รายงานเผยทั่วโลกใช้เน็ตสูงถึง 8,200 Tbps โดยผู้ใช้นิยม VIDEO STREAMING สูงถึง 57.69% และ Netflix

Sandvine internet traffic ได้เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ "Sandvine 2018 Internet Phenomena" ซึ่งเป็นรายงานเกี่ยวข้องกับทิศทางการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก

 

ซึ่งพบว่าผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตนิยมใช้บริการ VIDEO STREAMING และการใช้งาน Netflix เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ถึง 57.69% ของการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดยในสัดส่วนดังกล่าว Netflix มีการใช้งานทรัพยากรอินเทอร์เน็ตมากเป็นอันดับที่ 1 สูงถึง 14.97% ซึ่งเป็นการรับชมแบบเข้ารหัส 50%

ซึ่งตามมาด้วยการเข้าชมเว็บที่มี VDO ด้วยจำนวน 17.01% และการเล่นวีดีโอเกม 7.78%

ซึ่งเมื่อเจาะรายละเอียดลงไป พบว่า ต้องใช้แบนด์วิธในการใช้บริการเพิ่มสูงขึ้นมากกว่านี้ ซึ่งจะทำให้เนื้อหาเพิ่มประมาณการใช้งานเพิ่มสูงขึ้น 3 เท่า

Sandvine ได้เทียบโดยตัวเนื้อไฟล์ VDO ภาพยนตร์ Hot Fuzz

- หากโหลดผ่าน iTunes จะต้องใช้ข้อมูลในการโหลดภาพยนตร์ระดับ SD อยู่ที่ 1.86GB ใช้เวลา 2 ชั่วโมง และ ความละเอียดสูงอยู่ที่ 4.6GB

- หากโหลดผ่าน Amazon Prime จะต้องใช้ข้อมูลในการโหลดภาพยนตร์ระดับ SD อยู่ที่ 1.5GB

แต่ถ้าโหลดผ่าน Netflix ใช้ข้อมูลเพียง 459MB เท่านั้น

สิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจาก Netflix ยังมี VIDEO STREAMING ผ่าน HTTP Media Streams มีสัดส่วน 13.1 ตามมาด้วย Youtube 11.4

การใช้งาน BitTorrent คิดเป็นร้อยละ 22.05% ซึ่งนิยมการเข้าใช้งานสูงในแถบยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา

สำหรับบริการผู้ช่วย Alexa ของ Amazon และ Siri ของ Apple มีส่วนเท่ากันคนละ 0.5%

สอดคล้องกับ Global Interconnection Index ที่เชื่อว่าก่อนปี 2564 ทั่วโลกจะใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 8,200 Tbps (เทราบิตต่อวินาที) ซึ่งสะท้อนถึงอัตราการเติบโตที่คาดการณ์ไว้ที่ 48pc ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงขึ้นเป็น 2 เท่า

กดดันทำให้ผู้ใช้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างธุรกิจจะทำการต่ออินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างกัน มากกว่าการใช้งานผ่านอินเทอรฺ์เน็ตสาธารณะ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย (cybersecurity)

โดย 87% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า สถานที่ๆปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุดที่ "ยุโรป" ซึ่งได้ทำการเชื่อต่อกับซัพพลายเออร์และผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ( cloud service )


ข้อมูล  ispreview  mashable  siliconrepublic  sandvine

 

Share this Article: