2 สัปดาห์ กับการใช้งาน TP-Link LTE-Advanced Mobile Wi-Fi M7300 เล่นเน็ตได้ทุกที่ ใช้ได้ 11 อุปกรณ์

ตอนนี้ คนนึง มีอุปกรณ์พกพาหลายอุปกรณ์ ทั้งโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ที่รองรับ 3G / 4G หรือแท็บเล็ต ที่รองรับเฉพาะ Wi-Fi รวมไปถึงโน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ต่างๆที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ ทำให้หลายคนมองหาอุปกรณ์ที่เรียกว่า Pocket Wi-Fi ใช้ซิมเดียว กระจายสัญญาณเน็ตผ่าน Wi-Fi ให้ทุกอุปกรณ์

ทีมงาน ADSLThailand ได้ทดลองใช้งานจริงและแกะกล่อง TP-Link LTE-Advanced Mobile Wi-Fi รุ่นโมเดล M7300 ที่ต้องระบุรุ่น Model ก็เพราะว่า มีการรองรับคลื่น 3G / 4G ที่แตกต่างกัน และรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยก็คือรุ่น M7300 นั่นเอง อ่านข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้

ทำไมต้องใช้ Pocket Wi-Fi

อย่างที่บอกไปข้างต้น ว่าคนนึงมีทั้งสมาร์ทโฟน คนละอย่างน้อย 1-2 เครื่อง และแท็บเล็ต นี่ยังไม่รวมอุปกรณ์ Wearable ต่างๆและ IoT ที่ทำงานได้โดยใช้เน็ต รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ทำให้เรามีอุปกรณ์ที่ต้องต่อเน็ตเป็นสิบ ครั้นจะเปิดเบอร์ ซื้อซิมใหม่ เพื่อสมัครเน็ต 10 ซิม สำหรับใช้บน 10 อุปกรณ์ ก็ไม่ใช่เรื่อง หรือถ้ามองว่า ใช้เครื่องเดียวเปิด Tethering (แชร์​ Personal Mobile Hotspot จากมือถือ) ก็เปลืองเน็ตและดึงเน็ตกัน แถมสูบแบตอีกด้วย Pocket Wi-Fi เรามักได้ยินในการใช้งานที่ต่างประเทศ เช่น ไปญี่ปุ่น มีกี่อุปกรณ์ก็เชื่อมต่อ แล้วใช้งาน "พร้อมกัน" ได้เต็มที่ 5-10 อุปกรณ์ ใส่ซิมเดียว จ่ายแค่ซิมเดียว เล่นเน็ตได้เป็นสิบอุปกรณ์ คุ้มมาก สมัครเน็ตเยอะๆไปเลย 10-30GB ใช้กันให้หนำใจ

ในบทความนี้ ขอใช้คำว่า Pocket Wi-Fi หรืออุปกรณ์ให้บริการเน็ตแบบพกพา น่าจะคุ้นเคยและเข้าใจง่ายกว่า คำศัพท์อื่นๆที่เรียกก็คือ Personal HotSport แบบพกพา หรือ Portable Wi-Fi Hotspot หรือ Mi-Fi หรือ Mobile Portable Wi-Fi 

สำหรับ TP-Link LTE-Advanced Mobile Wi-Fi M7300 เป็น Pocket Wi-Fi ที่รองรับการใช้งานได้ 10 users หมายถึงรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่าน Wi-Fi ได้สูงสุด 10 อุปกรณ์พร้อมกัน และยังสามารถต่อสาย Micro USB กับคอมพิวเตอร์ จึงรวมเป็นแชร์เน็ตได้ทั้งหมด 11 อุปกรณ์

ก่อนอื่นขอพูดถึงสเปคก่อน แม้ว่า ใช้ชื่อรุ่นเป็น LTE-Advanced แต่มันก็ไม่ใช่ CA นะครับ สเปคไม่ได้ระบุว่าเป็น CA แต่ใช้ชื่อนี้ (ไม่ใช่ เทคโนโลยี LTE Advanced) แต่ถ้าเทียบคือรองรับ MIMO ครับ สำหรับการใช้งานในบ้านเรา ตอนนี้มี 2CA 3CA สำหรับบางค่าย อุปกรณ์รุ่นนี้ ไม่รองรับ CA นะครับ (แต่ถ้าเสากระจายสัญญาณเน็ต MIMO ก็ได้เน็ตเร็ว) ตามสเปคบอกว่า Share 4G (Download) สูงสุด 150Mbps และ (Upload) สูงสุด 50Mbps ขึ้นอยู่กับเครือข่าย สถานที่ และจุดที่ใช้งาน และสภาพแวดล้อม รองรับการรับส่งข้อมูลผ่าน Wi-FI (แปลงซิม 4G เป็นสัญญาณ Wi-FI) ความเร็วสูงสุด 300Mbps ตรงนี้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่รับสัญญาณ Wi-Fi ด้วยเช่นกันว่ารองรับความเร็วที่เท่าไหร ส่วนแบตเตอรี่ 2000mAh จากสเปคเคลมว่าใช้งานได้ 10 ชั่วโมง แต่ถ้าเรา อัพโหลดวีดีโอ ดู YouTube แนะนำให้เสียบชาร์จไว้ดีกว่า เอาชัวร์ๆ จากความรู้สึกในการใช้งาน ไม่ได้จับเวลาเป๊ะๆ ก็ถือว่าใช้งานได้นานอยู่ แต่ต้องเหลือบตาไปมองบนหน้าจอ เพราะถ้าแบตจะหมด จะกระพริบไฟสีแดง (ปกติสีเขียว)

นอกจากนี้ ยังมันยังเสียบ Micro SD ได้สูงสุด 32GB ใช้เป็น Flash Drive หรือ Card Reader ได้เลย และสามารถควบคุมผ่านแอพ tpMiFi App ง่ายมาก โดยผมได้ทำการ แกะกล่อง ผ่าน Facebook Live ไปแล้วรอบนึง รับชมวีดีโอ

ส่วนการใช้งานหลักๆของ TP-Link LTE-Advanced Mobile Wi-Fi M7300 คล้ายๆมือถือครับ ใส่ซิม แล้วแชร์เน็ตจากซิมมือถือ (แพ็กเกจจะต้องเปิดบริการเน็ตและสมัครแพ็กเกจ ถ้าเป็นซิมเติมเงินก็ต้องเติมเงิน และสมัครแพ็กเกจไว้แล้วค่อยเอามาใส่ พูดง่ายๆคือทำอะไรก็ได้ให้มันใช้เน็ตได้ เจ้าอุปกรณ์ Pocket Wi-Fi ตัวนี้ เป็นเพียงการกระจาย (แชร์)​ สัญญาณเน็ตมือถือเป็น Wi-Fi อุปกรณ์อื่นก็ต่อ Wi-Fi กับอุปกรณ์ตัวนี้ เพื่อใช้เน็ตนั่นเอง

รูปลักษณ์ภายนอก

Pocket Wi-Fi จะมีรูปทรง เหลี่ยมคล้าย Power Bank พกง่าย น้ำหนักเบา สีขาว มีฝาครอบปิดแบตเตอรี่และซิมการ์ด มุมด้านนึงมีปุ่ม Power ON/OFF พร้อมพอร์ต Micro USB เอาไว้เสียบชาร์จไฟ (มีอแดปเตอร์และสายมาให้ในกล่องพร้อม หรือจะใช้สายชาร์จมือถือ Android ก็ได้) หรืออยู่ข้างนอกใช้ Power Bank ชาร์จไฟเข้า Pocket Wi-Fi ก็ยังได้

 

ด้านบนจะมีจอ เดี๋ยวเราไปดูจออีกที

ด้านหลัง ขาวเนียนสวย

ตรงมุมจะมีร่องให้เอาเล็บจิกเพื่อดึงเปิดฝาครอบแบตเตอรี่เพื่อใส่ซิมการ์ด Micro SD และแบตเตอรี่ตามลำดับ (Micro SD จะใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้)

ใต้ฝา (ไม่ใช่ชิงโชค) จะมีสติกเกอร์แจ้งรหัส Wi-Fi ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆกับ Pocket Wi-Fi เราสามารถเปลี่ยนได้เองตอน Connected แล้ว

ใส่ซิมใหญ่ (ขนาดปกติ)​ แต่ในกล่องจะมี อแดปเตอร์ซิมใหญ่ สำหรับใส่ซิม Micro SIM และ Nano SIM มาให้พร้อม ขอแค่มีเน็ตในซิม ก็ใช้ได้ แล้วก็ Micro SD ถ้ามีก็ใส่ ไม่มีก็ปล่อยไว้อย่างในภาพ ไม่มีผลอะไรกับการใช้งาน

จากนั้นใส่แบตเตอรี่ตามทิศทางของขั้ว บวก ลบ ประกอบร่างเสร็จเราก็พร้อมใช้งาน แต่ครั้งแรกจะต้องมีการตั้งค่ากันสักหน่อย 

สถานะการใช้งานเราดูไฟบนหน้าจอ แบตเตอรี่เต็ม และใช้งานได้ปกติจะเป็นสีเขียว

กดปุ่ม Power ให้หน้าจอติด ก็พร้อมใช้งาน

การเชื่อมต่อไม่ยาก เหมือนต่อ Wi-Fi ปกติ เลือก SSID ที่เป็น TP-Link (เราเปลี่ยนทีหลังได้)

เอาล่ะ เราไปดูการตั้งค่าครั้งแรกกัน เชื่อมต่อ Wi-Fi กันไปตามปกติ

 

ดูความแรง 

ถ้าเป็นบนคอมพิวเตอร์ให้พิมพ์ tplinkmifi.net หรือบนมือถือ แท็บเล็ต ก็ให้โหลดแอพ tpMiFi App แต่ตอนนี้ยังไม่แนะนำ เพราะตั้งค่าครั้งแรก เราอาจจะยังใช้เน็ตไม่ได้ จะโหลดแอพยังไง จริงไหม เข้า Browser เอาง่ายๆเลย ตั้งค่าสะดวกและง่ายมาก

ผมสาธิตทั้งบนคอมพิวเตอร์และบนมือถือ Android นะครับ ส่วน iOS ก็เหมือนๆกัน

บนคอมจะมีหน้าตาแบบนี้ บนมือถือก็คล้ายๆกันครับ (ถ้าใช้ Wi-Fi อื่น โหลดแอพมา จะจัดการได้สะดวกและคล่องกว่าบนคอม) รหัสผ่านตั้งต้นคือ admin ถ้ามีการตั้งรหัสไว้แล้วเราเข้าไม่ได้ ให้ถอดฝาหลังแล้วเอาเข็มจิ้มซิม จิ้มตรงรู reset ข้างแบตครับ

ส่วนบนมือถือจะมีหน้าตาแบบนี้ครับ 

 

แจ้งเครือข่าย ชนิดการเชื่อมต่อ 3G / 4G ปริมาณเน็ตที่ใช้ ปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือ (เพราะหน้าจอบอกแค่สีเขียว มีแบต สีแดง แบตใกล้หมด)​ ต้องดูจากแอพเนี่ยแหล่ะครับ จำนวนอุปกรณ์ที่ต่อ Wi-Fi อยู่ ดู​ SMS ได้ด้วย และถ้าใส่ SD Card ก็กดเข้าไปดูไฟล์ได้

กำหนด SSID และรหัสผ่านได้ หรืออยากให้ซ่อน SSID ก็ตั้งค่าได้

ส่วนนี้จะเป็นการกำหนดค่าเครือข่าย 3G / 4G เปิด Data Roaming จัดการ APN 

สำหรับ APN นั้น จะต้องสอบถามผู้ให้บริการครับ อย่างผมใช้ของดีแทค ก็ตั้งค่า APN ถ้าตั้งตรงนี้ไม่ถูกต้องก็จะเล่นเน็ตไม่ได้ครับ

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า Model ของ MiFi หรือ Pocket Wi-Fi จะรองรับการใช้งานเครือข่ายที่กำหนดเท่านั้น เราจึงเลือกเครือข่ายแบบ Manual แล้วค้นดูครับ หลักๆใช้ AIS, dtac, True ได้ ส่วน Penguin ลองใส่แต่ลองตั้ง APN ไม่สำเร็จ (สอบถามผู้ให้บริการอีกทีนะครับ)

แล้วก็มี จำนวนอุปกรณ์ที่ต่ออยู่ครับ ถ้าเราใช้เราจะรู้ว่าเราใช้อุปกรณ์ไหนต่ออยู่บ้าง ถ้าเจออุปกรณ์แปลกๆ เป็นไปได้ว่ามีคนแอบมาใช้ของเราแล้วล่ะครับ เช่น แกะฝาครอบแบตดูรหัส แต่นั่นก็คนใกล้ตัวแหล่ะครับ

 

อีกข้อสงสัยที่หลายคนคิดว่า ใส่ซิมใน Pocket Wi-Fi แล้วจะอ่านข้อความ SMS ยังไง ก็ใช้แอพนี้แหล่ะครับ เปิดอ่าน SMS ได้

มาต่อกันที่ระดับแบตเตอรี่ครับ ถ้าเราต่อมือถืออยู่ มันจะมี Noti แจ้งเราว่า แบตของ TP-Link Mi-Fi จะหมดแล้วนะ เราก็ชาร์จแบตซะ ส่วนเรื่องการประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ ถ้าเรากำหนดให้ระยะรัศมี Wi-Fi แรง ก็จะเปลืองแบต (เพราะใช้แบตเยอะกว่า)​ ถ้าระยะใกล้ๆ เช่นไปเที่ยวกัน หรือใช้ในรถ ก็สบายๆครับ แล้วก็ตั้งได้ว่า ถ้าไม่ได้มีอุปกรณ์ไหนเชื่อมต่อ Wi-Fi เลย เกินกี่นาทีจะให้ Auto Disable ก็ประหยัดแบตไปได้อีกครับ

 

และฟังก์ชั่นตัวเอกก็คือ การแชร์เน็ตครับ ผมใช้เน็ตดีแทค คือใช้มา 2 สัปดาห์​ตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ ตอนนั้นเน็ตยังเยอะครับ 10GB แรกหมดแล้ว อีก 10GB ยังไม่หมด แต่ช่วงสงกรานต์ใช้ที่บ้านต่างจังหวัด ก็ซื้อเน็ตอีก 10GB ครับ การใช้งานช่วงนั้น ทั้งเขียนข่าว อัพบล็อก มีการอัพโหลดคลิปวีดีโอขึ้นไปบน Google Drive ก็มีขนาดไฟล์ GB กว่าๆ แหล่ะครับ ใช้งานได้ดี แต่ผมกันเหนียวคือเสียบชาร์จคาไว้เลย ให้คอมอัพโหลดคลิปวีดีโอไป ไม่หลุด เสถียรดีครับ

 

ส่วน Speed Test เนี่ย เอามาฝาก จากร้าน Holly's Coffee ที่ The Street รัชดา อันเป็นสถานที่ถ่ายทำ เขียนรีวิว และใช้เน็ตจาก Pocket Wi-Fi เนี่ยแหล่ะครับเขียนรีวิว (บนคอม)

นอกจากการแชร์เน็ตแล้ว จากตอนต้นรีวิว เห็นไหมครับว่ามี Micro SD สามารถใส่ Micro SD ได้ นั่นคือสามารถทำ SD Wi-Fi Sharing ได้

เข้าถึงไฟล์ที่อยู่บน Micro SD ผ่าน Wi-Fi เห็นโหมดไหมครับ มี Wi-Fi Mode กับ USB Mode ถ้าต่อคอมก็จะเป็นไดร์ฟอันนึงเหมือนเสียบ Micro SD Card Reader ตามปกติ ตอนนี้เราใช้ Wi-Fi Mode

สังเกตด้านล่าง New Folder และ Upload เราสามารถอัพโหลดภาพ จากมือถือเราขึ้นไปเก็บไว้บน Micro SD ได้ด้วย สะดวกดีครับ

ตอนแรก ผมก็คิดว่า แบบนี้ก็ดีสิ ไปเที่ยว แล้วแต่ละคน ถ่ายรูป แล้วทุกคนก็โยนๆๆๆ รูปมาไว้บน Micro SD ได้พร้อมกัน ผ่าน Wi-Fi แต่เดาผิดไปนิดนึง เพราะมันต่ออุปกรณ์ SD Share Wi-Fi ได้ทีละเครื่อง พออีกเครื่องกดเข้า SD Card มันก็เด้ง Logout ออกจากอีกเครื่องที่ต่อพร้อมกันทันที

การอัพโหลดไฟล์ สามารถสร้างโฟลเดอร์ เช่น ชื่อคน ไปเที่ยวทั้งครอบครัวทุกคนก็โยนไฟล์มาเก็บไว้ใน Micro SD แชร์กันได้สะดวก แม้เชื่อมต่อได้ทีละเครื่องก็ไม่น่าจะใช้ปัญหาอะไร สะดวกดีครับ

SD Wi-Fi Share แบบนี้ก็เจ๋งแล้วครับ พอเราไปเที่ยว แต่ละคนถ่ายๆรูปจากมือถือ กลัวเมมมือถือเต็ม ก็ทยอยโยนไฟล์มาไว้บน SD Card ที่อยู่ใน Pocket Wi-Fi ได้ เจ๋งดี ยิ่งใครใช้ iPhone เพิ่มหน่วยความจำภายนอกไม่ได้ ใช้อันนี้ก็ไม่ต้องหาพวก iOS Flash Drive มาใช้แล้ว

ส่วนข้อสงสัยว่า แบตเตอรี่ใช้งานได้ไหม ปกติผมไม่ค่อยปิดครับ แต่ตั้งไว้ถ้าไม่ได้ใช้ นานสัก 10 นาทีให้มัน Disable เอง แต่อย่าลืมว่า ถ้าต่อมือถืออยู่ มือถือมันต่อเน็ตตลอด ไม่ได้ Disable Wi-Fi หรอกนะครับ ก็จะใช้แบตตลอด เอาเป็นว่าอยู่ได้วันนึง ยิ่งถ้าต่ออุปกรณ์เยอะ ใช้หนัก ดู YouTube หรือแม้แต่ใช้ Facebook Live ก็เตรียม Power Bank ไว้ชาร์จแบตได้เลย อยู่ได้ไม่ถึงวัน เหมือนมือถือแหล่ะครับ

ขอขอบคุณ​ บริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์(ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ ข้อมูลผลิตภัณฑ์

Share this Article:

ADVERTISMENT