"ทรู อินเทอร์เน็ต" เผยเตรียมรุกตลาด SME ปีนี้ลงทุนเน็ตเวิร์กหลังบ้าน เพิ่มแบนด์วิธเต็มที่

"ทรู อินเทอร์เน็ต" เตรียมรุกตลาดลูกค้าองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ส-เอสเอ็มอี หวังสิ้นปีนี้ครองที่ 1 มาร์เก็ตแชร์ ตั้งเป้ารายได้ 2,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 30% เผยปีนี้ลงทุนเน็ตเวิร์กหลังบ้าน เพิ่มแบนด์วิธเต็มที่

 

วสุ คุณวาสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าให้ปีนี้ขึ้นเป็นผู้นำในตลาดอินเทอร์เน็ตลูกค้าองค์กร ซึ่งปีที่ผ่านมาภาพรวมอินเทอร์เน็ตองค์กรมีมูลค่ารวมประมาณ 8,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะขยายตัวราว 12% ทั้งนี้ ทรู อินเทอร์เน็ต มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 17-18% ใกล้เคียงกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดยทรู อินเทอร์เน็ต มีรายได้ 1,415 ล้านบาท ส่วนผู้นำตลาดยังเป็น บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) มีมาร์เก็ตแชร์ที่ 22% 

ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้รวมเป็น 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 30% ทั้งยังขยายตัวสูงกว่าอุตสาหกรรมที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 12-13% ซึ่งหากบริษัทสามารถทำรายได้เป็นตามที่คาดไว้ได้ จะส่งผลให้บริษัทขึ้นเป็นผู้นำในตลาดทันที ทั้งนี้จากสภาพเศรษฐกิจและการเมืองที่ส่งผลต่อภาวะโดยรวมในครึ่งปีแรกนั้น บริษัทยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอินเทอร์เน็ตเพราะเป็นส่วนมีความสำคัญและมีความจำเป็นด้านการใช้งานต่อภาคธุรกิจมาก

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทรู อินเทอร์เน็ต มีลูกค้าองค์การขนาดใหญ่ และกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อย (เอสเอ็มอี) รวมแล้ว 4,500 ราย แบ่งเป็นลูกค้าในกรุงเทพฯ 4,300 ราย และลูกค้าต่างจังหวัดตามแหล่งนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 200 ราย โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจคือ เอ็นเตอร์ไพร์ส ,บิสซิเนส , การศึกษา และราชการ โดยลูกค้าเอ็นเตอร์ไพร์สเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้มากที่สุดราว 65% ต่อปี

บริษัทได้เปิดบริการใหม่ วงจรเช่าสำหรับเอสเอ็มอี (ลีสต์ ไลน์) เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้บริการคุณภาะระดับองค์กร ราคาค่าบริการเต็มสุดอยู่ที่ 1,300 บาทต่อเดือน ในระดับความเร็ว 30 เมกะบิตต่อวินาที บริการหลังการขายตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทรู อินเทอร์เน็ตได้ให้ความสำคัญกับการบริการ และเทคโนโลยีมากโดยแต่ละปีมีการลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาท เพื่อตอบรับปริมาณความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตของกลุ่มลูกค้าองค์กรที่มีการใช้งานแบรนด์วิธที่สูงขึ้น โดยแบนด์วิธในประเทศปัจจุบันอยู่ที่ 200 กิกะบิต ส่วนต่างประเทศอยู่ที่ 193 กิกะบิต

สำหรับแนวโน้มของธุรกิจอินเทอร์เน็ตองค์กร ในกลุ่มลูกค้าสถาบันการศึกษา โรงแรม และ อสังหาริมทรัพย์เริ่มมีความต้องการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ในตลาดมีผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้นเพื่อแข่งกันขยายฐานลูกค้า แต่ในด้านรายได้กลับทรงตัวเพราะมีการตัดราคากันมากขึ้น ประกอบกับราคาค่าเช่าแบรนด์วิธจาผู้ให้บริการมีราคาถูกลงทำให้รายได้เฉลี่ยต่อลูกค้าต่อเดือน (อาปู้) อยู่ที่ 30,000 บาท ลดลงจาก 2 ปีก่อนที่กว่า  40,000 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการเองต้องพยายามหาบริการเสริมอื่นๆมารวมในแพคเก็จการให้บริการด้วย เช่น คลาวด์ คอมพิวติ้ง และความปลอดภัยของระบบ

Share this Article: