สหรัฐฯ แบนกล้องวงจรปิด Dahua และ Hikvision เหตุส่งภาพและวิดีโอให้รัฐบาลจีน

ผลกระทบของกฏหมายว่าด้วย พระราชบัญญัติการป้องกันราชอาณาจักร (National Defense Authorization Act - NDAA) ในสหรัฐอเมริกาที่กำลังจะเริ่มต้นใช้งานภายในวันที่ 13 สิงหาคม 2562 ได้ผ่านการเห็นชอบประกาศใช้อย่างเป็นทางการเรียบร้อยจาก ประธานาธิบดี โรนัล ทรัมป์



สหรัฐอเมริกาในการปกครองของรัฐบาลปัจจุบัน เป้าหมายยังเป็นการป้องกันและปราบปรามระบบสื่อสารและสินค้าที่เสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ โดยอุปกรณ์เหล่านี้ต้องถูกอนุมัติการนำเข้าจากกระทรวงกลาโหม

จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดการแบนสินค้ากล้องวงจรปิด Dahua และ Hikvision อย่างเป็นทางการทันที เนื่องจากเป็นผู้ผลิต OEM ที่มาจากประเทศจีน และรัฐบาลสหรัฐหวั่นวิตกเรื่องการสอดแนมจากกล้องวงจรปิด ซึ่งรัฐบาลจีนกำลังทำโครงข่ายกล้องวงจรปิด เชื่อมต่อข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาโดยที่ฝ่ายความมั่นคงไม่สามารถป้องกันได้เลย

สิ่งที่ Dahua และ Hikvision กำลังได้ลับผลกระทบไม่ต่างกับที่ ZTE Corp และ Huawei Technologies ถูกกล่าวหาเรื่องเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของชาติ โดยการสอดแนมผ่านโครงข่ายการสื่อสาร

Hangzhou Hikvision Digital Technology Co. และ Zhejiang Dahua Technology Co. ยังเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กล้องวงจรปิด ( OEM ) หลายเจ้าชื่อดัง ซึ่งพอจะสรุปข้อมูลรูปภาพโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้





Hikvision เป็นหนึ่งในบริษัทจีนที่มีความไม่ธรรมดา เนื่องจากรัฐบาลจีนถือหุ้นสูงอยู่ในบริษัทดังกล่าว จนปัจจุบันถือเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนอย่างเต็มตัว

ข้อมูลการถือหุ้นดังกล่าวคงปฏิเสธไม่ได้ถือว่าไม่ใช่บริษัทเอกชนธรรมดา ซึ่งทำให้สหรัฐอเมริกาต้องออกโรงป้องกันตนเอง แม้ว่า Hikvision ออกมายืนยันในเรื่องความปลอดภัยก็ตาม

เช่นเดียวกัน Dahua Technology ได้ออกมาให้คำมั่นสัญญาเรื่องความปลอดภัยและปฏิบัติตามกฏหมาย ก็ตาม



ผลกระทบของอุตสาหกรรมกล้องวงจรปิด

กล้องวงจรปิด 60-65% ที่จำหน่ายทั่วไปทั่วโลก พร้อมระบบ VDO ที่เช็คความเคลื่อนไหวได้ทุกที่ ผลิตจากประเทศจีนเป็นหลัก ส่งผลให้สินค้ากลุ่มนี้ไม่สามารถจำหน่ายได้ในประเทศสหรัฐอเมริกา

จะส่งผลให้มีการกระจายชิ้นส่วนการผลิตของจีน ไปประกอบยังพื้นที่อื่นๆทั่วโลกแทน เพื่อนำไปขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหลีกเลี่ยงกฏหมายพระราชบัญญัติการป้องกันราชอาณาจักร

ข้อมูล  securityinformed  ipvm securitysales

Share this Article: