เทียบรุ่น Router 5G ระหว่าง Samsung และ Huawei ตัวละ 30,000 บาท รองรับความเร็วสูงถึง 2 Gbps

สำหรับ Router ของ Samsung 5G home รุ่น SFG-D0100 เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับอนุมัติจาก FCC (ทำหน้าที่คล้าย กสทช. ของประเทศไทย) ซึ่งอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ระดับ Millimeter wave-based wireless ซึ่งเป็นคลื่นที่ Verizon ได้เปิดบริการ 5G ในหลายเมืองของสหรัฐที่ผ่านมา


มีรายละเอียดต่อไปนี้

- 2 X 2 MIMO, 64 antennas

- Support 27.5GHz to 28.35GHz millimeter wave

- DL 1.4Gbps/UL 600Mbps

ซึ่ง Router สามารถทำความเร็วบนเทคโนโลยี 5G ซึ่งสามารถกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยความเร็ว Download ข้อมูล 1.4 Gbps และ Upload ข้อมูล 600 Mbps ในระยะทาง 304.8 - 609.6 เมตร สำหรับเร้าเตอร์นี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ให้บริการ "fixed 5G" เพื่อให้รองรับการให้บริการอินเตอร์เน็ตและบริการ TV

โดยรุ่น SFG-D0100 ได้ผ่านทางทดสอบทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคารเป็นที่เรียบร้อย

 

ในการนำ Exynos Modem 5100 ซึ่งเป็นมาใส่ในอุปกรณ์ 5G ตัวแรก ซึ่งมีความพิเศษที่รองรับมาตรฐาน 3GPP หรือ Third Generation Partnership Project (3GPP) Release 15 (Rel.15) อย่างสมบูรณ์ แถมยังสามารถปรับใช้กับมาตรฐาน 5G-NR หรือ5G New Radio (5G-NR) แบบ over-the-air ได้อย่างลงตัวด้วยกระบวนการขนาด 10 นาโนเมตร (นาโนเมตร) ทำให้สนับสนุนเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้อยู่ในชิปตัวเดียว ซึ่งได้ร่วมมือถือกับการพัฒนากับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และคู่ค้ารายใหญ่ทั่วโลก

 

ทำให้ผลักดันอุตสาหกรรมในแอพพลิเคชั่นบนมือเกิดแรงในการคิดสร้างสรรค์และบริการใหม่ๆ และรองรับ Internet of Things (IoT), วิดีโอความละเอียดสูง, โฮโลแกรม, จริง เวลาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการขับรถด้วยตนเอง

Exynos 5100 รองรับคลื่น WiFi ย่าน 6 GHz และ mmWave ที่ระบุไว้ในมาตรฐาน 5G ของ 3GPP รวมทั้งเครือข่ายเดิม ได้แก่ 2G GSM / CDMA, 3G WCDMA, TD-SCDMA, HSPA และ 4G LTE

 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอีกด้วย

 

หากซื้ออุปกรณ์นี้โดยไม่ติดสัญญาจะอยู่ที่ 26446 บาท หรือ 799.00 เหรียญดอลล่าสหรัฐ

 


สำหรับอีกตัวที่มาแรงมากคือ Huawei 5G CPE mmWave

เป็น Router ที่น่าจับตาด้วยการเปิดตัวมาพร้อมกับ Kirin 980 รุ่นแรกของโลกที่รองเทคโนโลยี 5G ในชื่อว่า "5G solution-ready" ด้วยพลังของ SoC (system-on-a-chip) ที่ติดตั้ง Artificial Intelligence (AI)


มีรายละเอียดต่อไปนี้

- Chipset: Huawei Balong 5G01

 

- Peak rate 2Gbps

- Supports mmWave multi-frequency

- 4G/5G dual connectivity

- Supports Power Over Ethernet(POE)

ซึ่งตัว SoC ทำให้การทำงานของระบบ Kirin 980 เพิ่มประสิทธิภาพได้รวดเร็วขึ้น 20% และทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น 40% mujle8yPได้เตรียมพัฒนาลงไปในสมาร์ทโฟนอีกด้วย โดยทำการเปิดตัวที่ IFA 2018

 


Kirin 980 รองรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต 5G ได้และรองรับระบบ AI อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยการผลิตแบบ TSMC 7nm บรรจุ 6.9 billion transistors ลงไปในพื้นที่ 1 square cm die size

โดยมีแกน Cortex-A76 ประสิทธิภาพสูง 2 ชุด แกน Cortex-A76 ประสิทธิภาพสูงสองชุดและ Core Cortex-A55 ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก รองรับความเร็วได้สูงสุด 2 Gbps

 


หากซื้ออุปกรณ์นี้โดยไม่ติดสัญญาจะอยู่ที่ 29756 บาท หรือ 899.00 เหรียญดอลล่าสหรัฐ
(ค่าเงินเปรียบเทียบวันที่ 26 ตุลาคม 2561)​

Share this Article: