ฟัง 3 กูรูไอที เน็ตเวิร์ค และโทรคม กับมุมมอง 3G & 4G เมืองไทย พร้อมตอบคำถาม 2G ยังต้องมีหรือไม่?

หากใครติดตามข่าวก็จะเห็นผ่านตาว่า ปี 2561 นี้ เราจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz และ 900MHz ซึ่งล่าสุด คลื่น 900MHz กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาเลื่อน เพื่อเก็บรายละเอียดของการประมูลให้รัดกุมที่สุด เรามีทัศนาจากกูรูไอที เน็ตเวิร์ค และโทรคมมาฝากกัน

ย้อนกลับไป ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยเรา ใช้ระบบสัมปทาน ตั้งแต่สมัย 2G ในการให้สิทธิโอเปอเรเตอร์ค่ายมือถือให้บริการเครือข่ายบนคลื่นที่ได้รับสัมปทาน ผ่านยุคมือถือฟีเจอร์โฟน จนมาถึงสมาร์ทโฟน มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากยุค GPRS / EDGE จนมาถึงปี 2554 - 2555 เราได้มีโอกาสใช้เน็ตมือถือความเร็วสูงกว่า 1Mbps เรียกว่ายุค 2.5G ยุค BlackBerry เริ่มมีการใช้ดาต้า ควบคู่กับการใช้โทร (สนทนา Voice)

จนมาถึงยุค 3G ปี 2555 เราได้มีการประมูลคลื่น 2100MHz ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ 3G ที่ดีขึ้น แต่ ณ ขณะนั้น 2G ก็ยังมีการใช้งานอยู่ จนสิ้นสุดระยะเวลาสัมปทาน แต่ทั้งนี้ ตัวเครื่องที่เป็นฟีเจอร์โฟน ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสมาร์ทโฟน เพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เราผ่านยุคของการเปลี่ยนจากระบบสัมปทาน เป็นการประมูลใบอนุญาตในการใช้คลื่นความถี่

ปี 2555 ประมูลคลื่น 2100MHz นำมาใช้ในการให้บริการ 3G

ปี 2558 ประมูลคลื่น 900MHz และ 1800MHz นำมาให้บริการ 4G เต็มรูปแบบ และเสริมการให้บริการ 3G ให้ดีขึ้น

ยุคนี้ เราใช้โทรน้อยลง ก่อนหน้านี้ ยุค 3G เราใช้โทรบน 2G ใช้เน็ตบน 3G พอคลื่นที่สัมปทานสิ้นสุดลง เราใช้โทรบน 3G แล้วก็ใช้เน็ตด้วย พอเรามีคลื่นเยอะขึ้น 4G เลยเอาไว้ใช้เน็ต จุดเริ่มต้น คำว่า "ซิมดับ" เกิดจาก สิ้นสุดระยะเวลาสัมปทาน ทำให้ตัวเครื่องเดิมที่รองรับคลื่น 900/1800MHz แบบโทรอย่างเดียว 2G นั้นใช้งานซิมการ์ดไม่ได้ (แต่เครื่องยังใช้ได้) ส่วนเน็ตเราไปเล่นกันบนคลื่น 850MHz / 2100MHz ทำให้คนที่ไม่เปลี่ยนเครื่อง ไม่เปลี่ยนซิม เจอปัญหาซิมดับ แล้วซิมก็จะใช้งานไม่ได้เลย ถ้าเปลี่ยนซิมเป็น 3G 850MHz / 2100MHz ทำให้ใช้งานหมายเลขได้ตามปกติ

2G นั้นสิ้นสุดไปตอนที่สิ้นสุดสัมปทาน TrueMove สิ้นสุดระยะเวลาสัมปทาน ปี 2557 รวมเวลาเยียวยาแล้ว) AIS 900MHz สิ้นสุดระยะเวลาสัมปทาน ปี 2558 และ dtac กำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาสัมปทานปี 2561 (ปีนี้)

ต้นปี 2559 ดีแทคยังมีคลื่น 1800MHz ให้บริการ 2G อยู่ แต่ปัจจุบัน ใกล้สิ้นสุดระยะเวลาสัมปทานแล้ว ดีแทคพยายามเข้าร่วมประมูลในการได้ใบอนุญาตคลื่น 1800MHz มาเพื่อที่จะได้นำมาให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ค่ายอื่นก็มีการถกเถียงเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ในส่วนของหลักเกณฑ์ ย่านความถี่ และราคาตั้งต้นในการประมูล

ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไต้หวันนั้น เพิ่งยกเลิก 2G ทั้งหมดไปแล้วเมื่อเดือน ก.ค. เมื่อปีแล้ว โดยไต้หวัน ปิด 2G อย่างสมบูรณ์ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ ผู้ใช้มือถือ 2G ไม่สามารถโทรออกได้ ยกเว้นโทรฉุกเฉิน ใช้ดาต้าไม่ได้ รับส่งข้อความก็ไม่ได้ ก็คือ ซิมดับ เช่นเดียวกับประเทศไทย กระทบผู้ใช้ 60,000 คน บนเครือข่าย Chunghwa Telecom และ ผู้ใช้ 20,000 คน บนเครือข่าย Taiwan Mobile กับอีก 8,000 บนเครือข่าย Far EasTone ทางออกก็คืออัพเกรดเป็น 4G เหตุการณ์คล้ายๆ บ้านเรา

มาติดตาม ทัศนะของ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เน็ตเวิร์ค และโทรคมในบ้านเรา ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับบรรยากาศการใช้งาน 3G / 4G บ้านเราในตอนนี้ แล้ว 2G ยังจำเป็นไหม ปิดไปเลยได้หรือเปล่า

ท่านแรก พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที ในฐานะ ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ไอที ล้ำหน้าโชว์ มองว่า ประเทศไทยยังไม่ถึงเวลาปิด 2G โดยสมบูรณ์
เพราะดีแทคเพิ่งหมดสัญญาสัมปทาน ต้องมีระยะเยียวยาเหมือนผู้ให้บริการอื่นที่ผ่านมา ดังนั้น 2G แม้จะไม่จำเป็นต้องมีแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังมีคนใช้อยู่ จึงต้องให้บริการต่อเนื่อง และดำเนินการให้คนเหล่านั้นเปลี่ยนเป็น 3G หรือ 4G

ในขณะที่ความเห็นเรื่องการประมูลคลื่น 900MHz / 1800MHz ในเดือนพฤษภาคมนี้ พี่หลามมองว่า เมื่อคลื่นว่างลง ก็ต้องประมูลเพื่อนำกลับมาใช้งานต่อ เพราะบ้านเราทรัพยากรมีน้อย ต้องวนใช้ และแม้ว่า ตอนนี้บ้านเราจะเล่นเน็ตบนมือถือ โทร LINE แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่ยังต้องการใช้งานเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงต้องมีคลื่นเพิ่ม เพราะเราต้องพัฒนาสู่ 5G ในวันข้างหน้า ซึ่งต้องใช้คลื่นความถี่จำนวนมากกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้
 (ให้สัมภาษณ์ มกราคม 2561)

อาจารย์ศุภเดช (ศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย (อ.โก๋) Head Network Engineer ของ VR Online Co.,LTd.

ตอนนี้ประเทศไทยปิด 2G สมบูรณ์แล้วหรือยัง : ว่ากันตามจริงก็คือ ยัง .. ทาง dtac ยังเหลือคลื่น 2G ในความถี่ 1,800MHz ที่ตอนนี้เรียกได้ว่าหมดไปแล้ว แต่อยู่ในระยะเยียวยา ส่วน TRUE ให้บริการในคลื่น 900MHz แต่คลื่นนี้ยังมีให้บริการอีกนาน ส่วน AIS ยุติการให้บริการ 2G ไปเรียบร้อยแล้ว

2G ยังจำเป็นต้องมีอยู่หรือไม่ ตามหลักการก็คือ ไม่จำเป็นแล้ว เทคโนโลยี 3G/4G สามารถทดแทน 2G ได้หมด ตั้งแต่แรก ผมเชื่อว่า อุปกรณ์ที่ออนไลน์ในระบบ 2G ที่มีคนเป็นผู้ใช้งานจริงๆ น่าจะมีน้อยมาก จนน่าจะตัดสินใจ Shutdown ได้แล้ว

มีความเห็นอย่างไรกับการประมูลคลื่น 900MHz / 1800MHz ในเดือนพฤษภาคมนี้ คลื่นความถี่ของประเทศไทย มีไม่เพียงพอให้บริการมาโดยตลอด การที่มีการประมูลเพิ่มขึ้นก็ถือว่าเป็นโอกาสในการอัพเกรด Network ของผู้ให้บริการกันมากขึ้น เพื่อรองรับการกระโดดไประดับ 4.5G ทาง AIS กับ dtac น่าจะทุ่มเต็มที่ แต่สำหรับ True ที่ตอนนี้มีความถี่ครบทุกย่านอยู่แล้ว อาจจะไม่ต้องกระโดดลงไปประมูลอีกรอบ

สถานการณ์การใช้งานเน็ตมือถือเมืองไทยเป็นยังไง การโทร การเล่นเน็ต การโทร LINE ไหวแค่ไหน เพียงพอหรือยัง ควรมีคลื่นเพิ่มหรือพอแล้ว?

ผมเชื่อว่า ตั้งแต่มี Video Streaming ก็เรียกได้ว่า Bandwidth อยู่ในระดับที่กลับมาค่อนข้างตึงๆ อีกครั้ง ผู้ใช้งาน Internet ในประเทศไทยมีประมาณ 50-60 ล้านคน น่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือเกิน 70% เป็นหลัก ทุกคนเปิดวีดีโอกันเป็นว่าเล่นถึงแม้ว่า จะแค่สั้นๆ ก็ตาม แต่แค่นั้นก็ทำให้ Bandwidth ของ Network โดยรวมเริ่มไม่ค่อยเพียงพอแล้ว

อาจารย์สืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิชาการด้านโทรคมนาคม ผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อสาร มองว่า เรื่องการให้บริการ 2G 3G 4G ของประเทศเรานั้นผ่านช่วงเวลาและกระบวนการที่อาจจะแตกต่างจากหลายๆ ประเทศ เรื่องการจะยุติการให้บริการ 2G ในประเทศไทยเราในระยะเวลาอันสั้นนี้หรือไม่นั้นเริ่มมีการพูดถึงเช่นกัน ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ณ ขณะนี้ กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแลยังไม่เคยออกข้อกำหนดหรือขีดเส้นตายว่าจะยุติการให้บริการ 2G แบบ GSM บนทุกความถี่ในบ้านเราแต่อย่างใด ส่วนการให้บริการ 2G ในปัจจุบันนั้นขึ้นกับผู้ให้บริการหรือ Operator แต่ละรายจะพิจารณาและจัดสรรรูปแบบบริการตามแต่การวิเคราะห์ระบบและฐานลูกค้าของตนที่แตกต่างกันไป

แต่อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า ณ วันนี้ทั้ง 3 ค่าย ยังคงให้บริการ 2G GSM บนความถี่ของตนอยู่ อาทิ AIS และ TruemoveH ให้บริการ 2G GSM ด้วยความถี่ 900MHz ส่วน DTAC ยังคงให้บริการ เครือข่าย 2G GSM ด้วยความถี่ 1800MHz จนกว่าจะสิ้นสุดสัญญาณสัมปทานคลื่นเดิมในเดือน กันยายน 2561 และหลังจากนั้นต้องขึ้นกับการประมูลคลื่นว่าจะได้คลื่นใดกลับมาบ้าง



อย่างไรก็ดีการให้บริการ 2G ที่ยังมีอยู่ แต่ละค่ายมีกลยุทธในการนำโครงข่าย GSM มาปรับใช้แตกต่างกันไป อาทิ AIS ลดจำนวนสถานีฐานของ 2G GSM ลงจากเดิมมาก และไม่ทำเบสในระบบ 2G ในอาคารแล้ว โดยเน้นการนำคลื่น 900MHz ทั้งหมดไปทำ 3G ในต่างจังหวัด และ 4G LTE เพื่อทำ Carrier Aggregation (CA) แบบ 3 ความถี่ให้เต็มประสิทธิภาพ ในขณะที่ TrueMove H เน้นการวางสถานีฐาน 2G GSM เพื่ออุดช่องโหว่ของเครือข่ายในต่างจังหวัดทั่วประเทศเพื่อเสริมพื้นที่บริการให้ครอบคลุมแม้ในจุดที่ 3G หรือ 4G เข้าไม่ถึง จึงจะเห็นว่าเครือข่าย 2G GSM ยังคงพอมีความสำคัญอยู่ ข้อมูลอีกประการหนึ่งคือเรื่องจำนวนเครื่องลูกข่ายระบบ 2G ที่ยังมีอยู่ในตลาดและลูกค้ายังมีการใช้งาน โดยเครื่องดังกล่าวจะไม่ได้หมายถึงแค่ฟีเจอร์โฟนที่รองรับ 2G อย่างเดียวอย่างที่เราเข้าใจ แต่ต้องไม่ลืมว่าพฤติกรรมการใช้งานของกลุ่มผูใช้งานสมาร์ทโฟนที่รองรับ 2 ซิมการ์ด แต่ซิมที่ 2 มักรองรับระบบ 2G GSM อย่างเดียวก็ยังมีจำนวนไม่น้อย การที่ค่ายใดจะปิดระบบหรือยกเลิกการให้บริการ 2G ไปเลยจึงยังอาจเป็นการตัดช่องทางการตลาดของตนเองไปให้คู่แข่งค่ายอื่นที่ยังมีระบบ 2G อยู่ ตรงนี้แต่ละค่ายคงมีการติดตามสถานะการณ์การใช้เน็ตเวิร์ค 2G ของตัวเองเพื่อประเมินอยู่ จึงคาดว่า 2G GSM จะยังคงมีการให้บริการไปอีกระยะหนึ่งไม่ปิดระบบเลยในทันทีทันใด



สำหรับเรื่องการประมูลคลื่นรอบใหม่ทั้ง 900/1800MHz อย่างที่ทราบกันจากข่าวที่ออกมาเป็นระยะๆ ถือเป็นกระบวนการหนึ่งของการจัดสรรคลื่นความถี่ที่หมดระยะเวลาสัมปทานลง และต้องทำการเปิดประมูลคลื่นเพื่อนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ต้องบอกว่าคลื่นความถี่มีความสำคัญมากต่อระบบการสื่อสารไร้สายไม่ใช่เพียงปัจจุบันแต่ยังหมายถึงอนาคตด้วย คลื่นย่าน 1800 ชุดที่จะนำออกมาประมูลนั้นหากมองทั้งผืน ซึ่งจะมีแถบกว้างความถี่ (Bandwidth) มากถึง 45 MHz จะสามารถจะมาสร้างบริการ 4G LTE ให้กับผู้ที่ประมูลได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือถึงจะสามารถนำความถี่บางส่วนมาให้บริการ 2G ไปก่อนจะยุติบริการก็ยังทำได้ ในขณะที่คลื่นย่าน 900 MHz นั้นก็มีความจำเป็นเช่นกันในแง่การเสริมบริการให้ครอบคลุม หรือเสริมศักยภาพของผู้ให้บริการที่มีแถบความถี่ติดกันจากการประมูลครั้งก่อนเพื่อนำมาให้บริการเป็น Bandwidth ขนาด 10+5 MHz ถ้า กสทช. ทำเกณฑ์การประมูลที่ดีพอและไม่ยุติการประมูลไปซะก่อน ซึ่งการยุติการประมูลก็ดีหรือการจัดประมูลแล้วคลื่นไม่ได้ถูกประมูลออกไปทั้งหมดก็ดี ไม่ใช่เพียงการประมูลขายของได้ไม่หมดเท่านั้น แต่แท้ที่จริงคือการเสียโอกาสของการพัฒนาเทคโนโลยีและการพัฒนาประเทศจากการต้องเก็บคลื่นไว้เฉยๆ ทั้งที่เป็นคลื่นที่มีศักยภาพสูงมาก

ด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารข้อมูลผ่านมือถือในปัจจุบันนั้น ต้องมองว่าความต้องการๆใช้งานสื่อสารข้อมูลจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความสามารถ ความต้องการ และบริการที่หลากหลายที่พร้อมจะกระโดดมาอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลไร้สายมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งพฤติกรรมผู้ใช้บริการก็เปลี่ยนเป็นเปิดรับมากขึ้นเช่นกัน ความต้องการนี้จะขับดันให้เกิดการพัฒนาและยกระดับไปสู่บริการมือถือ 5G ที่จะสามารถรองรับความเร็วในการสื่อสารข้อมูลขั้นต่ำที่ระดับ 1Gbps บนย่านความถี่ใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้ อาทิ 17GHz หรือ 27-30GHz สำหรับวันนี้อาจมีคำถามว่าทำไมจะต้องใช้ความเร็วมากมายขนาดนั้นในระดับ Gbps ?? แต่ในอนาคตบริการแบบ Realtime VR หรือ AR จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานของมือถือหรือบริการแน่นอน โดยการให้บริการแบบใหม่ๆ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลแบบ Realtime จำนวนมหาศาลและเครือข่ายแบบ 4G LTE ในปัจจุบันไม่เพียงพอรองรับ

อัพเดต กุมภาพันธ์​ 2561 ประมูลคลื่น 900MHz ส่อแววเลื่อน

อ้างอิง

telecomasia.net

chinapost

telecomasia.net

Share this Article: