เหตุผลที่พ่อค้าแม่ค้าควรหันมาใช้ e-Wallet เสริมกิจการให้ขายดี

ปีนี้ เป็นปีที่ ร้านค้าต่างๆ รองรับการจ่ายเงินผ่าน e-Wallet กันอย่างคึกคัก และการใช้จ่ายไร้เงินสด กลายเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เรามาดูมุมมองของคนขายกันบ้าง

ข้อมูลจาก eMarketer คาดการณ์ว่าภายในปี 2562 จะมีมูลค่าธุรกรรมบนมือถือที่เกิดขึ้นภายในร้านค้าต่างๆ สูงถึง 210,000 ล้านดอลลาร์ (หรือราว 6.7 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 8,700 ล้านดอลลาร์ในปี 2558 เหตุเพราะตอบโจทย์การใช้ชีวิตดิจิทัลของทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการในยุคปัจจุบันได้อย่างดี ทั้งเรื่องคุณภาพที่ครอบคลุมในด้านความสะดวกสบาย รวดเร็ว ปลอดภัย และเหนือสิ่งอื่นใดช่วยบริหารจัดการบัญชีรายรับ/รายจ่ายได้แบบเรียลไทม์

สำหรับในบ้านเรา TrueMoney Wallet ผู้นำบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย มีคำแนะนำดีๆ ในการใช้ e-Wallet ในมุมของพ่อค้าแม่ค้ามาฝากกัน

เหตุผลที่พ่อค้าแม่ค้าควรหันมาใช้ e-Wallet เสริมกิจการ

  1. ตรวจเช็คยอดโอนเงินได้แบบเรียลไทม์

    เจ้าของร้านสามารถตรวจเช็คยอดเงินรับเข้ามาจากการซื้อสินค้าของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ทุกที่ทุกเวลา บนมือถือ ขณะเดียวกันยังสามารถตรวจดูรายการที่จ่ายผ่าน e-Wallet

  2. QR CODE เดียวเอาอยู่

    ไม่ต้องรอคิว ไม่ต้องทอนเงิน จ่ายเป็นเศษสตางค์ก็ยังได้ แค่ยื่น QR Code ให้ลูกค้าสแกนจ่ายเงินแบบ e-Payment และเมื่อมียอดเงินโอนเข้ามา เราก็ทราบได้ทันทีจาก SMS Alert

  3. ปลอดภัยมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการใช้เงินสดที่อาจเกิดขึ้น

    สะดวกกว่าการใช้เงินสด เพราะ e-Wallet ไม่จำเป็นต้องให้เลขบัตรเครดิตไปกับทางเจ้าของร้านค้า ถ้ามือถือหาย ก็แค่ล้างข้อมูล ก็จบ และทุกครั้ง ต้องกรอกรหัส OTP ยืนยันความปลอดภัย

  4. สะสมเเต้ม แลกของ ลุ้นรางวัล

    ตัวอย่างเช่น อิ่มท้อง ช็อปเพลิน หรือ Lucky Bag ของทรูมันนี่ และทุกรายรับ 25 บาท ที่รับชำระผ่าน TrueMoney Wallet ร้านค้าจะได้รับฟรี 1 ทรูพอยท์ ซึ่งลูกค้าเองก็จะได้รับ 1 ทรูพอยท์เช่นกัน

  5. ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนรายรับไปพร้อมเพย์ ไม่มีขั้นต่ำ

    ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงินรายรับเข้าบัญชีธนาคารใดก็ได้ที่ผูกพร้อมเพย์ฟรี! ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่มีขั้นต่ำ ไม่ต้องเสียเงินค่าน้ำมันหรือเสียเวลานำเงินก้อนไปฝากที่ธนาคารเหมือนเคย

  6. พ่อค้า 4.0

    ช่วยเพิ่มรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม และเพิ่มโอกาสในการจับจ่ายจากลูกค้ายุคใหม่ได้มากขึ้น เพราะหากเทียบต้นทุนการชำระเงินด้วยมูลค่าธุรกรรมที่เท่ากัน จะพบว่าเงินสดจะแพงกว่า e-Payment ประมาณ 3 เท่า ดังนั้นหากพ่อค้าแม่ค้าหันมาใช้ช่องทางดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า นั่นคือความได้เปรียบกว่าร้านค้าที่รับแต่เงินสด เนื่องจากไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เกิดจากการจัดการเงินสด และด้วยพฤติกรรมการจับจ่ายของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันนี้ โดยเฉพาะชาวจีน หันหน้ามาสู่ Cashless กันแล้ว
Share this Article: