ดีแทค สัญญา..คุ้มครองลูกค้า บรรเทาผลกระทบหลังหมดสัมปทาน แนะเปลี่ยนซิมเป็น DTN พร้อมมอบข้อเสนอให้

ดีแทคยื่นฟ้องเพิกถอนมติ กสทช. และขอคุ้มครองลูกค้าชั่วคราวต่อศาลปกครอง ป้องกันผลกระทบหลังหมดสัมปทาน พร้อมเร่งขยายโครงข่าย 2100 MHz และ2300 MHz ของทีโอที ให้ลูกค้าได้รับบริการอย่างต่อเนื่อง แนะลูกค้าเปลี่ยนซิมเป็น DTN มอบข้อเสนอให้ลูกค้าที่ไม่ได้รับความสะดวกในการใช้งานบางพื้นที่ 

ดีแทค แถลงล่าสุดช่วงบ่าย 6 ก.ย. ที่ผ่านมา ให้คำมั่นที่จะต่อสู้เพื่อลูกค้า ในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง หลังสิ้นสุดสัญญาในระบบสัมปทานกับCAT ในวันที่ 15 ก.ย. 2561 ซึ่งในเช้าวันนี้ดีแทคได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนมติ กสทช. วันที่ 18กรกฎาคม พ.ศ. 2561 และพร้อมทั้งยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติและ/หรือกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครอง เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (“ประกาศมาตรการเยียวยาฯ”)ในระหว่างนี้ดีแทคได้ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถในการขยายโครงข่ายการให้บริการให้เข้าถึงลูกค้า เพื่อชดเชยปัญหาการใช้งานที่อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า

ราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “นับเป็นความรับผิดชอบของดีแทคในการต่อสู้เพื่อลูกค้า โดยในปี 2559 ดีแทคได้เรียกร้องให้มีการจัดประมูลคลื่นล่วงหน้า (Early auction)ตลอดจนแผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum roadmap) ซึ่ง กสทช.ได้จัดการประมูลคลื่น 900 MHzเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานล่วงหน้าเพียง 2 เดือน นอกจากนี้ ด้วยเงื่อนไขและสถานการณ์ที่แตกต่าง โดยเฉพาะความแตกต่างทางเทคนิคระหว่างคลื่น900 MHz และ 850 MHz ซึ่งในทางปฏิบัติต้องใช้เวลาประมาณ 24 เดือนเพื่อเปลี่ยนถ่ายอุปกรณ์ใหม่จำนวนมากกว่าหมื่นแห่ง”

“นอกจากนี้ เพื่อปฏิบัติตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ของ กสทช. เพื่อให้ลูกค้าดีแทคที่ยังอยู่ในระบบสัมปทานเดิม ซิมไม่ดับและมั่นใจในการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ในวันที่7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ดีแทค และ CAT ได้ร่วมยื่นแผนคุ้มครองลูกค้ากรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน ต่อ กสทช. ซึ่งก่อนหน้านี้ กสทช. ได้เคยอนุมัติการเยียวยาแก่ผู้ให้บริการรายอื่นที่เป็นคู่แข่งของดีแทคเป็นระยะเวลา 9 เดือน และ 26 เดือน อย่างไรก็ตาม กรณีของดีแทคที่กำลังจะหมดสัมปทานคลื่น 850 MHz ลงในวันที่ 15 กันยายนนี้  กสทช. ได้กำหนดเงื่อนไขในการได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ หากดีแทคเข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz ตามมติ กสทช. วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2561 ซึ่งเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประกาศมาตรการเยียวยาของ กสทช.”

“ในขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งยังไม่ได้นำส่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 1800 MHz ในช่วงคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ซึ่งดีแทคพูดเสมอว่าเรายินดีที่จะชำระค่าใช้คลื่นในช่วงที่เข้าสู่มาตรการเยียวยาฯ”

“ขณะที่เหลืออีกเพียง 9 วันก่อนสิ้นสุดสัมปทาน ดีแทคจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนมติ กสทช. ดังกล่าว เพื่อสิทธิประโยชน์ของลูกค้าดีแทคในการใช้งานคลื่น 850 MHz โดยปัจจุบัน ดีแทคมีลูกค้าในระบบสัมปทานกับCAT จำนวน 90,000 ราย นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าดีแทคไตรเน็ต หรือ DTN อีกเป็นจำนวนมากที่ใช้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศ (Domestic Roaming) บนคลื่น 850 MHzทั่วประเทศ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบการใช้งานของลูกค้า กสทช. ดีแทค และ CAT จำต้องร่วมรับผิดชอบในการดูแลคุ้มครองผู้บริโภค ตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ของ กสทช.”

อย่างไรก็ตาม หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิการใช้งานของลูกค้าดีแทคบนคลื่น 850 MHzรายได้จากการให้บริการที่เกิดขึ้นในช่วงการคุ้มครองจะถูกนำส่งให้รัฐหลังหักค่าใช้จ่าย ซึ่งทำให้รัฐไม่เสียผลประโยชน์ใดๆ ในทางกลับกัน หากไม่มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความ850 MHz จะนำความเสียหายมาสู่ทั้งรัฐและผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ การคุ้มครองการใช้งานชั่วคราวจึงเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย

ในระหว่างที่รอการพิจารณาของศาล ดีแทคได้วางมาตรการในการคุ้มครองลูกค้าที่จะได้รับผลกระทบ โดยดีแทคจะดำเนินการแจ้งลูกค้าในรายที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่ไม่ได้รับการคุ้มครองคลื่นความถี่จาก กสทช.

นอกจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงข่าย  ดีแทคได้เร่งขยายเสาสัญญาณ คลื่นดีแทคเทอร์โบ 2300 MHz ของทีโอทีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคลื่นดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดสูงสุดในประเทศไทยด้วยความกว้างแบนด์วิดท์ถึง 60 MHz และปัจจุบันสามารถให้บริการครอบคลุม 40% ของประชากรทั้งประเทศแล้ว เพื่อทดแทนประสิทธิภาพของคลื่น 1800 MHz

ขณะเดียวกัน ดีแทคยังได้เร่งขยายโครงข่าย 2100 MHzอย่างเต็มความสามารถ เพื่อทดแทนประสิทธิภาพของคลื่น850 MHz และยังได้ย้ายลูกค้าจำนวน 340,000 ราย ที่ยังใช้ซิมดีแทคเดิมให้เปลี่ยนมาใช้ซิมDTN ภายใต้ระบบใบอนุญาต

นอกจากนี้ดีแทคยังได้แบ่งประเภทของลูกค้าที่จะได้รับผลกระทบ โดยจัดตั้งทีมทำงานขึ้นมาดูแลลูกค้าเป็นพิเศษในช่องทางศูนย์บริการ และคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจะได้รับข้อเสนอ ฟรีดาต้าและโทรฟรีโดยขึ้นอยู่กับการได้รับผลกระทบในการใช้งานของแต่ละคน

กลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

ลูกค้า, ผลกระทบและ มาตรการคุ้มครอง


กรณีที่ 1 ลูกค้าที่ใช้ซิมจดทะเบียนกับดีแทค ที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานในนามบริษัทดีแทคใช้งานไม่ได้ ต้องปลี่ยนซิมมาเป็น DTN ลูกค้าสามารถเช็คสถานะซิมที่ใช้งานอยู่โดยกด *444#โทรออก ลูกค้าจะได้เปลี่ยนซิมใหม่ฟรี พร้อมข้อเสนอมือถือราคาพิเศษ

กรณีที่ 2 ลูกค้าที่ใช้มือถือปุ่มกดหรือฟีเจอร์โฟน ที่รองรับคลื่น 1800 MHz ที่จดทะเบียนซิม DTN สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตามปกติ ลูกค้าจะได้รับข้อเสนอมือถือราคาพิเศษที่รองรับการใช้งาน คลื่นดีแทคเทอร์โบ

กรณีที่ 3 ลูกค้าที่อยู่บางพื้นที่ จะไม่ได้รับความสะดวกในการใช้งาน ได้รับผลกระทบจากการใช้งาน สามารถเช็คได้ที่ *777โทรออก (เริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 13ก.ย.2561) ลูกค้าจะได้รับข้อเสนอดาต้าและโทรฟรี ให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการใช้งาน ทั้งลูกค้าพรีเพดและโพสต์เพด

จำนวนลูกค้าที่จะได้รับผลกระทบกรณีไม่ได้รับเยียวยา

ลูกค้าและจำนวน


ลูกค้าดีแทคบนคลื่นสัมปทาน 340,000

250,000 (คลื่น 1800 MHz)

90,000  (คลื่น 850 MHz)

บริการข้ามโครงข่าย850 MHz

มากกว่า1,000,000

 

อย่างไรก็ตาม ดีแทค ขอแนะนำให้ลูกค้ามาใช้บริการบนคลื่น2300 MHz ดีแทคเทอร์โบ ซึ่งสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ลื่นขึ้น โดยดีแทคกำลังเร่งขยายโครงข่าย 2300 MHzให้ครบทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานบนคลื่น 2300MHz ได้อย่างมีประสิทธิภาพในกลางปี 2562 ลูกค้าที่สนใจและอยู่ในพื้นที่ให้บริการสังเกตdtac-T เช็คความพร้อมที่โทร. *2300# และ www.dtac.co.th/network สามารถติดตามความคืบหน้าได้ที่ www.dtac.co.th/network

 

 

Share this Article:

ADVERTISMENT