Wi-Fi ใช้งานหนาแน่น ต้องขยาย..เล่นเน็ตผ่าน Wi-Fi ความเร็วสูง บนมาตรฐาน Wi-Fi 802.11ax อนาคตใหม่ที่น่าจับตา (1)

เชื่อเถอะว่า..ความเร็วอินเทอร์เน็ตเท่าไรก็ไม่พอ โดยเฉพาะ Wi-Fi ที่ตอนนี้เราเริ่มเห็นเน็ต Wi-Fi ความเร็วสูงออกมาให้บริการกันบ้างแล้ว ส่วน Wi-Fi สาธารณะก็มีความเร็วสปีดสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการพัฒนามาตรฐาน Wi-Fi 802.11ax จะสามารถรองรับ Wi-Fi ความเร็วสูง และในสถานที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นได้ดีขึ้น ฉีกข้อจำกัดเดิมๆ ของ 802.11ac ได้มากขึ้น ซึ่งเราจะเริ่มเห็นในปี 2019

ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม ในการใช้งาน Wi-Fi บนมาตรฐาน Wi-Fi 802.11ax เนื่องจากรองรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง และเข้ามาแก้ปัญหาสัญญาณ Wi-Fi ทะลุทะลวงได้ไม่ดีนัก รวมไปถึง ในสถานที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น และตอนนี้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi มีเยอะมาก ซึ่งมันไม่ใช่แค่อุปกรณ์ที่เราถือ อย่าง มือถือ แท็บเล็ต ทีวี แต่มีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมากมาย เรากำลังพูดถึง อุปกรณ์ IoT ด้วย

ย้อนความไปถึงปี 1999 ที่มีมาตรฐาน Wi-Fi 802.11b สมัยเริ่มใช้เน็ตในบ้านเรา และถ้าย้อนกลับไปสัก 15 ปีก่อน เราได้สัมผัสกับ 802.11a/g ที่ตอนนั้น โน๊ตบุ๊กรองรับก็เท่แล้ว ต่อมาปี 2009 โน๊ตบุ๊กใช้ Wi-Fi 802.11n ยิ่งทำให้รองรับการเชื่อมต่อได้ดีขึ้น (ตอนนั้นเริ่มแบกโน๊ตบุ๊กนั่งร้านกาแฟกันแล้ว) และปี 2013 เราได้ใช้ 802.11ac กับมือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และในปี 2019 เราจะได้ใช้ Wi-Fi บนเทคโนโลยี 802.11ax ซึ่งมีจุดเด่นคือ ใช้งานได้ในทุกสภาพแวดล้อม อย่างที่เราทราบกันดีว่า Wi-Fi เจอการใช้งานหนาแน่น เจอกำแพง เจอสิ่งกีดขวาง ก็ไม่เสถียรแล้ว จะดีแค่ไหนถ้าการรับส่งสัญญาณดีขึ้น 4 เท่า และเร็วกว่าเดิม 40% ในแง่ของ Peak Data Rates ต่ออุปกรณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อที่ดีขึ้น รวมไปถึง ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ได้

ถ้าพูดกันในแง่ของการใช้งาน ตอนนี้ไม่ใช่แค่มือถือ แท็บเล็ต แต่เป็นการเชื่อมโยงเมืองอัจฉริยะ Smart City ผ่านอุปกรณ์ 802.11ax

เราใช้มาตรฐาน IEEE 802.11 ตั้งแต่ปี 1997 ซึ่งสมัยนั้นเราใช้เน็ตกันเต็มที่ความเร็ว 1 หรือ 2Mbps เท่านั้นเอง แล้วก็ใช้งาน 802.11 ที่ความเร็วสูงขึ้นกับ 802.11ac Wave 2 กับการใช้ Wi-Fi บนความเร็วระดับ Gigabit ล่าสุดกับ 802.11ax ถูกนำมาใช้กับองค์กร การเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตในบ้านกับผู้ให้บริการ เพื่อรองรับการสตริมข้อมูลสูงระดับ 10 Gbps ยอมรับว่าเราต้องการความเร็วสูงมากขึ้นเรื่อยๆ 802.11ax ทำให้การจัดการบนเครือข่ายดีขึ้น รวมไปถึงการมาของ Internet of Things (IoT) และจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ในปริมาณมากขึ้น

คาดกันว่า จากเดิมที่เชื่อมต่อกัน 8 เครื่อง ในปี 2012 กลายเป็น 50 เครื่อง ในปี 2022 หากเชื่อมต่อผู้ใช้งานทั้งหมด ก็จะใช้ข้อมูลราว 163 Zettabytes ในปี 2025 ในขณะที่ การเชื่อมโยง Smart City ผ่าน AP บนมาตรฐาน 802.11ax รองรับปริมาณการไหลทะลักของข้อมูล การเพิ่มขึ้นของแบนด์วิธ Wi-Fi และการจัดการ QoS ใน Smart City ที่ต้องการความสามารถในการรองรับเครือข่ายสูง รวมไปถึงการสร้าง Transportation Hubs เช่น สนามบิน สถานีขนส่งรถประจำทางและรถไฟ ถนนที่เชื่อมกับ Smart Parking ท่อต่างๆ มิเตอร์ และไฟส่องสว่าง เช่น สนามกีฬาในร่มและกลางแจ้ง ที่มีคนใช้เยอะๆ แล้วต้องการการ offloads ให้กับ mobile data ในการรับชม VDO streaming 4K ในอนาคต

เราคาดว่าจะได้เห็นโครงสร้าง 802.11ax รองรับการพัฒนา Smart City มากขึ้น และใช้แอพในการควบคุมเซ็นเซอร์ ควบคุมสภาพอากาศ มลพิษ กล้อง CCTV และระบบตรวจอาวุธจับปืนของเจ้าหน้าที่

โดยภาพรวมแล้ว การเชื่อมต่อที่อาศัยความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และความเสถียร ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, CBRS, BLE, Zigbee, Zwave หรือ LoRa รองรับการพัฒนาของเอกชนและภาครัฐให้ทำงานร่วมกันในการประสานการเชื่อมต่อให้มีประสิทธิภาพ

ถ้ายกตัวอย่าง Smart City ให้เห็นภาพชัดก็คือ LinkNYC ที่ให้บริการ ตู้ให้บริการไวไฟฟรี 7,500 แห่ง ที่ให้บริการ Wi-Fi ในระยะ 150 ฟุต และรองรับ 250 concurrent [คืออุปกรณ์เชื่อมต่อได้พร้อมกันมากถึง 250 เครื่อง ต่อ 1 ตู้ให้บริการ] นอกจาก Wi-Fi แล้ว ตู้นี้ยังให้บริการโทรฟรีในประเทศและโทรฉุกเฉินได้อีกด้วย หน้าจอเป็นแท็บเล็ตแบบทัชสกรีน เข้าถึงข้อมูลภาครัฐ และชาร์จมือถือได้ด้วย

ผู้เขียน และ อ.ศุภเดช เคยไปเล่นตู้ LinkNYC นี้มาครับ (ปี 2559)

ประโยชน์จาก 802.11ax มีดียังไง

  • เพิ่ม capacity ของเครือข่าย คือรองรับอุปกรณ์ได้เยอะขึ้น และเสถียรขึ้น
  • เพิ่ม peak throughputs หมายถึงใช้กันหนาแน่นก็ช่วยให้ใช้งานได้โอเคขึ้น
  • อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อจะประหยัดแบตมากขึ้น
  • ใช้งานกลางแจ้งได้ดีขึ้น


คุณสมบัติของ 802.11ax

OFDMA และ MU-MIMO

เช่นเดียวกับ Cellular คือมี OFDMA และ MU-MIMO ซึ่งในทางเทคนิค ช่วยเรื่องความเสถียรและการจัดการกับเครือข่าย Wi-Fi แบบ unlicensed

สำหรับ OFDMA จะเป็นการแบ่งช่องแบนด์วิธย่อยเล็กๆ เรียกว่า Resource Units โดย AP จะเป็นตัวพิจารณาเพื่อตัดสินใจว่าจะจัดลำดับ sub-channels อย่างไร ในแต่ละ RU (หรือ sub-channel) จองสัญญาณให้กับการเชื่อมต่อต่างๆ ช่วยเพิ่ม average throughput (ต่อ user) โดยสร้างช่วงสัญญาณสำหรับ sub-channel

ยิ่งไปกว่านั้น OFDMA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคลื่น และลด latency และช่วยจัดสรรการเชื่อมต่อสำหรับบางกิจกรรม เช่น IM หรือการสนทนา อีเมล์ หรือการเข้าเว็บ รวมไปถึงการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่

โดยภาพรวมแล้ว OFDMA และ MU-MIMO เข้ามาช่วยจัดการ concurrent ในขณะที่มีการเชื่อมต่อในปริมาณมาก ซึ่ง OFDMA คือทางออกที่ดีสำหรับการเชื่อมต่อที่หนาแน่น ทั้งระยะใกล้ ปานกลาง และไกล ให้ latency ที่ต่ำกว่าและลดการทอนของสัญญาณ ในขณะที่ MU-MIMO ให้บริการสำหรับการที่มีผู้เชื่อมต่อจำนวนมากๆ แล้วเครือข่ายโหลด Full Traffic ช่วยเพิ่ม latency และลดการรบกวนและทอนสัญญาณ

ทั้ง OFDMA และ MU-MIMO ยังเข้ามาช่วยรองรับ Downlink (จาก AP) และ uplink (จากสถานีถึง AP) โดย AP จะจัดลำดับการรับส่งข้อมูลทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับ pre-802.11ax (โดยเฉพาะขา uplink) เมื่อมีการจัดลำดับความสำคัญ สถานีจึงสามารถตัดสินใจส่งข้อมูลได้อย่างเหมาะสม

ถ้าสรุปโดยรวมแล้ว 802.11ax ออกมาช่วยอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันมากมายมหาศาล และขับเคลื่อน Internet of Things (IoT) และออกมาช่วยผลักดันการเติบโตของ Smart City และการเชื่อมต่อ ที่ความเร็วสูงถึง 10 Gbit/s

มาตรฐาน 802.11ax จัดสรรความถี่ผ่าน OFDMA เสริมด้วย Uplink MU-MIMO, ลดการจัดการด้วย sub-carrier spacing เพื่อเพิ่มอัตรา PHY ฉีกข้อจำกัดของ 2.4GHz และช่วยให้จัดการพลังงานของอุปกรณ์ได้ดีขึ้น

ปลดล็อกอนาคต Wi-Fi ด้วย 802.11ax

ถัดจากเรื่องมาตรฐาน ก็มาดูมุมมองของ ISP กันบ้าง โดย Charter เป็นผู้ให้บริการ Broaband ของ U.S. ภายใต้แบรนด์ Spectrum จะเริ่มให้บริการด้วย Router เทคโนโลยีใหม่ที่รองรับ Wi-Fi ความเร็วสูง รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ (Concurrent) ได้มากขึ้น Wi-Fi ครอบคลุมทั้งบ้านดีขึ้น



บริการจาก Spectrum Wi-Fi router รองรับเทคโนโลยี 802.11ax ก็เหมือนกับ ISP บ้านเรา ที่มีการนำอุปกรณ์มาให้บริการในการเชื่อมต่อจากการติดตั้งแรกเข้า ถือได้ว่า Charter เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายแรกใน U.S.ที่ให้บริการเร้าเตอร์ที่รองรับมาตรฐานใหม่นี้ เพื่อเพิ่มความเร็วของ Wi-Fi รองรับการเชื่อมต่อหลายๆ อุปกรณ์ หรือ concurrent และยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น รวมไปถึง Wi-Fi ก็จะครอบคลุมส่วนต่างๆ ในบ้านได้มากขึ้น

Spectrum Wi-Fi router มาพร้อมมาตรฐาน 802.11ax ถูกที่ถูกเวลาแล้วครับ เพราะการนำเทคโนโลยีมาใช้ ต้องเริ่มต้นจาก ISP ที่เริ่มให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสใช้งาน และด้วยความสามารถที่รองรับ Multi-gigabit throughput บน 802.11ax ทำให้ Charter มอบประสบการณ์ ใช้เน็ตความเร็วสูง โดยมีอุปกรณ์ที่รองรับ รวมไปถึงเผื่ออนาคตอย่าง VR หรือ Virtual Reality, Augmented Reality และใช้งานกับอุปกรณ์ IoT

ดีกว่า Wi-Fi เดิมๆ แน่ แต่ต้องรอมาตรฐานให้ชัดเจน

โดย 802.11ax มีการทำงานคล้ายกับเทคโนโลยี Cellular ในด้านของการจัดการ และตอนนี้ ในบ้าน คนนึงก็มีหลายอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อพร้อมกัน ถ้าเร้าเตอร์รองรับไม่ไหวก็ทำให้การใช้งานสะดุด

ขณะนี้ Charter กำลังพัฒนาเพื่อให้บริการผ่านเร้าเตอร์นี้ได้ในปี 2019 ผ่าน Spectrum Wi-Fi router ที่สามารถจัดสรรการทำงานกับคลื่น licensed และคลื่น IoT ในหนึ่งเดียว

ต้นปี 2019 เราเตอร์ของ Spectrum Wi-Fi จะสามารถรับสัญญาณ Wi-Fi Radio Resource Management (RRM) เข้ามาจัดการการบริหารคลื่น Wi-Fi โดยใช้ข้อมูลจาก built-in cloud-based data analytics

เริ่มมีอุปกรณ์เราเตอร์ให้เห็นบ้างแล้ว

Asus เปิดตัว Gaming Router 802.11ax เร็วไม่บันยะบันยัง



ความเจ๋งคือมี “Turbo Key” กดแล้วบูทสปีดพุ่งแรง รองรับ Single 2.4 GHz สูงถึง 1148 Mbps และรองรับ 2 ย่าน 5GHz สูงถึง 4804 Mbps ส่วน Ethernet port รองรับได้ 2.5Gbps

มี 2 รุ่น รุ่น AX6100 รองรับ Tri-Band mesh system รองรับความเร็วสูงสุด 6100 Mbps อีกย่าน 5 GHz แบ่งย่านนึงเอาไว้ติดต่อกับเร้าเตอร์ด้วยกัน อีกย่านติดต่อกับอุปกรณ์ใหม่ๆ ในขณะที่ย่าน 2.4GHz ก็จะเอาไว้ให้อุปกรณ์เก่ากว่าใช้งาน และอีกรุ่นคือ RT-AX88U เป็นรุ่น Dual-Band รองรับความเร็วสูงสุด 6000Mbps

สำหรับคนที่สนใจ Mesh รุ่น AX6100 มีจำหน่ายแบบ multipacks และมีซอฟต์แวร์อัพเดตให้ทำงานกับเร้าเตอร์ AiMesh อื่นของ Asus รายละเอียด


D-Link's AX6000

รองรับ

  • Dual-band ให้ความเร็วสูงสุด 6,000 Mbps
  • รองรับ 4×4 MU-MIMO
  • พอร์ต WLAN สูงสุด 2.5 Gbps และมี 4 ช่อง Gigabit LAN
  • จัดการผ่านแอพ D-Link Wi-Fi
  • พอร์ต USB 3.0 เชื่อมต่อ Storage ได้

ที่มา

theverge.com

charter.com

intel

Share this Article: