บทความ : สำรวจเทคโนโลยี 5G ประสานการทำงาน 802.11ax ทั่วโลก พร้อมตารางความถี่ต่างประเทศ

ในต่างประเทศ กำลังพูดถึงอนาคตเครือข่ายมือถือยุคหน้าหรือ Generation ที่ 5 คือ 5G พร้อมๆ ไปกับเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายมาตรฐานใหม่อย่างเทคโนโลยี 802.11ax ซึ่งยังคงทำงานที่ย่านความถี่ 5 GHz (5.8 GHz) สามารถรองรับความเร็วรับ-ส่ง สูงสุดได้ถึงระดับ 10 Gbps  เราจึงได้รวบรวมข้อมูลโดยมีรายละเอียด ต่อไปนี้

สาเหตุการวิวัฒนาการไปยังเทคโนโลยีรุ่นต่อไป : Why 5G

           

จากปัญหาที่พบในต่างประเทศ โดยเฉพาะในย่านคลื่นความถี่ของอเมริกาเหนือและยุโรป ที่มีประชากรอาศัยอยู่กระจายกันในทั่วประเทศ สร้างปัญหาให้ผู้ให้บริการ (Broadband Operator) ในการติดตั้งโครงข่าย Last mile     ประเภทไฟเบอร์ออฟติก ในการเข้าถึงแต่ละบ้าน อีกทั้งติดเรื่องความยุ่งยากในการขออนุญาตของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสายใหม่ที่ต้องเดินสายลงใต้ดิน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ให้บริการ มักจะคิดค่าบริการเพิ่มเติมจากผู้ขอใช้บริการ เป็นผลทำให้สัดส่วนผู้ใช้บริการ Broadband ด้วยโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกในประเทศเหล่านั้นยังคงต่ำกว่ากลุ่มประเทศทางฝั่ง Asia Pacific ตัวอย่างเช่น ในสหราชอาณาจักร สัดส่วนการใช้งาน Broadband ผ่านโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกยังต่ำมาก คิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ประมาณ 5% เท่านั้น หรือในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 25%

จากปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ให้บริการ Broadband พยายามแก้ปัญหาด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีประเภทไร้สายในการเข้าถึงผู้ใช้บริการในส่วนของโครงข่าย Last mile ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้เกือบทั้งหมด

 



คลื่นความถี่สำหรับการให้บริการ 5G : 5G Spectrum & technology        

 

 

ในปัจจุบัน หน่วยงานกลางที่เป็นผู้กำหนดมาตรฐานกลางอย่าง 3GPP กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อกำหนดหรือมาตรฐานกลางสำหรับ การสร้างเครือข่าย 5G NR หรือ 5G New Radio สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์และผู้ให้บริการสำหรับ Commercial Roll-out โดยปัจจุบันได้จัดทำและกำหนดออกมาด้วย Release 15 (Rel-15)

แต่อย่างไรก็ดี ในบางประเทศ อย่างเช่นสหรัฐอเมริกา โดยหน่วยงาน FCC ก็ได้ออกมาโปรโมทมาตรฐานหรือเทคนิคใหม่สำหรับเครือข่าย 5G โดยใช้ Spectrum ในย่าน 3.4-3.8 GHz ที่เรียกว่า CBRS (Citizens Broadband Radio Service) โดยในเชิงพาณิชย์เรียกว่า OnGo ซึ่งยังคงไม่มีข้อสรุปหรือมาตรฐานอย่างเป็นทางการใดๆ ออกมา



โอกาสเกิด 5G ในประเทศไทย

 

เนื่องด้วยปัจจุบันประเทศไทยเอง บรรดา ผู้ให้บริการ Broadband Operator ได้มีการเร่งขยายการติดตั้งโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก รวมทั้งการแข่งขันในการให้บริการทั้งในส่วนของการลดราคาค่าบริการ ลดค่าติดตั้ง หรือโปรโมชั่นพิเศษ แถมหรือส่วนลดพิเศษในการซื้ออุปกรณ์ Wifi Router สำหรับลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่   รวมทั้งการสนับสนุนของรัฐบาลในการเร่งขยายโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก Last mile เพื่อเข้าถึงพื้นที่ทุรกันดาร เช่น โครงการอินเตอร์เน็ตโรงเรียน อินเตอร์เน็ตหมู่บ้านตามโครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่งบรรดาโครงข่ายไฟเบอร์ออพติก Last mile เหล่านี้สามารถรองรับการเชื่อมต่อไปยังบ้านผู้ใช้งานในระดับ 2.5 Gbps อยู่แล้ว และยังสามารถรองรับการอัพเกรดไปในระดับ 10 Gbps ผ่านเทคโนโลยี NG-PON ซึ่งแตกต่างจากประเทศแถบยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา ที่โครงข่ายปัจจุบันส่วนมากยังคงเป็นโครงข่ายเก่าผ่านสายทองแดง Cable หรือสายโทรศัพท์เช่น DOCSIS, VDSL หรือ G.Fast ซึ่งเทคโนโลยีผ่านสายทองแดงเหล่านี้อาจไม่สามารถรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลในระดับ Multi Gigabit/s ในอนาคตได้

รูปภาพ Deutsche Telekom LTE+VDSL Router “SpeedPort Pro” Support Wifi 802.11ax รองรับการเชื่อมต่อขา WAN ได้สูงสุด 2.5 Gbps**

             

ส่วนเครือข่าย Cellular บรรดาผู้ให้บริการรายหลัก ต่างเปิดและแข่งขันการให้บริการเครือข่ายมือถือ 4G LTE ที่ปัจจุบันผู้ให้บริการต่างก็สามารถให้บริการได้ในระดับความเร็วสูงสุดหลักหลายร้อย Mbps หรือการให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายในที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามบิน ผ่านอุปกรณ์ Wifi 802.11ac Wave 2 หรือแม้กระทั่งการให้บริการผสมผสาน Cellular กับ Wifi เช่น LAA, MultiPath TCP ที่มือถือระดับ Flagship ตามท้องตลาดในปัจจุบันก็สามารถเชื่อมต่อด้วยความเร็วในระดับใกล้เคียง เครือข่าย 5G อยู่แล้ว

จากสภาพการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านนโยบาย Thailand 4.0 ในอนาคต ประเทศไทยยังต้องเตรียมความพร้อมในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานระบบโทรคมนาคม โดยเฉพาะ การวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก Last Mile ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความมือและสนับสนุนจากหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบในการบริหารจัดการการวางสาย โดยรัฐบาลอาจเป็นเจ้าภาพ หรือเป็นผู้ลงทุนการวางโครงข่าย Fiber Optic Last Mile เข้าทุกบ้าน เพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อนในการลงทุนวางสายสายจากบรรดาผู้ให้บริการ Broadband Operator   

แต่ละ Operator ก็เพียงเช่าใช้สายไฟเบอร์ออฟติกและลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ใน Node และอุปกรณ์ปลายทางที่ติดตั้งในบ้านผู้ใช้งาน ซึ่งจะช่วยประหยัดและลดการลงทุนของ Broadband Operator ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลสะท้อนในแง่ของค่าบริการรายเดือนจะปรับลดลงอีก 

 

ส่วนเรื่องแผนการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 5G หน่วยงานที่รับผิดชอบอย่าง กสทช.จำเป็นต้องศึกษาในส่วนของเทคโนโลยี 5G ที่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานหรือเทคโนโลยีใดที่ถูกเลือกหรืออนุมัติอย่างเป็นทางการสำหรับ 5G NR หรือ CBRS/OnGo รวมทั้งย่านความถี่ Spectrum ทั้ง High Band, Medium Band หรือ Low Band ว่าย่านไหนจะถูกเลือกใช้เป็นความถี่หลักสำหรับการนำมาให้บริการเครือข่าย 5G ในอนาคต

บทความโดย : สมศักดิ์ พิธุกานต์ 

อ้างอิงและรูปภาพ :  ispreview  broadbandnow telekom

Share this Article:

ADVERTISMENT