ทำไม.. จึงต้องเลือกซื้ออุปกรณ์ 802.11ax หรือ Wi-Fi 6 ในปี 2562 กับความเร็วระดับ 5 Gbps

อีกไม่นานทั่วโลกจะได้ใช้งานเทคโนโลยี WIFI ในมาตรฐาน 802.11ax หรือ Wi-Fi 6 ในปลายปี 2562 อย่างแน่นอน  ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก IEEE เมื่อวันที่ กรกฎาคม 2018 และได้เห็นอุปกรณ์ต่างๆ รองรับเทคโนโลยีนี้ภายในปลายปี 2019


โดยจุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ที่สำคัญ คือการบริการจัดการความหนาแน่นอนของลูกค้าและเรื่องของเวลา ในการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตพร้อมๆ กันอย่างไม่เคยมีมาก่อน เช่น การใช้งาน
Wi-Fi ที่สนามกีฬาหรือหอประชุมขนาดใหญ่ ซึ่งตัว Wi-Fi จะแยกส่วนต่างๆไปในทิศทางเดียวกัน

เทคโนโลยีที่สำคัญ คือเรื่องคลื่นวิทยุ  นวัตกรรม 802.11ax เป็นการบริหารคลื่นความถี่ 2.4GHz และ 5GHz จากความกว้างของคลื่น 20 MHz และ 160MHz ให้มีพื้นที่ให้กว้างมากขึ้น


โดยความถี่ 2.4GHz จำนวน 20 MHz สามารถแบ่งความถี่การให้บริการ 256 subchannels ซึ่งมากกว่าเดิม 4 เท่า หรือของเดิม 64 subchannel จากแต่ก่อนบางช่องสัญญาณได้ว่างลงไปโดยไม่ได้ถูกใช้งาน เพื่อให้สามารถรับมือกับการก่อกวนของสัญญาณรอบข้างได้ แถมยังรองรับลูกค้าได้เป็นจำนวนมากพร้อมๆ กัน ทำให้สามารถใช้ช่องสัญญาณได้สูงกว่าเดิมอย่าง 2.4GHz สามารถใช้งานได้ถึง 9 Channel และ 5GHz สามารถใช้งานได้ถึง 74 Channel โดยจะมีการจับว่าแต่ละ AP จะอยู่บริเวณไหนเพื่อจะบริการจัดการช่องสัญญาณ


OFDMA  บน 802.11ax ปกป้องผู้ใช้งานให้งาน Wi-Fi หลายชั้นในเวลาเดียวกัน โดยแต่ก่อนใช้เทคโนโลยีเดี่ยวคือ Orthogonal Frequency Division Multiplex (OFDM) แต่ปัจจุบันได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการรบกวนกันนั้น คือ Multiboot Multiple Frequency Division Multiple Access (MU-OFDMA)

นอกจากนี้มีการลดความซับซ้อนในการเรียกโดย Carrier Sense ด้วย Multiple Access Collision Avoidance (CSMA / CA) ทำให้มีการส่งสัญญาณเรียกระหว่างกันทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับผ่านช่องสัญญาณแรกก่อน เพื่อเช็คสัญญาณพื้น หรือระยะการส่งสัญญาณที่เหมาะสม


หลังจากนั้นระบบจะมีการแจก AP ระหว่างกัน เพื่อให้ใช้งานไม่ซ้ำซ้อน ไม่ก่อให้เกิดการรบกวนระหว่างคนอื่นๆ จึงทำให้เกิด BSS Color BSS ย่อมาจาก Basic Service Set เป็นการแบ่งสัญญาณตามความแรงของสีต่างๆ จากตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 7

MIMO หรือ Multiple Input / Multiple Output (MIMO) แม้ว่ามีมานานแล้วแต่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งทำให้สามารถส่งสัญญาณในความถี่เดี่ยวแต่เชื่อมต่อได้หลายอุปกรณ์ 802.11ax จะเขามาแก้ไขสัญญาณให้เร็วขึ้น มีการจัดกลุ่ม MIMO ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้งาน สมาร์ทโฟนที่มีเสาในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหลายตัว ทำการขยาย 1024-QAM ให้มีระยะสัมพันธ์กับการใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในจุดที่มีความรบกวนของสัญญาณต่ำ ก็จะมีการส่งสัญญาณความแรงที่สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มขึ้น 20%

ซึ่งมีประโยชน์มากกับการรับรองอุปกรณ์ IoT อีกหลายตัวอย่างมหาศาล

ที่สำคัญ การใช้ Wi-Fi 802.11ax จะทำให้ Power-over-Ethernet จำกัดพลังงานที่ 15 วัตต์ แต่ยังคงให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตมากกว่าเดิมและยังคง รองรับความเร็วที่ 1 Gbps - 5 Gbps

ที่สำคัญเทคโนโลยีนี้จะได้ใช้บนคลื่น 6 GHz เช่นเดียวกัน


ข้อมูล  ispreview anandtech zdnet cnet

Share this Article: