ออสเตรเลีย คว่ำบาตร Huawei และ ZTE ปิดกันการสร้างโครงข่าย 5G และนำเข้าอุปกรณ์อีก 4 ประเทศ เชื่อถูกดักข้อมูล

รัฐบาลออสเตรเลียสั่งห้าม ZTE และ Huawei รวมถึงบริษัทที่เป็นสัญชาติจีน สร้างเครือข่าย 5G และ 4G LTE ทั้งการร่วมมือและการสั่งอุปกรณ์นำเข้าทุกรูปแบบในประเทศ โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

Scott Morrison ระบุ ทางการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้เหตุผล เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศใช้ข้อตกลง TSSR มีบทบาทในการพัฒนาวิวัฒนาการระบบเครือข่าย 5G ทั่วประเทศ เนื่องจากรัฐบาลรู้สึกได้ถึงความเสี่ยงในการแทรกแซงและไม่สามารถปกป้องเครือข่าย 5G ของทางบริษัทจีนได้ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย เช่น เรื่องการดักข้อมูลและการดักฟัง ทำให้เกิดปัญหาทางด้านกฎหมายได้ในอนาคต

โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยบนเครือข่าย 5G จะเป็นเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานในอีก 10 ปี ข้างหน้า ทางรัฐบาลต้องป้องกัน รัฐบาลต้องมีความสามารถในการดูแลประชาชนในเรื่องของความปลอดภัยทางด้านข้อมูลและการติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาโดยไม่ถูกแทรกแซง

ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ ถือเป็นการปฏิรูประบบการรักษาความปลอดภัยทางโทรคมนาคมแห่งชาติ มีผลตั้งแต่ 18 กันยายน 2561 เป็นต้นไป ทำให้ผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมต้องรับภาระในการปกป้องการแทรกแซงหรือการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า เช่นประวัติการใช้งาน, ประวัติของผู้ใช้ทั้งหมด และความมั่นคงของชาติในการเจาะระบบทาง Cyber ด้านข้อมูลภาครัฐอีกด้วย เหตุผลที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับระบบ 5G เนื่องจากตัวโครงสร้างของระบบมีความซับซ้อนสูงมาก การใช้วิธีเดิมๆในการปกป้องข้อมูลนั้นไม่ถือเป็นผลดี

ที่ผ่านมาทาง Huawei ได้จับมือสร้างโครงข่าย 4G-Advanced เป็นที่เรียบร้อย โดยติดตั้งอุปกรณ์ให้กับ Optus และ Vodafone ในอนาคตจะพัฒนาระบบ 5G อีกด้วย ซึ่งการตัดสินใจของรัฐบาลในครั้งนี้ทำให้ 2 รัฐมนตรี ทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงนวัตกรรม ตัดสินใจลาออกกะทันหัน และนำทีม สส. ถอนการสนับสนุนออกจากการเป็นรัฐบาลทันที

ล่าสุดนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียลาออกหลังถูกกดดัน ในขณะที่ Scott Morrison จะเป็นนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคนต่อไป

George Brandis อดีตอัยการสูงสุด ออกมาสนับสนุนในสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ เนื่องจากรัฐต้องเป็นผู้ปกป้องข้อมูลภายในประเทศอย่างเต็มที่ที่สุด เพื่อป้องกันการแทรกแซงโดยไม่ได้รับอนุญาต

Nokia ออกแถลงการณ์มาในทันที โดยระบุ ระบบความรักษาความปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่สำคัญและเราได้พยายามสร้างโครงข่ายให้มีความโปร่งใสทั่วโลกให้มากที่สุด ทาง Nokia เองมีสายสัมพันธ์ที่ดีในหลายแห่งและติดตามกฎหมายอย่างไกล้ชิด

ล่าสุดทาง Nokia ได้เตรียมนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ "ขับเคลื่อนรถยนต์ด้วยระบบ 5G" ซึ่งมีการทดสอบระบบในประเทศออสเตรเลีย

โฆษกของ Optus และ Telstra (TLSYY) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ของออสเตรเลีย กล่าวในแถลงการณ์แยกต่างหากว่า บริษัท เหล่านี้ "จะปฏิบัติตาม" และยอมรับการตัดสินใจของรัฐบาล

 

ทางด้าน Huawei เองได้แสดงความเห็น หลังจากรัฐบาลของออสเตรเลียพยายามปิดกั้นอุปกรณ์การสร้างโครงข่าย 5G แม้ว่าจะเป็นคำตัดสินของทางรัฐบาล แต่ทาง Huawei ก็เสียหน้าไม่น้อย โดยทาง Huawei ได้แสดงความรู้สึกผิดหวังอย่างแรงผ่าน Twitter เนื่องจาก คนที่เสียโอกาสคือลูกค้าผู้ใช้งาน และ Huawei คือผู้นำ 5G ของโลก

ซึ่งประกาศได้มีขึ้นหลังจากทางหน่วยงานของออสเตรเลียได้แจ้งข้อกังขาที่มีระหว่าง Huawei และรัฐบาลจีน หน่วยงานรัฐของออสเตรเลียได้แจ้งในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารที่ขัดต่อกฎหมายของรัฐบาลออสเตรเลีย โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการไม่สามารถนำเข้าอุปกรณ์ในการให้บริการเครือข่าย 5G เนื่องจากมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการปกป้องข้อมูล

จากแถลงการณ์ ทางรัฐบาลออสเตรเลียไม่ได้ระบุชื่อจีนหรือ Huawei อย่างชัดเจน ส่วนทาง Huawei ก็ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าในด้านความปลอดภัย แต่ด้วยกฎหมายของทางการออสเตรเลีย ทำให้ Huawei ถูกสั่งห้ามจากรัฐบาลของออสเตรเลีย และทาง ZTE (ZTCOF) ก็ถูกสั่งห้ามนำเข้าอุปกรณ์เครือข่าย 5G


ในขณะที่ฝั่ง ZTE ไม่ได้แสดงท่าทางต่อคำสั่งนี้ แต่ทางบริษัทยังคงพยายามพิสูจน์ตัวเองจากการถูกรัฐบาลของ US กีดกันในการทำธุรกิจกับบริษัทอเมริกัน รัฐบาลของออสเตรเลียเริ่มมีการควบคุมประเทศอื่น รวมไปถึงสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร โดยมีการแจ้งเตือนให้ระมัดระวังความปลอดภัยของอุปกรณ์ Huawei หรือ ZTE

งานนี้ Huawei ผู้นำสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สื่อสารเครือข่ายไร้สาย โดยบน Twitter ทาง Huawei ได้ทวิตข้อความเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สายในออสเตรเลียเกือบ 15 ปี

ในขณะที่ Vodafone (VOD) และ Optus 2 ผู้ให้บริการเครือข่ายยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลีย มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ Huawei และได้ทดสอบอุปกรณ์ 5G มาก่อนแล้ว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทาง CEO ของ Vodafone คุณ Dan Lloyd ได้แสดงความเห็นว่าเป็นการสร้างความไม่แน่นอนของผู้ให้บริการในการวางแผนการลงทุนขยายเครือข่าย และการตัดสินใจครั้งนี้ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออนาคต 5G ในออสเตรเลีย และเรากำลังพิจารณาว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจของเราต่อไป

มาที่ฝั่งจีน เมื่อโดนแบน แล้วคิดว่ายังไง? ทางจีนมองว่าผู้บริโภคเสียผลประโยชน์ และเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งยอมรับว่า สถานการณ์ในตอนนี้ยักษ์ใหญ่อย่าง Huawei ได้รับผลกระทบในการขยายบริการ 5G จากการตัดสินในครั้งนี้ และมองว่า ประธานาธิบดี Donald Trump พยายามกีดกัน Huawei และผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารรายอื่นอย่าง ZTE

แม้ว่าในแถลงการณ์จะไม่มีการระบุชื่อของบริษัทจีนหรือ Huawei แต่มีความเป็นกังวลต่อการให้บริการ 5G จากผู้ให้บริการต่างชาติ ซึ่งหากดูตามแถลงการณ์คำสั่งแล้ว ทั้ง Huawei และ ZTE ต่างก็ได้รับการระบุชื่อ Huawei & ZTE ว่าถูกแบนจากการให้บริการเทคโนโลยี 5G ในออสเตรเลีย

สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มแช่แข็งเทคโนโลยี Huawei และ ZTE เป็นรายแรกๆ เนื่องจากมีมุมมองด้านความมั่นคงด้านการสื่อสาร โดยทางรัฐบาลสั่งห้ามบริษัทโทรคมนาคมให้ Huawei และ ZTE รับเหมาติดตั้งโครงข่ายและจำหน่ายอุปกรณ์การสื่อสารทุกชนิดภายในราชอาณาจักร เนื่องจากมองว่าเป็นการหน่วยสอดแนมของรัฐบาลจีน อุปกรณ์ทุกอย่างดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหากสหรัฐฯ ดำเนินการให้มีการรับเหมาติดตั้งโครงข่ายและจำหน่ายอุปกรณ์ต่อไป จะไม่สามารถควบคุมและปกป้องความปลอดภัยด้านข้อมูลข่าวสารภายในประเทศได้อีก


คำสั่งนี้อาศัยอำนาจ พระราชบัญญัติการป้องกันประเทศ ( National Authorization Authorization Act ) โดยมีตัวย่อ " NDAA " ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์ ได้เซ็นคำสั่งนี้ในกองทัพ เริ่มมีผลปี 13 สิงหาคม 2562 พระราชบัญญัติฉบับนี้ครอบคลุ่มถึงการนำเข้าอุปกรณ์ที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ โดยมีผู้รับผิดชอบหลักคือ กระทรวงกลาโหม หรือ FBI เป็นผู้เห็นสมควร

ผลกระทบของกฎหมายฉบับนี้ในมุมมองทางด้านโทรคมนาคม ส่งผลให้ทาง AT & T ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอันดับ 1 ของประเทศต้องยุติสัญญากับ Huawei ในการติดตั้งโครงข่าย 4G และ 5G ที่กำลังจะเกิดขึ้นทันที และต้องยุติการสั่งผลิต OEM สมาร์ทโฟนที่ให้เฉพาะคลื่นที่ตนให้บริการ

โฆษกของ Huawei ปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านโปรแกรมพิเศษไปยังรัฐบาลจีน ได้กล่าวกับ TechRadar Pro ระบุ การกระทำของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา กำลังทำกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หากห่วงด้านความมั่นคงควรแก้ไขปรับปรุงนวัตกรรมระบบข้อมูลข่าวสารแทน เนื่องจากกระทำเหล่านี้จะทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตให้กับผู้บริโภคและธุรกิจในสหรัฐฯ

สำหรับกรณี ZTE ถูกแบนด้วยการห้ามใช้เวลา 7 ปี ติดต่อกัน เนื่องจากละเมิดข้อตกลงอยู่แล้วตั้งแต่ส่งสินค้าให้เกาหลีเหนือและอิหร่าน นอกจากนั้นยังมีในประเทศอังกฤษ, นิวซีแลนด์, แคนาดาและเยอรมนี เตรียมจัดการวิธีการสืบราชการลับโดยการใช้อุปกรณ์การสื่อสารทั้งหมดโดยเฉพาะการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของหัวเว่ย เนื่องจากมีความกังวลเรื่องการส่งข้อมูลไปยังแดนไกล

ข้อมูล

https://www.reuters.com/article/us-australia-china-huawei-tech/australia-prepares-to-ban-huawei-from-5g-project-over-security-fears-idUSKBN1K111O
https://www.zdnet.com/article/australian-government-bans-chinese-vendors-for-5g/
https://www.smh.com.au/business/companies/china-lashes-australia-saying-it-s-gravely-concerned-about-huawei-decision-20180823-p4zzf2.html
https://money.cnn.com/2018/08/22/technology/huawei-australia-5g/index.html
https://www.techradar.com/news/huawei-and-zte-tech-banned-from-us-government-use
https://www.voanews.com/a/trump-signs-defense-policy-bill-with-watered-down-china-measures/4526948.html
https://www.illawarramercury.com.au/story/5603164/australias-new-prime-minister-revealed/?cs=300
https://www.theguardian.com/australia-news/live/2018/aug/24/liberal-spill-malcolm-turnbull-peter-dutton-scott-morrison-liberal-spill-politics-parliament-live
http://time.com/5375471/australia-prime-minister-turnbull-dutton/

Share this Article: