ถ้าราคาแพ็กเกจ 5G แพงขึ้น ผู้ใช้จะยอมจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อใช้ 5G หรือไม่?

ปกติเวลาที่มีบริการอะไรใหม่ๆ ในช่วงแรกราคามักจะสูง เพราะมีผู้ใช้น้อย แล้วพอมีคนใช้งานเยอะๆ ราคาก็จะดิ่งลงมา อันนี้เป็นเรื่องปกติ วันนี้เรามาดูมุมมองจากผลสำรวจกัน ว่าถ้าต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อใช้งาน 5G เราจะยินดีเพิ่มเงินให้ผู้ให้บริการหรือไม่

ยกตัวอย่าง สมาร์ทโฟน 4G ที่ตอนแรกๆ ออกมาราคาสูง มีเฉพาะรุ่นท็อป พอมีคนใช้ 4G เยอะๆ ราคาเครื่องก็ถูกลงมาเพราะมีรุ่นให้เลือกเยอะ ในขณะที่ บริการเครือข่าย 4G ช่วงแรกๆ ก็ยังมีราคาสูงอยู่ จนมีจำนวนผู้ใช้งานมากๆ ณ ปัจจุบันมีราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ แล้ว 5G ล่ะ?

สำหรับบริการ 5G นั้น ก็มีคำถามว่า ถ้าราคาแพ็กเกจสูงขึ้น ผู้ใช้จะยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อใช้บริการ 5G หรือไม่ หรือยังยินดีใช้ 4G อยู่?

มีการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ยอมจ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการที่พรีเมี่ยมมากกว่า ซึ่ง ณ ปัจจุบัน เรามองว่า บริการ 5G เป็นบริการที่พรีเมี่ยมกว่า เพราะสปีดที่สูงกว่า ดีกว่า เร็วกว่า ในขณะที่อุปกรณ์ และเครือข่ายเองก็นำเสนอความแปลกใหม่ กับประสบการณ์ใหม่ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะอยากทดลองใช้ 5G แต่ด้วยราคาที่ต้องจ่ายแพงขึ้น เอาเข้าจริงๆ ผู้ใช้จะยอมจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่

เมื่อเร็วๆ นี้ Matrixx Software ได้สำรวจผู้ใช้อุปกรณ์พกพากว่า 4,000 รายใน U.S. และ U.K. เพื่อสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อเครือข่ายยุคใหม่ Matrixx Software เฉลยว่า ผู้ใช้มองเรื่องประสบการณ์ใช้งานเป็นหลัก พวกเขาเปิดใจยินดีจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตและเชื่้อมต่อได้ดีขึ้น

ถ้าอ่านถึงตรงนี้ ณ วันนี้ เรายินดี จ่ายเงินเพื่อการใช้งานที่ดีขึ้น นั่นคือซื้อ Experience

Dave Labuda ผู้ก่อตั้ง, CEO และ CTO ของ Matrixx Software กล่าวว่า "ผลตอบรับจากผู้ใช้ ฉายภาพที่ชัดเจนให้กับโอเปอเรเตอร์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ 5G ในเมื่อผู้ใช้ ยินดีจ่ายเงินเพิ่ม ความคาดหวังของประสบการณ์ที่ดีขึ้น จะทำให้พวกเขายินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่ม และยอมใช้งานอย่างต่อเนื่อง "

และเขาได้เสริมว่า “ปัจจุบัน 5G ถือเป็นโอกาสในการมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เหนือกว่าการใช้งานปกติทั่วไปที่เราใช้งานกัน “เรื่องสปีด หรือความเร็ว นั้นไม่ใช่ทั้งหมด แต่ผู้ประกอบการจะต้องส่งมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับพวกเขา

Matrixx Software พบว่า 16% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อแพ็กเกจ 5G เพราะบริการที่ใช้อยู่เดิม ก็เพียงพอแล้ว แต่พวกเขาก็รู้ดีว่า อนาคตก็จะต้องใช้ 5G แน่นอน พวกเขามองว่า ถ้าไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ก็ยินดีใช้งาน แต่ถ้าจะต้องเพิ่มเงิน ยังคิดว่าไม่คุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายมากขึ้น 

ผลสำรวจของ Matrixx และ PwC เมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วง ชี้ให้เห็นว่า ผู้ใช้ในบางกลุ่มไม่ประทับใจประสบการณ์ในการใช้งานปัจจุบัน พวกเขาคาดหวังว่า 5G จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ที่ดีขึ้นได้ โดยผลการสำรวจจาก  Matrixx ระบุว่า ผู้ใช้เกือบ 70 เปอร์เซนต์บ่นเรื่องการเชื่อมต่อ 4G ที่ช้าเกินไป และไม่สามารถใช้งานได้ทุกที่ รวมไปถึงสถานที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น

ผลสำรวจจาก PwC สำรวจกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกัน 1,000 คน อายุระหว่าง 18-64 ปี ซึ่งใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ พบว่าพึ่งพอใจกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่บ้านและมือถือ ด้วยความคาดหวังเรื่องความเร็วที่สูงขึ้น กับประสบการณ์ที่จะได้รับ ผู้ใช้พึงพอใจที่จะจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อซื้อประสบการณ์ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งหาก 5G ทำให้พวกเขา มีความสุขในการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ พวกเขาก็ยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อใช้งาน 5G

รายงานของ PwC ระบุว่า 33% ของผู้ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่า พวกเขายินดีจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อใช้งาน 5G ในบ้าน ในขณะที่ 31% ยินดีที่จะใช้เครือข่ายมือถือ

โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ใช้ ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่ม $5.06 ดอลล่าร์ต่อเดือน ถ้าตีเป็นเงินไทย ก็เพิ่มประมาณ 150 - 200 บาท สำหรับการใช้งานที่บ้าน และเพิ่มเงิน $4.40 ต่อเดือน สำหรับ 5G ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณร้อยนึง

ผลสำรวจจาก Matrixx เผยภาพรวมของผู้ใช้ มีแนวโน้มที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อใช้งาน 5G หากโอเปอเรเตอร์ สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับพวกเขาได้ ดังนั้น พวกเขายินดีจ่ายเงิน เพื่อประสบการณ์ในการใช้งาน ที่ไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่เรื่อง บริการหลังการขายก็มีผลต่อเงินที่จ่ายเพิ่มด้วยเช่นกัน 

ผลสำรวจพบว่า 33% ของผู้ใช้ มั่นใจว่าจะไปต่อกับ 5G โดยจะช่วยแก้ปัญหาที่พวกเขาเจอในปัจจุบันได้

โดย 87% มีแผนที่จะอัพเกรดไปใช้ 5G และ 78% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นสำหรับการซื้ออุปกรณ์ใหม่ที่รองรับ

ในขณะที่ 88% เต็มใจจ่ายเงินเพิ่มเพื่อใช้ 5G และ 76% บอกว่า ถ้าค่ายไหนใช้ 5G ได้ ก็ยินดีย้ายค่าย

ผลสำรวจของ PwC ระบุว่า 7 ใน 10 คน พวกเขาต้องการอุปกรณ์ใหม่เพื่อใช้งาน 5G และเฝ้ารอการอัพเกรดเมื่อเครือข่ายพร้อมให้บริการ

rcrwireless PwC Matrixx Software businesswire

Share this Article: