อนาคตที่เราคาดหวังจาก SD-WAN ผู้ช่วยบริหารเครือข่ายระหว่างสาขา ในปี 2019

SD-WAN ในปี 2018 ไม่ปังตามที่คาดไว้ เพราะอาจจะมีหลายปัจจัย ที่ทำให้ไม่เติบโตเท่าที่ควร แต่ในปี 2019 ถึงเวลาของอนาคตแห่งการเชื่อมสาขาสำนักงานด้วย SD-WAN มาติดตามอนาคตของ SD-WAN ในปี 2019 กัน

เรื่องปวดหัวของการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายระหว่างสาขาของสำนักงาน เข้ากับสำนักงานใหญ่ เชื่อมกับดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้มีการเอา SD-WAN มาช่วย เพื่อลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการการเชื่อมโยงสำนักงานแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน โดยใช้ SDN (Software Define Network) ทำให้มี Control Plane รวมไว้ในที่เดียวกัน สามารถบริหารจัดการได้ง่ายกว่า มี  Data Plane แยกออกไป ซึ่งก่อนหน้านี้ เรามีการพูดถึง SD-WAN ว่าจะเป็นเทรนด์ในปี 2018 เพราะช่วยลดต้นทุนในการลงทุนเครือข่ายลง แต่ก็ยังไม่เห็นความชัดเจนมากนัก

ในปี 2019 เรื่องของ SD-WAN เป็นอนาคตของธุรกิจ เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนเพื่อปลดล็อกความสามารถของ cloud และทำให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจจะต้องแข่งขันสูง ดังนั้นการที่จะมาวุ่นวายกับปัญหาการเชื่อมโยงระหว่างสาขา ให้ SD-WAN จัดการไปเสียเลยดีกว่า

ย้อนมองกลับไป มีการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญว่า ในปี 2018 แอปพลิเคชั่นมากกว่า 70 เปอร์เซนต์จะย้ายไปอยู่บน cloud (ซึ่งเราก็ได้ยินมาเป็นปีๆ แล้ว) แต่แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของ cloud นั้นลดความนิยมลงกว่าต่ำที่คาดการณ์ไว้ โดยมีการสำรวจการตัดสินใจของ IT พบว่า 85 เปอร์เซนต์ ยังคงมองว่า พวกเขายังใช้ประโยชน์จาก Cloud ได้ไม่เต็มที่ และเรียกว่าห่างไกลกับการเปลี่ยนแปลงไปใช้ Cloud แบบเต็มตัว เนื่องจาก ข้อจำกัดของแอปพลิเคชั่นบน Cloud และเครือข่ายที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้

ปัญหาคือ วันนี้ เราใช้ router-centric WAN ในการจัดการ เนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมา รูปแบบทราฟฟิกของเครือข่ายนั้นเปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงลักษณะของแอปพลิเคชั่นก็เปลี่ยนแปลงไป ส่วนความกังวลเรื่องปลอดภัยนั้นก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน

เมื่อทุกอย่างเปิดให้เชื่อมโยงกันง่ายขึ้น และเชื่อมต่อกันบน cloud มุ่งไปที่ปี 2019 และอนาคต ก็น่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมจริงๆ แล้ว โดยปรับตามความจำเป็นทางธุรกิจ ความต่อเนื่องของการพัฒนา Cloud และแอปพลิเคชั่น Cloud และเอกลักษณ์ของ cloud และสภาพแวดล้อมต่างๆ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง จะต้องจัดการผ่านสาขาต่างๆ ที่ตั้งกระจายอยู่นับพันแห่ง ซึ่งมีความแตกต่างกัน

ที่มา: Nemertes Research ภาพจากเว็บไซต์ sdxcentral

SD-WAN ได้รับความสนใจจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ในการเป็นตัวช่วยองค์กรในการบริหารจัดการเครือข่าย และนำไปสู่ Digital Transformation และเป็นผู้นำด้านไอที ที่พัฒนาไปใช้แพลตฟอร์ม SD-WAN ในยุคแรก เหล่าขุนพล IT ต่างก็มองหาแพล็ตฟอร์ม SD-WAN ขั้นสูงที่ยกระดับธุรกิจให้รุดหน้าต่อไปด้วยระบบเครือข่ายที่มีการบริหารดีเยี่ยม
ในขณะที่ Network Resources นั้นได้รับการจัดลำดับความสำคัญให้กับแต่ละแอปพลิเคชั่นตามความต้องการอย่างแท้จริง ดังนั้น แพล็ตฟอร์ม SD-WAN จึงเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมธุรกิจให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพ กำหนดเส้นทางของทราฟฟิกบนเครือข่ายได้ด้วยความปลอดภัย และกำหนดเส้นทาง routing ตามเงื่อนไขบนเครือข่ายของธุรกิจ ฉีกข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี

ตลอดปี 2019 SD-WAN ถือเป็นอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจโฉมใหม่ ปลดล็อกศักยภาพของ cloud และเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่ง นี่คือส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงซึ่งเราคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2019 และอนาคต

Source: Juniper.net

ต้องรวมตัวกัน เพื่อผลักดัน SD-WAN 

การรวมตัวกันของ Vender ในการพัฒนา SD-WAN โดยผู้ผลิตบางรายที่แยกออกไปดำเนินการเองในแนวทางของพวกเขา ซึ่งองค์กรเองก็เริ่มตระหนักถึงความต้องการพื้นฐานสำหรับ SD-WAN ที่ตอบสนองความต้องการ WAN Edge

การรวมตัวกันทำให้มีอำนาจในการผลักดันเวนเดอร์ให้ผลิตภายใต้ความต้องการพื้นฐานเดียวกัน โดยพยายามสร้างตลาด SD-WAN สิ่งนี้จะช่วยลดความสับสนและความไม่มั่นใจของตลาด SD-WAN พร้อมเร่งปรับใช้กับทั่วโลก

ในช่วงเริ่มต้นของ SD-WAN มีการรวบรวมความต้องการของลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลให้กลุ่ม Early Adoter ผิดหวังอยู่เหมือนกัน เพราะองค์กร เริ่มต้นจากความคาดหวังที่สูงในการพัฒนา SD-WAN ซึ่งจะต้องสะท้อนความเป็นจริงของสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ซึ่งหากพื้นฐานของ SD-WAN ไม่ดีพอ ก็จะต้องมีการปรับตัวของเวนเดอร์ในการสร้างประสบการณ์ WAN ให้เป็นที่ยอมรับ

ในขณะที่องค์กร ก็ยกระดับไปที่ Business-First Networking Model นั่นหมายความว่า ตลาดจะมุ่งไปทางนี้ แม้จะมีข้อจำกัดของเครือข่าย แต่โมเดล Business-First นี้รองรับธุรกิจใหม่ที่เติบโตในอนาคต แทนที่จะต้องตั้งค่าคอนฟิกเครือข่ายบนอุปกรณ์ IT สามารถจัดการตามความผวนผันของธุรกิจได้ ซึ่งรองรับ Automation และ Machine Learning ในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจในระดับสูง ไม่ใช่แค่การทำงาน

และเนื่องจากตอนนี้องค์กรไม่ได้ต้องการเพียงการจัดการทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตอย่างแต่ก่อน แต่มีการจำแนกจาก Deep Packet Inspection (DPI) เพื่อดูว่าแอปพลิเคชั่นใดที่ต้องการการจัดการทราฟฟิกหรือมีการอัพเดต ซึ่งจะใช้ทราฟฟิกในปริมาณมาก นี่คืออนาคตของการจัดการทราฟฟิก ที่ต่างกันระหว่าง Local กับปัจจัยภายนอกอื่นๆ 

นอกจากนี้ SD-WAN และ UCaaS ทำงานร่วมกับ Real-time Software-as-a-Service (SaaS) ในปีหน้า บริการอย่างเช่น cloud hosted voice และ video จะเพิ่มสูงขึ้น อย่างเช่นการสื่อสารผ่านเสียง และวีดีโอ ดังนั้น SD-WAN จะพัฒนาตามความต้องการขององค์กร และเมื่อองค์กร เปลี่ยนไปอยู่บนบรอดแบนด์ พวกเขาย่อมต้องการคุณภาพเสียงในการสื่อสารที่ดีกว่า และเป็นมากกว่าการสื่อสารด้วยเสียงแบบเดิมๆ 

ผู้ให้บริการ SD-WAN และ Unified Communications-as-a-Service (UCaaS) จะจับมือกันผลักดันเพื่อสร้างบริการ voice คุณภาพสูงบนบรอดแบนด์

หากมองอนาคตของ SD-WAN แล้ว จะเห็นว่า ไม่ใช่เพียงแค่การจัดการทราฟฟิกในการเชื่อมต่อระหว่างสาขา เพราะองค์กร มีการพัฒนา เรื่องการพูดคุยระหว่างแอปพลิเคชั่น คำนึงถึงความปลอดภัยบนคลาวด์ นอกจากนี้ก็ยังมีการนำ 5G เข้ามาช่วย โดย 4G เป็นแกนหลักที่ Backup ให้กับ Broadband แต่ความต้องการ Low-Latency ต้องการ 5G เข้ามาช่วย และทำให้การทำงานระหว่าง Broadband, DIA และ MMPLS ผสานกันได้ราบรื่น 

ดังนั้น ในปี 2019 เมื่อเริ่มมี 5G มาผสานกับ SD-WAN กับ Braodband ก็น่าจะเห็นอนาคตได้ไม่ยาก รวมไปถึงทิศทางของเวนเดอร์ น่าติดตามครับ

บทความเดิมจาก adslthailand มาทำความรู้จักกับ SD-WAN หนึ่งในเทรนด์ที่น่าจับตามองในปี 2017

ที่มา itproportal cisco sdxcentral sdxcentral

Share this Article: