ไมโครซอฟท์ หนุนดิจิทัล 4.0 ชี้เทคโนโลยี จุดเปลี่ยนองค์กรอยู่รอด

ไมโครซอฟท์ หนุนนโยบายดิจิทัล 4.0 พัฒนาซอฟแวร์เสริมแกร่งทุกอุตสาหกรรม ชี้เทคโนโลยี จุดเปลี่ยนองค์กรอยู่รอด

อรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  แนวโน้มการทำตลาดในไทยต้องมุ่งเน้นไปที่แพลตฟอร์มโมบายเป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันการทำธุรกิจความท้าทายอยู่ที่ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว องค์กรต้องปรับตัวและตามให้ทัน ในมุมมของบริษัทเองก็จำเป็นต้องอยู่ให้ได้ มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานค่อนข้างมาก เพราะที่ผ่านมาบริษัทเติบโตร่วมกันกับธุรกิจอื่นที่กำลังโต

ทั้งนี้ บริษัทมีแนวคิดในการสร้างความสำเร็จให้กับองค์กรหรืออุตสาหกรรมของไทยใน 4 มิติ คือ  การโต้ตอบและสื่อสารกับลูกค้า , การเสริมศักยภาพให้กับพนักงาน ,การยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจ และการพลิกรูปแบบผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจ ซึ่งมีลูกค้าที่ใช้สินค้าของไมโครซอฟท์ทั้งภาครัฐ และเอกชนเพื่อพัฒนาและช่วยลดรายจ่ายขององค์กรได้ค่อนข้างดี โดยมองว่าประเทศต้องพัฒนาตามนโยบายรรัฐ ไทยแลนด์ 4.0 ดังนั้นการปรับตัวขององค์ธุรกิจให้ทันสมัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ

อีกทั้งจากการสำรวจจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 กลุ่มบริษัทส่วนใหญ่มีช่วงการดำเนินธุรกิจที่ยาวนาน เฉลี่ยถึง 60 ปี แต่ในช่วง1-2 ปีที่ผ่านมานี้ บริษัทที่เกิดใหม่มีช่วงเวลาการทำธุรกิจก่อนปิดกิจการที่เฉลี่ยเพียง 15 ปีเท่านั้น ด้วยบริษัทปรับตัวรับมือไม่ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง

"ธุรกิจเปลี่ยนไป ไม่ได้เติบโตได้ด้วยตัวเองเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว แต่จะเติบโตจากการที่องค์กรเลือกใช้เทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อลดต้นทุน และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค" อรพงศ์ กล่าว

ในโอกาสนี้ไมโครซอฟท์ยังได้เปิดสำนักงานใหญ่ประจำประเทศไทยโฉมใหม่ให้สื่อมวลชนได้เยี่ยมชมอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ภายใต้คอนเซ็ปท์การทำงานแบบ Intelligent Workplace ที่สนับสนุนให้พนักงานทำงานได้อย่างยืดหยุ่นและอิสระ ไม่มีที่นั่งประจำ สามารถทำงานกับใครก็ได้ มีห้องทำงานร่วมกัน (Collaborative Room) 4 แบบ โดยแบ่งลักษณะห้องเป็น meeting room, focus room, phone room และพื้นที่เปิดที่สนับสนุนให้คนทำงานด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยในห้องประชุมจะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประชุมที่ทำงานที่อื่นหรือต่างประเทศสามารถเข้าร่วมประชุมหรือแม้แต่เป็นผู้นำการประชุมได้ พนักงานยังสามารถรับโทรศัพท์สำนักงานจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งเบอร์โทรศัพท์จะถูกเชื่อมต่ออยู่กับดีไวซ์ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อปหรือโทรศัพท์มือถือ และยังสามารถแสดงผลงาน วีดิโอหรือ พรีเซ้นต์งานแบบเรียลไทม์ได้บนสไกป์สำหรับธุรกิจ (Skype for Business) เช่นกัน 

ทั้งนี้ ยังมีตู้ล็อคเกอร์ เพื่อเก็บของส่วนตัวของพนักงาน แต่เอกสารสำคัญต่างๆ พนักงานสามารถจัดเก็บไว้ในรูปแบบเอกสารออนไลน์บนคลาวด์ได้ทั้งหมด และสามารถเลือกการเก็บรักษาอย่างปลอดภัยอยู่บนแชร์พอยต์ โดยพนักงานสามารถเรียกดู ทำงานร่วมกันหรือแบ่งปันไฟล์กันอย่างปลอดภัยได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด สอดคล้องกับนโยบายที่สนับสนุนให้พนักงานทำงานนอกสถานที่ พบลูกค้า หรือทำงานจากที่ใดก็ได้ และสิ่งหนึ่งที่ชี้ให้ถึงการสนับสนุนนโยบายนี้ คือการที่ไมโครซอฟท์มีโต๊ะทำงานอัตราส่วน1 ที่นั่งต่อ 1.6 คน และยังมีโปรแกรมที่ชื่อ Find Me แสดงผลบนหน้าจอ ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อค้นหาตำแหน่งที่นั่งของเพื่อนพนักงาน หากต้องการพบกันในที่ทำงานอีกด้วย 

Share this Article:

ADVERTISMENT