ไอซีที เร่งจัดทำโรดแมปติดอาวุธ SMEs ไทย

กระทรวงไอซีที ขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เผยเร่งกำหนดยุทธศาสตร์พร้อมโรดแมป ยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทย สร้างรายได้เข้าประเทศ

 

รัจนา เนตรแสงทิพย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะรองประธานกรรมการคณะกรรมการร่วมเพื่อขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในปี 2556 พบว่าประเทศไทยมีผู้ประกอบการขนาดใหญ่ประมาณ 7,300 ราย เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีจำนวนมากถึง 2.76 ล้านราย โดยผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่สามารถเติบโตเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางได้ เนื่องจากการส่งเสริม SMEsของแต่ละหน่วยงานไม่มีความต่อเนื่องและขาดการบูรณาการร่วมกัน 

 

คณะกรรมการร่วมเพื่อขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลได้กำหนดยุทธศาสตร์เบื้องต้นในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของผู้ประกอบการและสร้างรายได้เข้าประเทศ ดังนี้ 

 

1.พัฒนาผู้ประกอบการด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประกอบการ (Smart Entrepreneur)โดยมีเป้าหมาย คือ ให้ภาคการผลิต 30%ปรับระบบการบริหารจัดการการผลิต จากเดิมที่ใช้เครื่องจักร และบุคลากร เป็นการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยบริหารจัดการกระบวนการทำงาน เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แม่นยำ และลดต้นทุนการผลิต ผู้ประกอบการ 50% สามารถซื้อขายในระบบออนไลน์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและลดต้นทุนการดำเนินงาน รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ 1,000 ราย มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถต่อยอดในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

 

2.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับระบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Infrastructure)เพื่อให้ภาคการผลิตและบริการสามารถทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างครบวงจร และ 

 

3.พัฒนาบริการภาครัฐรองรับการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Government)เพื่อให้เกิดบริการภาครัฐที่สามารถรองรับธุรกรรมซื้อขายสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างปลอดภัยและครบวงจร ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มอบหมายให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พิจารณาปรับปรุงยุทธศาสตร์และจัดทำแผนการดำเนินงาน (Roadmap)ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล 

 

“การส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินธุรกิจถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs เนื่องจาก SMEsเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย แต่ที่ผ่านมาปัญหาการส่งเสริม SMEs ยังมีข้อจำกัดในหลายๆ ด้าน เช่น ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน งบประมาณสำหรับการพัฒนาองค์ความรู้ ต้นทุนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น รวมทั้งขาดการบูรณาการด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อวางรากฐานและสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทย ดังนั้น ทิศทางการส่งเสริม SMEs จึงจำเป็นต้องพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความสามารถ และทักษะของบุคลากร โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ และเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้ SMEs ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน” รัจนาฯ กล่าว 

Share this Article: