“รับมือภัยใกล้ตัว! หัวใจหลักในการป้องกันการฉกข้อมูลที่คุณต้องรู้”

ในสังคมยุคปัจจุบัน หลายคนอาจไม่เคยฉุกคิดเลยว่า มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเกิดขึ้นแทบตลอดเวลา และถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คุณเองไม่ควรละเลย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราไปใช้บริการที่ร้านสะดวกซื้อ หรือ ห้างสรรพสินค้า รวมถึงการเข้าใช้บริการฟิตเนสเซ็นเตอร์ เรามักได้รับการเรียกร้องให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อแลกกับสิทธิพิเศษต่างๆ 

หรือการได้รับอนุญาตให้ไปใช้บริการต่างๆ  ซึ่งจะมีการถามชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ อายุ วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งเลขบัตรประชาชนของลูกค้า

คนส่วนใหญ่มักลืมคิดไปว่า นี่คือการตกลงยินยอมให้เขาเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ลืมนึกไปว่าเขาจะนำข้อมูลไปประมวลผลด้านใด ลืมที่จะกังวลว่า เขาจะเก็บรักษาข้อมูลของเราดีหรือไม่ และนานเท่าไร?... การที่ผู้บริโภคยอมให้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้น คุณรู้หรือไม่ว่า ประเทศไทยดำเนินการโดยไม่มีกฎหมายควบคุมโดยตรง! และในฐานะผู้บริโภคควรมีมาตรการป้องกันอย่างไรบ้าง

 

รศ. คณาธิป ทองรวีวงศ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น นักวิชาการผู้คร่ำหวอดศึกษาวิจัยกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวมากว่า 10 ปี ซึ่งเข้าร่วมวงเสวนาเพื่อนำเสนอหลักการและแนวคิด พร้อมสะท้อนความสำคัญในฐานะนักวิชาการและพลเมือง ในวงประเด็นเสวนา “ความยินยอมกับสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - ยอมให้เก็บ ยอมให้ใช้ ยอมอย่างไรให้เป็นธรรม ไม่จำยอม” ที่จัดโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงไอซีที โดย ICT Law Center

 

รศ. คณาธิป ทองรวีวงศ์ ย้ำเตือนให้ทุกคนคำนึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมให้คำแนะนำสำหรับประชาชนธรรมดาในฐานะผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ว่า “คงมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ใส่ใจกับเรื่องความเป็นส่วนตัว ไม่มีใครตั้งใจอ่านข้อตกลงยาว ๆ ก่อนเริ่มใช้บริการ เมื่อเราต้องการใช้บริการ ต้องการส่วนลดในการซื้อสินค้า ต้องการสิทธิพิเศษ ก็มักจะให้ความยินยอมไปโดยลืมระวังข้อมูลส่วนตัวที่กำลังกรอก รวมถึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำการยินยอมตกลงตามสัญญาที่แม้ว่าคุณจะอ่านไม่จบก็ตาม ดังนั้น ควรส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักรู้ถึงความเป็นส่วนตัว หรือ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ก่อน ว่าถ้าคุณสูญเสียความเป็นส่วนตัว สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลไปจะเกิดผลเสียอย่างไร ซึ่งเสี่ยงต่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ในอนาคตแน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเริ่มปลูกฝังให้ทุกคนรอบคอบในการกรอกข้อมูลหรือการทำการตกลงยินยอมใดๆ”

 

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยจะต้องมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับสหภาพยุโรปและอีกหลากหลายประเทศ เพราะแนวโน้มการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยที่บางครั้งประชาชนทั่วไปอาจไม่รู้ตัว ซึ่งหัวใจหลัก ๆ ของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ประชาชนทั่วไปควรรู้ คือ การเก็บข้อมูลใด ๆ ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ 1) ขั้นตอนการเก็บข้อมูล 2) ขั้นตอนการนำข้อมูลไปใช้ประมวลผล และ 3) ขั้นตอนการเผยแพร่ข้อมูล ดังนั้นในฐานะที่ผู้บริโภคซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งความยินยอมในขั้นตอนการเก็บข้อมูล นับเป็นปราการด่านแรกและด่านสำคัญที่สุดที่จะสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้ หรือพูดอย่างเข้าใจง่ายๆ ว่าข้อมูลเพียงเล็กน้อยที่ได้รับการเก็บไปจะนำไปสู่ข้อมูลอื่น ๆ ที่จะบอกเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเรา แม้ว่าแท้จริงแล้วเราอาจจะไม่ได้ต้องการเปิดเผยมันเลยเสียด้วยซ้ำ 

 

รศ. คณาธิป ทองรวีวงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เราต้องเริ่มต้นที่ทุกคนใส่ใจในข้อมูลส่วนบุคคล ตระหนักรู้ถึงความสำคัญและระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ในขณะเดียวกันคงต้องมาลุ้นว่าจะมีมาตรการใดออกมาดูแลคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเราบ้าง 

 

ทั้งนี้ ETDA เปิดเวทีน้อมรับทุกคำแนะนำและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงเรื่องราวหรือประเด็นที่ยังไม่รอบด้าน ติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดได้ทาง http://www.etda.or.th และ http://ictlawcenter.etda.or.th

Share this Article: