้สายอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม Wi-Fi 6 ยังคงเป็นมาตรฐานใหม่ที่อยู่ในช่วงลองผิดลองถูก Cisco จึงได้จับมือกับ Samsung เพื่อพัฒนาโซลูชันเครือข่ายไร้สายให้มีความเร็วยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น และประหยัดพลังงานตามวัตถุประสงค์ของ Wi-Fi 6

Cisco ได้ทำการทดสอบอุปกรณ์ Wi-Fi 6 ของ Samsung ร่วมกับ Catalyst Wi-Fi 6 และ Meraki Access Points ทั้งในมหาวิทยาลัยและสนามบินเพื่อเก็บข้อมูลและตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งจัดการกับ Spec ตรงส่วนที่ยังไม่ชัดเจนของมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถส่งมอบโซลูชั่นเครือข่ายไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 6 ที่สมบูรณ์ที่สุดได้

ข้อมูล  Pallavi2  Laercioabq  networkworld  cisco

 

Share this Article: