ไอซีที โชว์ผลงานจับกุมผู้ขายของผิดกฎหมายทางอินเทอร์เน็ต

กระทรวงไอซีที มีแนวทางการใช้ทั้งมาตรการทางสังคมจิตวิทยา มาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางระบบสื่อสารเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ต รวมทั้งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในภาพรวมของประเทศด้านสื่อออนไลน์ ด้วยการบริหารจัดการเกี่ยวกับประเด็นข้อมูล ข่าวสารในสังคมออนไลน์และอินเทอร์เน็ต ตลอดจนประเด็นเกี่ยวข้องการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ส (e-Commerce)

 

พรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีประจำกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 ด้านที่ 1 การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประกอบสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามประเพณีการปกครองของไทย ประกอบกับแนวทางรัฐบาลที่มุ่งการพัฒนาประเทศในกรอบทิศทาง “Digital Economy” ขับเคลื่อนประเทศทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ความมั่นคง และรวมถึงการถวายความจงรักภักดีและปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ นั้น

กระทรวงไอซีทีถือเป็นหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว โดยมีแนวทางการใช้มาตรการต่างๆ ทั้งมาตรการทางสังคมจิตวิทยา มาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางระบบสื่อสารเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ต รวมทั้งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในภาพรวมของประเทศด้านสื่อออนไลน์ ด้วยการบริหารจัดการเกี่ยวกับประเด็นข้อมูล ข่าวสารในสังคมออนไลน์และอินเทอร์เน็ต ตลอดจนประเด็นเกี่ยวข้องการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ส (e-Commerce) ที่มีปัญหาการส่งสินค้าไม่ตรงตามความต้องการของผู้ซื้อหรือการชำระค่าสินค้าแล้วแต่ไม่ได้รับสินค้า การหลอกลวงของแก๊ง Call Center เป็นต้น ซึ่งต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินการด้าน e-Commerce ให้กับประชาชนรวมถึงแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นรูปธรรม

 

โดยต่อมานายกรัฐมนตรีได้มอบในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2557 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการสั่งซื้อสินค้ารวมทั้งการกระทำความผิดอาญาอื่นทางอินเทอร์เน็ต ที่ 152/2557 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งต่อมาประธานคณะกรรมการฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการสืบสวน จับกุม ปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทางอินเทอร์เน็ต ที่ 1/2557 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2557

กระทรวงฯ ได้ดำเนินการติดตามป้องกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีแนวทางการแก้ไข  เชิงบูรณาการกับทุกหน่วยงานด้วยแนวทาง 4 ป. คือ ปราบปราม ป้องกัน ประชาสัมพันธ์ และประสานงาน โดยกระทรวงไอซีทีได้ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานต่างๆ ดำเนินการแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้การดำเนินการเกิดประสิทธิผลเป็นรูปธรรม ทั้งในเรื่องจุดร้องเรียน ร้องทุกข์ ที่จะประสานกระบวนการทำงานถึงหน่วยงานรับผิดชอบร่วมกัน สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมต่อการปกป้องและป้องกันในการซื้อขายสินค้าทางออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ส อาทิ ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อสินค้า บริการ ผู้ขายมีมาตรฐาน มีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ อย่างไร การมีกิจกรรมประชาสัมพันธ์ รณรงค์ ทั้งนี้ ยังรวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่มุ่งปกป้องคนดี ปราบปราม ระงับยับยั้งคนที่จะกระทำผิด โดยร่วมปฏิบัติการติดตาม เฝ้าระวัง สืบสวน สอบสวน ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายรวมถึงขยายผลในมูลฐานความผิดส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในมาตรการภาษี และความผิดด้านการเงินต่อไป โดยหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการการดำเนินงานเบื้องต้น 17 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กสทช. กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น

สำหรับผลการดำเนินการสืบสวน จับกุม และปราบปรามผู้กระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะกรณีการซื้อขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ ของคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาของประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการสั่งซื้อสินค้า รวมทั้งการกระทำความผิดอาญาอื่นทางอินเทอร์เน็ต นั้น ได้ดำเนินการขอหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าทำการตรวจค้นและจับกุม จำนวน 3 ราย ได้แก่ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2557 จับกุม 2 ราย คือ นายปณัฐนิติ ป้อมสูง คดีเปิดเว็บไซต์กระทำความผิดโฆษณา ขายยานอนหลับ ยาสลบ ยาเสียสาว ยาป้าย หลอกลวงขายสินค้าโดยไม่มีสินค้า มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท และนายปริญญา จันทวิชญสุทธิ์ คดีเปิดเว็บไซต์กระทำความผิด ขายเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.๒๕๒๒ และ พ.ร.บ.เครื่องสำอางค์ พ.ศ.๒๕๓๕  มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท



ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2558 จับกุม เจษฎากร ยะวงษ์ คดีเปิดเว็บไซต์กระทำความผิด ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทำให้ผิวขาว เว็บไซต์ http://www.glutaladybelt.com มีลักษณะหลอกลวงหรือนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปลอมแปลงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. จึงได้ทำการสืบสวนพบว่าเว็บไซต์ http:// www.glutaladybelt.com มีการลักลอบจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง และสืบสวนทราบว่าสถานที่ลักลอบจำหน่ายตามที่ได้รับการร้องเรียน คือบ้านเลขที่ 44/90 หมู่ 2 ถนนสุขาประชาสรรค์ ซอยสมถวิล   ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สมชาย ทองศรี ผบก.ปคบ. ,พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.ไพฑูรย์ คุ้มสระพรหม รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.นวพล  กันคล้อย รอง ผบก.ปอท. ,พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พูลสวัสดิ์ พงส.ผทค.ฯ รรท.ผกก.4 บก.ปคบ. ,พ.ต.ท.อภิชัย ไลออน  สว.กก.4 บก.ปคบ. กับพวก ได้ร่วมกับ คณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาของประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการสั่งซื้อสินค้ารวมทั้งการกระทำความผิดอาญาอื่นทางอินเตอร์เน็ต ภายใต้การอำนวยการของ นายสมโภชน์ กาญจนาภรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงไอซีที นายมานะชัย บุญเอก นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ น.ส.สโรชา กสิพันธ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ และ ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา น.ส.สุภัทรา บุญเสริม รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาระบบคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นำหมายค้นของศาลแขวงนนทบุรี ที่ ค.1/2558  ลงวันที่ 12 มกราคม 2558 เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 44/90 หมู่ 2 ถนนสุขาประชาสรรค์ ซอยสมถวิล ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พบนายเจษฎากร ยะวงษ์ อายุ 18 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้องพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 12 รายการ ประกอบด้วย 1.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสเต็มเซลล์ NKT 233 แคปซูลสีน้ำตาล กล่องสีเขียว จำนวน 239 กล่อง 2.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสเต็มเซลล์ NKT 233 กล่องสีน้ำตาล จำนวน 25 กล่อง 3.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซอฟเจลเม็ดสีชมพูเข้ม 1 ถุง จำนวน 5,000 เม็ด 4.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซอฟเจลเม็ดสีชมพูอ่อน 1 ถุง จำนวน 5,000 เม็ด 5.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซอฟเจลเม็ดสีฟ้า 1 ถุง จำนวน 5,000 เม็ด 6.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซอฟเจลเม็ดสีแดงเลือดหมู 1 ถุง จำนวน 5,000 เม็ด 7.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซอฟเจลเม็ดสีขาว 1 ถุง จำนวน 5,000 เม็ด 8.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซอฟเจลเม็ดสีเขียวเข้ม 1 ถุง จำนวน 5,000 เม็ด 9.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซอฟเจลเม็ดสีเขียว 1 ถุง จำนวน 2,000 เม็ด 10.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซอฟเจลเม็ดสีส้ม  1 ถุง จำนวน 2,000 เม็ด 11.ขวดบรรจุผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จำนวน 200 ขวด 12.ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จำนวน 3 ลัง รวมมูลค่ากว่า 15,000,000.-บาท จึงได้จับกุมตัวนายเจษฎากร  ยะวงษ์ พร้อมด้วยของกลาง โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารโดยแสดงฉลากไม่ถูกต้อง” เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 6(10) ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000.-บาท

ในปัจจุบันมีผู้ลักลอบผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้องทางสื่อออนไลน์ เป็นจำนวนมาก บางครั้งผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือได้สินค้าไม่ครบ หรือได้สินค้าไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนและผู้บริโภคทั่วไป หากประชาชนหรือผู้บริโภคพบเห็นการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวขอให้แจ้งมายังสายด่วน บก.ปคบ. 1135 , สายด่วน อย. 1556 และ สายด่วนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1212 เพื่อจะได้ติดตามตรวจสอบ เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและลงโทษสถานหนักแก่ผู้กระทำผิดต่อไป



 “การดำเนินการที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ ได้ลงไปตรวจสอบเข้มงวดเกี่ยวกับซื้อขายผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยมีขั้นตอนการดำเนินการสืบสวนจับกุม เริ่มตั้งแต่ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าเว็บไซต์ http:// www.glutaladybelt.com นำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปลอมแปลงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ ลับลอบจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยแสดงฉลากไม่ถูกต้อง จากนั้นคณะอนุกรรมการสืบสวน จับกุม ปราบปราม การกระทำผิดทางอินเทอร์เน็ตดำเนินการสืบค้น เฝ้าระวังเว็บไซต์ดังกล่าวจนเชื่อแน่ว่าได้กระทำผิดจริง จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาล เพื่อให้คณะทำงานเข้าตรวจค้น – จับกุม และควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีและจะได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ สร้างภูมิคุ้มกันต่อการที่จะตัดสินใจใดๆ ที่อาจถูกหลอกลวง และที่สำคัญเพื่อยกระดับสมรรถนะของหน่วยงานของรัฐให้มีประสิทธิภาพ สามารถให้บริการเชิงรุก สร้างนวัตกรรมในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ มีบูรณาการ ตอบสนองในสิ่งที่ประชาชนและสังคมคาดหวังต่อการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป” พรชัยฯ กล่าว

 

 

Share this Article: