แคท เทเลคอม มั่นใจประมูล 4G เดินหน้าพาร์ทเนอร์ไทยและต่างประเทศ

บมจ.กสท โทรคมนาคม หรือ cat telecom เผยมั่นใจประมูล 4G ช่วยเดินหน้าพาร์ทเนอร์ไทยและต่างประเทศ หวังนำคลื่นที่ได้รองรับลูกค้าที่ค้างในระบบก่อน ด้านคืบหน้าเอ็มโอยูดีแทคหลังหมดสัมปทาน อยู่ระหว่างประเมินมูลค่าทรัพย์สินคาดรู้ผลต้นมี.ค.นี้ พร้อมเจรจากลุ่มทรูต่อ 

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการบริษัท และรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูล 4G ที่จะมีขึ้นในปีนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าหาพันมิตรทางการค้า หรือพาร์ทเนอร์อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติหรือไทย หากไม่สามารถหาพันธมิตรได้จริง ก็ยังคงยืนยันที่จะเข้าร่วมประมูล 4G  ซึ่งคลื่นที่ได้จากการประมูลนั้น ส่วนหนึ่งจะนำมารองรับลูกค้าเดิมที่ยังค้างอยู่ในระบบ 2G ก่อน ส่วนกรณีคลื่นไม่ใช้งานของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่อาจนำมาเข้าร่วมประมูลนั้น ต้องรอการตัดสินใจของคณะกรรมการ เนื่องจากหากมีการยินยอมให้นำคลื่นส่วนนั้นไปร่วมประมูลได้ อาจต้องมีเงื่อนไขในการคืนคลื่นบางส่วนมาให้ บมจ.กสท ใช้งานได้ด้วย
 
สำหรับความคืบหน้าหลังจากได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง หรือ เอ็มโอยู กับดีแทคเพื่อเป็นพันธมิตรระยะยาว โดยตามสัญญาสัมปทานที่ดีแทคมีกับบริษัทจะสิ้นสุดลงในปี 2561 และดีแทคจะต้องส่งมอบเสาโทรคมนาคมให้ตามสัญญาสัมปทานจำนวน 13,500 สถานีนั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อจะทำเป็นธุรกิจที่มีการร่วมทุนกันต่อไป โดยคาดว่าการประเมินมูลค่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน หรือประมาณต้นเดือนมี.ค.58นี้ ส่วนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)นั้น เบื้องต้นได้มีการเจรจาไปบ้างแล้ว ซึ่งบริษัทต้องการให้มีการประนีประนอมเช่นเดียวกับดีแทค ซึ่งของกลุ่มทรูมีสถานีฐานที่อยู่ในสัมปทานประมาณ 8,000 สถานี
 
ขณะที่ผลการประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 12 ม.ค.58 ที่ผ่านมา มีมติให้จัดตั้งธุรกิจร่วมค้าและการทำระบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรมทางออนไลน์อย่างครบวงจร หรือ เปย์เม้นท์ โดยจะดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบกิจการจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3/2558 โดยจะทำธุรกิจร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความปลอดภัยและน่าเชื่อถือเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ได้มองหาพาร์ทเนอร์ไว้ที่ 3-4 ราย ด้วยมองว่าธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซมีอัตราเติบโตที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนตามนโยบาย digital economy ของรัฐบาลด้วย 
 
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร บมจ.กสท มองว่าจะมีรายได้เกิดขึ้นจากธุรกิจนี้ประมาณพันล้านบาทภายใน 5 ปี ซึ่งมูลค่าตลาดออนไลน์เปย์เม้นท์อยู่ที่หมื่นล้านบาทต่อปี 
Share this Article: