ไขข้อข้องใจ เรื่องสายชาร์จ เลือกแบบไหนดี ใช้ยังไง ทำไมพังง่าย ทำไมสายขาดใน

ปัญหาหนักอกของคนใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ก็คือเรื่องสายชาร์จ แม้จะซื้อถูก ซื้อแพง ก็เจอสายพัง สายขาดใน อุปกรณ์ที่เปลี่ยนกันบ่อยๆก็คือสายชาร์จเนี่ยแหล่ะครับ เรามาดูกันดีกว่า ว่าทำไมมันพังง่าย เดี๋ยวขาดใน เดี๋ยวชาร์จไม่เข้า พาอารมณ์เสีย หงุดหงิด เพราะสายชาร์จสุดที่รักคือท่อช่วยหายใจเวลามือถือแบตหมด แม้จะมี Power Bank แต่ถ้าสายชาร์จพังกระทันหัน งานเข้าล่ะครับ

เชื่อว่า ปัญหาสายชาร์จ หัก ชำรุด เขี้ยวจม หรือสายขาดใน เนี่ยปัญหาระดับโลกของคนใช้มือถือเลยทีเดียว แน่นอนว่า ต้องซื้อสายชาร์จบ่อยๆ ผู้เขียนเองมีประสบการณ์ ซื้อสายแท้ Apple สุดท้ายก็พัง เลยเลือกใช้สายชาร์จ 2-3 ร้อยบาทมาใช้แทน เพราะคิดว่า ยังไงก็พังอยู่ดี แต่เอาจริงๆ ถ้าบวกค่าสายชาร์จถูกๆ หลายเส้นก็รวมกันเป็นพันแล้วล่ะ เพราะคิดว่า ใช้สายถูก พังก็ทิ้ง แต่ถ้าบวกเงินจริงๆ ก็หลายพันแล้วล่ะนะ


    
โดยส่วนตัว สังเกตว่า ทำไมสาย Apple พังง่ายกว่าสาย Micro USB หนอ อันนี้อยู่ที่การใช้งานและการเก็บรักษาของเราด้วย การม้วนสาย การพับสาย การชาร์จไป เล่นมือถือไป หรือชาร์จไป คุยไป สายบิด หัก งอ หลายคนหาอุปกรณ์มาช่วยกันสายหักงอ เอาง่ายๆก็สปริงปากกาลูกลื่น ช่วยทำให้ขั้วสายไม่หัก

แนะนำให้ใช้สายชาร์จของแท้ที่ให้มาพร้อมเครื่อง ปกติแล้วสายชาร์จที่ให้มาพร้อมตัวเครื่องจะมีสภาพดีมากๆ ตอนนี้ผมยังมีสายชาร์จ BlackBerry 10 อยู่เลย สายชาร์จ Micro USB มักจะทนกว่าสายชาร์จ Apple แต่สำหรับบางคน ใช้สายชาร์จ Apple ยังไงก็ไม่พัง บางคนใช้แป๊บๆ พังแล้ว ซื้อใหม่

เรื่องการชาร์จไฟ ก็สำคัญ เรื่องการรับปริมาณกระแสไฟ ปกติจะขึ้นอยู่กับ อแดปเตอร์ ปกติแล้วหากซื้อมือถือ แท็บเล็ตใหม่ เรามักจะจำไว้ว่า อแดปเตอร์ ระบุไฟปริมาณเท่าไหรที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ เพราะอุปกรณ์ที่ให้มาพร้อมกล่อง จะสมบูรณ์แบบที่สุดในการใช้งานชาร์จอุปกรณ์นั้นๆ

คำว่าปริมาณกำลังไฟที่บอกข้างต้น เกี่ยวเนื่องกับกำลังไฟที่อุปกรณ์ต้องการ โดยปกติแล้วกระแสไฟสำหรับสมาร์ทโฟน จะอยู่ช่วงระหว่าง 1A - 2.4A ของผมจำง่ายๆ มือถือ 1A ส่วนแท็บเล็ตจอใหญ่มักใช้ไฟเยอะกว่า เพราะแบตใหญ่กว่า ก็ใช้ 2A ขึ้นไป แต่โดยหลักแล้ว อแดปเตอร์และอุปกรณ์ มักจะรับกำลังไฟตามที่อุปกรณ์รับได้ แต่ต้องสังเกต ถ้าชาร์จแล้วแบตเตอรี่ร้อนจัด ต้องพิจารณาว่าสายรองรับกำลังไฟเพียงพอไหม อแดปเตอร์อาจจ่ายไฟได้ไม่นิ่งพอ สายต้องมีความต้านทานที่รับได้ ยิ่งตอนนี้มีอแดปเตอร์ Fast Charge ยิ่งต้องใช้สาย Fast Charge ด้วยเช่นกัน

แนะนำให้เลือกใช้สายชาร์จที่รองรับกำลังไฟนั้นๆ ได้ ไปจนถึงตัวอะแดปเตอร์ กำลังไฟที่ใช้จะมีผลอย่างมากกับทั้งตัวเครื่องและสายชาร์จ เพราะหากชาร์จในกำลังไฟที่น้อยเกินไป เช่นการชาร์จแท็บเล็ต (กำลังไฟ 2.0A) ผ่านพอร์ต USB 2.0 ที่ให้กำลังไฟเพียง 0.5 แอมป์ ง่ายๆเลยคือชาร์จเต็มช้า ลองนับง่ายๆ เป็นนาที ว่า 5 นาที กำลังไฟแบตเตอรี่เพิ่มกี่เปอร์เซนต์ ปกติผู้เขียน แนะนำให้ดูจาก กำลังไฟบนอแดปเตอร์ที่ให้มาพร้อมกล่องเป็นตัวยึดหลักไว้ (ตามภาพข้างบน) คือสายอาจจะเปลี่ยนได้ แต่แนะนำใช้อแดปเตอร์เดิมจะดีกว่า หากใช้กำลังไฟที่สูงเกินไป ก็อาจทำให้เครื่องร้อน และหากสายชาร์จมีขนาดเล็ก ความร้อนนี้ก็อาจทำให้สายกรอบและขาดได้ในที่สุด

สายชาร์จยาว - สายชาร์จสั้น ต่างกันยังไง

ถ้าเปรียบเรื่องความยาวของสาย สมัยนี้ คนเล่นมือถือไป นอนเล่นไป ดูทีวีไป นั่งคุยกันไป ยิ่งสายยาว ยิ่งทำให้ไม่ถูกกระตุกสาย สายสั้นหากโดนกระชากบ่อย ก็จะทำให้สายหัก ขาด ได้สายชาร์จ เส้นหนาๆ ยาวๆ ความยาวกว่า 1 - 5 เมตร หลายคนซื้อสายใหม่เพราะสายเก่าสั้น ผลสำรวจจาก 7 ประเทศพบว่ากว่า 60% ของคนทั่วไปใช้งานมือถือจนกระทั่งหลับ โดยมีประเทศอินเดีย (74%) และประเทศจีน (70%) เป็นลำดับต้นๆ และอีก 57% นำโทรศัพท์เข้าไปใช้ในห้องน้ำ (KRC Research,3 Aug 2015) ทำให้เราตระหนักว่า การชาร์จอุปกรณ์ไม่ได้อยู่เพียงโต๊ะทำงานอีกต่อไป ผู้ใช้งานจะต้องสามารถชาร์จมือถือ ณ เวลาใดก็ตามที่เขาเหล่านั้นต้องการ ดังนั้นสายชาร์จยาวจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด รวมไปถึงการนำ Power Bank ชาร์จแล้วเดินทางไปทุกที่ ไม่เว้นแม้กระทั่งในห้องน้ำ

เราอาจเห็นสายชาร์จบางรุ่น มีตัวกระเปาะ electric booster เพื่อกระตุ้นกระแสไฟให้ถึงปลายทางในระยะเวลาเท่าเดิม สามารถจ่ายไฟได้คงที่ และได้แรงดันเหมาะสมกับการใช้งาน

แต่ถ้าอยากได้สายชาร์จสั้น อารมณ์แบบใช้ชาร์จทิ้งไว้ขณะสะพายกระเป๋า หรือหนุ่มๆใส่กระเป๋ากางเกงกับ Power Bank ไม่ต้องกลัวสายพันกัน ส่วนใหญ่สายยาวมักจะหักงอ เสียหาย เวลาใส่กระเป๋าแบบนี้แหล่ะ หลายคนก็เลยมีทั้งสายสั้น สายยาว เอาไว้ใช้ตามสถานการณ์



แต่ก็มีหลายคน ที่เบื่อกับการการเปลี่ยนสายชาร์จบ่อยๆ และพยายามจะหาสายชาร์จที่ได้คุณภาพในการชาร์จและโอนถ่ายข้อมูล และอายุการใช้งาน จุดบอดของสายชาร์จส่วนใหญ่จะอยู่ที่ข้อต่อหัวปลั๊ก และบริเวณสายไฟที่มักหักชำรุด เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้

บางกรณีเกิดจากความร้อนแฝงที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชาร์จจนสายไฟด้านในขาด หรือพลาสติกที่หุ้มละลาย หรือบางเคสอาจเกิดจากการเก็บรักษาผิดวิธี ม้วนหักงอสายชาร์จจนเสียรูปทรงไป เช่นเดียวกันกับบริเวณข้อต่อปลั๊ก ที่มักจะหักเมื่อใช้งานไปได้ซักระยะหนึ่ง



คุณภาพการผลิตจึงเป็นสูตรสำคัญที่ช่วยต่ออายุการใช้งานให้นานขึ้น บริเวณสายพลาสติกจะต้องเหนียว และมีความดีดตัวสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในรูปแบบต่างๆ หรืออาจเป็นประเภทสายถักที่ห่อหุ้มสายไฟภายในถึง 5 ชั้น ในขณะที่ส่วนหัวปลั๊ก ควรใช้วัสดุที่ทนทานต่อความร้อน และน้ำหนักมือ ดังเช่นวัสดุประเภทอลูมิเนียม อัลลอย ต่อยอดอายุใช้งานได้นานยิ่งกว่าสายชาร์จทั่วๆไปแน่นอน


    
สายชาร์จดีๆ ต้องไม่มีปัญหาเวลาชาร์จหรือซิงค์

เคยหรือไม่ เมื่อเชื่อมต่อ USB cable เข้ากับคอมพิวเตอร์ แต่กลับพบว่าเครื่องไม่สามารถอ่านข้อมูล หรือตรวจจับดีไวซ์ที่เชื่อมต่ออยู่ได้ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะด้านในพอร์ต mini B หัก หรือเสียทรงไป หรืออีกกรณีที่ขนาดพอร์ต USB ไม่ได้มาตรฐาน ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุคุณภาพต่ำจะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลไม่สะดวก ซึ่งอาจส่งผลให้เครื่องร้อนจนระบบเสียหายหรือทำงานนาน

สายชาร์จดีๆ ใช้แล้วต้องปลอดภัย

ประเด็นหลักที่ผู้ใช้งานควรคำนึงถึงมากสุดก่อนเลือกใช้งาน โดยสายชาร์จที่ดีควรมีระบบป้องกัน ดังเช่น ระบบปรับกระแสไฟฟ้าให้สม่ำเสมอก่อนนำกระแสไฟเข้าเครื่องดีไวซ์ หรือระบบตัดไฟกรณีที่เครื่องรับกระแสเกินความต้องการ รวมถึงการใช้ตัวนำไฟฟ้าที่ดีอย่างทองแดง เพื่อให้กระแสไฟฟ้าวิ่งไหลลื่น ไร้ปัญหาติดขัดใดๆ

จากที่บอกไปทั้งหมด แนะนำให้เลือกสายชาร์จจากแบรนด์ซึ่งเป็นที่ยอมรับ จากที่ลองมาทั้งของถูก ของสูง ไม่มีของดี ราคาถูก มีแต่ของดี ราคาเหมาะสม ราคาเหมาะสม ไม่ได้หมายความว่าถูก แต่เหมาะสมกับคุณภาพ วัสดุ การออกแบบ การใช้งานที่ใช่  ซื้อของราคาถูก แต่เสียบ่อยหรือในกรณีสายชาร์จที่เห็นกันบ่อยๆ ก็คือ ความปลอดภัยระหว่างการชาร์จ หรือการใช้งาน ดังนั้นการเลือกสายชาร์จที่ดี ราคาเหมาะสม จึงควรพิจารณา

เกี่ยวกับ เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์

Belkin นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์จากพลังของเทคโนโลยีเพื่อเติมเต็มชีวิต ของผู้คนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น  ตั้งแต่เครือข่ายไร้สายภายในบ้านและความบันเทิง ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับระบบโมบายล์ การจัดการพลังงาน และอุปกรณ์เชื่อมต่อ USB และสายสัญญาณที่หลากหลาย  ผลิตภัณฑ์ของ Belkin เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับสิ่งต่างๆ ที่เขาชื่นชอบ  

Belkin เป็นบริษัทเอกชน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 และได้เข้าซื้อกิจการของลิงค์ซิสเมื่อปี 2556 โดยสร้างสรรค์แพลตฟอร์มที่ทรงพลังเพื่อนำเสนอประสบการณ์เครือข่ายภายในบ้าน และเครือข่ายไร้สายที่เหนือระดับ  หลังจากที่เข้าซื้อกิจการของลิงค์ซิส Belkin จะมีพนักงานราว 1500 คน และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก  สำนักงานใหญ่ของเบลคินตั้งอยู่ที่เมืองพลาย่า วิสต้า รัฐแคลิฟอร์เนีย 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเบลคินได้ที่ Belkin.com และดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของลิงค์ซิสได้ที่ Linksys.com

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Belkin ได้ที่ http://www.belkin.com/aboutus/  กดไลค์บนเฟซบุ๊คได้ที่ facebook.com/belkin และติดตามเราบนทวิตเตอร์ที่ Twitter.com/belkin

Share this Article: