พาชมมุมมองอนาคต 5G ที่น่าสนใจในงาน “True 5G Digital Thailand, The 1st Showcase powered by TrueMove H” ที่ True ICONSIAM

True จัดงาน “True 5G Digital Thailand, The 1st Showcase powered by TrueMove H” โดยเปิดให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่ True Branding Shop ICONSIAM โดยสามารถเข้าชมได้ฟรี วันนี้ถึง 31 มกราคม 2562

งานนี้ ทาง True ได้รับเกียรติจาก พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยมีคณะผู้บริหารจากกลุ่มทรูให้การต้อนรับ นำโดย วิเชาวน์  รักพงษ์ไพโรจน์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย “น้องมิลค์ หน้านิ่ง” แชมป์โดรนเรซซิ่งที่อายุน้อยสุดในโลก และศิลปินนักร้องจาก BNK48 The Voice และ AF ร่วมทดลองและสัมผัสสุดยอดนวัตกรรม 5G 

วิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทรูมูฟ เอช ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมจากการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ทั้งผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายต่าง ๆ ซึ่งได้พัฒนาและทดสอบเทคโนโลยี 5G มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2559 และในครั้งนี้ ทรูมูฟ เอช ได้รับอนุญาตจาก กสทช. เพื่อสาธิตการทำงานของเทคโนโลยี 5G บนคลื่นความถี่สำหรับ 5G โดยเฉพาะ คือคลื่นความถี่ในย่าน 28 GHz. เพื่อเป็นก้าวแรกให้คนไทยสามารถเชื่อมต่อสู่โลกดิจิทัลและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงปฏิรูปการทำงานในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบและยั่งยืน โดย ทรูมูฟ เอช ในฐานะผู้นำเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของคนไทยที่มีความหลากหลายด้านคลื่นความถี่มากที่สุด ได้แก่ 850/900/1800 และ 2100 MHz และในวันนี้เรามีความพร้อมที่จะพาคนไทยสัมผัสชีวิตดิจิทัลในยุค 5G อย่างเต็มรูปแบบ โดยพร้อมให้ทดลองใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง ในงาน “True 5G Digital Thailand, The 1st Showcase powered by TrueMove H” เราตั้งใจให้งานนี้เป็น Bestination คือจุดหมายที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่จะเข้ามาเรียนรู้และสัมผัสนวัตกรรมสุดล้ำอันหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ประสบการณ์ด้านความบันเทิง กีฬา ระบบเมืองและการขนส่งยุคอนาคต รวมถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ต่างๆ ที่จะเข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทย รวมถึงการปฏิรูประบบการทำงานต่างๆ ในอนาคต”

ภายในงาน “True 5G Digital Thailand, The 1st Showcase powered by TrueMove H” จะได้พบกับประสบการณ์ 5G เต็มรูปแบบอย่างแท้จริงครั้งแรกของคนไทย ทดลองการใช้งานหลากหลายนวัตกรรมสุดล้ำเป็นจริงได้ด้วยเทคโนโลยี 5G

ในงาน มีการนำเอา เสาส่งสัญญาณ 5G และเสารับสัญญาณ มาตั้งในงานด้วย แต่เนื่องจากขณะยัง ไม่มีอุปกรณ์ใดรองรับ 5G ก็เลยเป็นการ Demo เพื่อให้เห็นภาพ 5G โดยสามารถไปดูได้ที่ชั้น 3 และชั้น 4 True Branding Shop @ ICONSIAM

1. 5G Speed Test, The New Experience 

ร่วมทดสอบความเร็วของ 5G พร้อมกับทรูมูฟ เอช สัมผัสความสำเร็จครั้งแรกของไทยกับความเร็วสูงสุด 18 Gbps. และการใช้งานจริง อาทิ วิดีโอ 8K Full HD, กล้อง 8K VR 360 การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ในบ้าน และการปล่อยสัญญาณ Hot Spot ในที่ที่มีคนมากๆ เช่น คอนเสิร์ต เป็นต้น

โดยทรู ได้บอกเล่าถึง ความแตกต่างของ 4G และ 5G ต่างกันตรง Respond Time หรือ Latency โดย 4G จะมีค่าความเร็วสูงสุด 1Gbps Latency ต่ำสุด 10ms แต่ 5G ความเร็วสูงสุด 20Gbps และค่า Respond Time หรือ Latency ต่ำสุด 1ms (ตัวเลขยิ่งต่ำ ยิ่งดี) แต่ทั้งนี้ 5G ไม่ได้เน้นที่ความเร็ว แต่งานนี้ ทำให้เรารู้จัก 5G ว่าช่วยเรื่องการวิ่งไปวิ่งกลับ Latency น้อยยิ่งดี 

2. Dancing Robot 

พบกับความบันเทิงและลีลาการเต้นแสนน่ารักอย่างพร้อมเพรียงของเหล่าหุ่นยนต์ multi-axis โดยสาธิตการสื่อสารข้อมูลด้วยความหน่วงต่ำบนเครือข่าย 5G โดยหุ่นยนต์ตัวแรกจะถูกควบคุมท่าเต้นและจังหวะการเต้นผ่านระบบควบคุม และหุ่นยนต์ตัวแรกจะส่งต่อคำสั่งไปยังหุ่นยนต์ตัวอื่นๆ ทำให้เกิดการเต้นที่พร้อมเพรียง

3. Virtual Driving 

สัมผัสประสบการณ์ขับรถแบบเสมือนจริง และสมจริงด้วย 5G เป็นการสาธิตการสื่อสารข้อมูลด้วยความหน่วงต่ำบนเครือข่าย 5G ผ่านระบบจำลองการขับรถ โดยจะเห็นได้ชัดว่ารถยนต์จำลองจะตอบสนองต่อการการควบคุมในทันทีโดยปราศจากความหน่วง

4. City Model + Connected Drone 

พบกับเมืองต้นแบบอัจฉริยะในโลกอนาคต ที่เชื่อมต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน และนำโดรนเข้ามาช่วยสอดส่องความปลอดภัยและยังสามารถใช้เป็นระบบขนส่งอัจฉริยะ 

ยกตัวอย่างเช่น การจับคนร้ายตอนมืดๆ ในสวนสาธารณะ เสี่ยงต่ออันตราย ใช้โดรน (ที่ไม่ใช่โดรนที่เราใช้กันทั่วไป ซึ่งบินได้แป๊บเดียว) โดรนนี้ จะตรวจจับความร้อนร่างกายคนได้ แล้วใช้ล้อมจับคนร้ายได้

5. Remote Operation with 5G (Excavator)

สาธิตการทำงานบน latency หรือค่าความหน่วงที่ต่างกัน ในการสั่งงานจากระยะไกล (remote) โดยใช้รถตักจำลอง 2 คันมาทดสอบ คันแรกจะเชื่อมต่อกับเครือข่าย LTE ในขณะที่รถคันที่ 2 จะเชื่อมต่อกับ 5G ซึ่งตัวควบคุม (joystick) จะส่งคำสั่งควบคุมเดียวกันไปยังรถตักทั้ง 2 คัน โดยรถตักที่ใช้ 5G จะตอบสนองต่อการควบคุมได้แบบเรียลไทม์ 

6. 3D Augmented Reality Collaboration

แสดงศักยภาพการทำงานของ 3D Augmented Reality สาธิตอนาคต แห่งการทำงานร่วมกันโดยผ่านวิดีโอเสมือนจริง โดยคู่สนทนาสามารถทำงานร่วมกันจากระยะไกลแบบอินเตอร์แอคทีฟ

ถามว่าถึงขั้น ลงมีดผ่าตัดแบบทางไกลได้เลยไหม คงไม่ เป็นเพียงการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ หรือ Consult เท่านั้น แต่ด้วยความที่สแกนทั้งชิ้น จึงทำให้เห็นได้ชัดเจนกว่าการถ่ายภาพ

7. Robot Arm Soccer Goal Keeper

ท้าดาวซัลโวพิชิตประตูของผู้รักษาประตูมือจักรกล แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของ 5G ในการควบคุมการทำงานระบบ AI ที่มีทั้งความเร็วและความแม่นยำ

โดย เราเตะบอล แล้ว หุ่นยนต์ จะป้องกันประตู ไม่ให้เรายิงเข้าประตู แต่จากที่ลอง ก็ยิงเข้าได้เหมือนกันนะ สนุกดีครับ

8. Rock-Paper-Scissor with Robot Arm 

เป่ายิ้งฉุบแบบไม่ธรรมดากับหุ่นยนต์มือกลที่ควบคุมการทำงานด้วย 5G ควบคู่กับ Machine Learning ที่เรียนรู้ท่าทางต่างๆ ของคน ลองทดสอบ หลอกหุ่นยนต์ ชู 3 นิ้ว 4 นิ้ว ก็สนุกๆ ดี

9. 360 VDO Live Streaming 

พิสูจน์ความแรงของ 5G ด้วยการใช้งาน 360 Live VR Streaming สาธิตการชมวิดีโอที่ให้ประสบการณ์เสมือนจริงผ่านเครือข่าย 5G โดยข้อมูลจะถูกส่งผ่านด้วยความเร็วสูงและค่าความหน่วงต่ำมายังผู้ชม ซึ่งผู้ชมจะสามารถมองรอบข้างได้ 360 องศา ประหนึ่งว่านั่งอยู่ในสถานที่จริง

ในงานจำลองกล้อง 6 ตัว มีเซ็นเซอร์จับว่าเราใช้กล้องไหน ส่องกล้องดูได้แบบเรียลไทม์

10. Ultrasound Robot 

สาธิตการทำงานของหุ่นยนต์อัลตร้าซาวด์ควบคุมการสั่งงานจากระยะไกล (remote) ซึ่งนำข้อดีของ 5G ซึ่งมี latency หรือค่าความ หน่วงต่ำ มาพัฒนาใช้งานทางการแพทย์ สามารถสแกนส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อทำงานแบบเรียลไทม์และมีความแม่นยำสูง 

สำหรับเรื่องนี้ จะเป็นการ สาธิตการใช้นิ้ว บังคับโดยใช้ Leap เป็นตัวเซ็นเซอร์ ลองไปเล่นกันได้ถึง 31 มกราคม 2562

“เทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะเปิดให้ใช้งานจริงในอนาคตจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติชีวิตของทุกคนในทุกๆ มิติ 5G มีความเร็วมากกว่า 4G ถึง 20 เท่า มี latency หรือ ค่าความหน่วงต่ำ ใช้เวลาในการตอบสนองต่อการรับ-ส่งสัญญาณที่น้อยกว่า 4G ถึง 10 เท่า เหมาะกับการใช้งานแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล เช่น การผ่าตัดทางไกล รวมถึงมีค่าการเชื่อมต่อ (Connection) ที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ได้มากกว่าเดิมถึง 10 เท่า ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ เกิดระบบออโตเมชั่นสมบูรณ์แบบมากขึ้นและฉลาดยิ่งขึ้น ลดรายจ่าย เพิ่มผลผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในอนาคตเมื่อมีการนำ 5G มาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ เราจะเห็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่จะพลิกโฉมทุกชีวิต จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อม และทำความรู้จักกับเทคโนโลยี 5G ตลอดจนประโยชน์จากการประยุกต์ใช้งานต่างๆ อย่างรอบด้าน และเรามั่นใจว่าทรูมูฟ เอช จะเป็นผู้นำพาคนไทยก้าวสู่ยุค 5G ไปพร้อมๆ กับประชาคมโลก” วิเชาวน์กล่าวทิ้งท้าย

Share this Article:

ADVERTISMENT