เผยมาตรฐาน Wi-Fi 802.11ax ในงาน CES 2017

มิติใหม่ของการพัฒนามาตรฐาน Wi-Fi ในปี 2017 จับตามองมาตรฐาน Wi-Fi 802.11ax ในงาน CES 2017 แม้จะเป็นมาตรฐานใหม่และยังมี Acess Point รองรับน้อยอยู่ ปัจจุบันมาตรฐานคือ 802.11ac Wave-2 พร้อมรองรับ multi user (MU) MIMO และเสา 4x4

เรื่องที่จัดการได้ยากที่สุดตอนนี้ที่ทุกคนใช้ Wi-Fi ก็คือช่วงเวลาสุดพีคที่ทุกอุปกรณ์จับจองสัญญาณ Wi-Fi พร้อมกัน ทุกคนเล่นเน็ตพร้อมกัน การแบ่งแชนแนลในการรับส่งข้อมูล Wi-Fi เรื่องใหญ่คือการเพิ่ม capacity เพื่อรองรับการใช้งานพร้อมกันเป็นจำนวนมากๆ ทุกคนเกาะเสา Wi-Fi ทำให้อุปกรณ์ต้องเก่งและฉลาดมากๆในการจัดสรรการรับส่งข้อมูลให้ทัน นอกจากเรื่องของแชนแนลชนกัน ความต้องการใช้งานพร้อมกันในปริมาณมาก แถมดู VDO, Facebook Live โดยมาตรฐาน 802.11ax จะเข้ามาช่วยในการลดความบ้าระห่ำของการแย่งกันใช้ Wi-Fi จัดสรร bandwidth ดีขึ้น โดย 802.11ax น่าจะรอปลายๆปี 2019 โน่น

มาตรฐานจะขยาย ความสามารถ MU-MIMO เป็น 8x8 สำหรับทั้ง 2.4 GHz และ 5 GHz เพิ่มพลังความสามารถทะลุขีดจำกัด 4x เมื่อเทียบกับ 802.11ac บน 5 GHz จัดการเสาดีขึ้น .11ax ครอบคลุมกว้างไกลกว่า .11ac โดยเฉพาะการใช้งานนอกอาคาร

สำหรับสเปค 802.11ax รองรับการจัดสรรแบนด์วิธได้ดีกว่า อย่างที่เราทราบกันว่า การทำงานของ Wi-Fi จะต้องหยุดฟังอีกฝั่งก่อน แล้วค่อยพูด ถ้าทุกคนพูดพร้อมกันก็ฟังไม่รู้เรื่อง (เอามาจากคำอธิบายของอาจารย์ศุภเดช และพี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที) ถ้ามองกันตรงๆ เหมือนกับว่า .11ax ยืมเทคโนโลยี cellular LTE มาใช้ด้วย โดยใช้ Orthogonal Frequency-Division Multiple Access (OFDMA) เป็นการจัดสรรลำดับของการรับส่งข้อมูลบนโปรโตคอล Wi-Fi ถ้าเทียบกันก็เท่ากับว่า แต่ละ Access Point ทำหน้าที่เหมือน Small Cell ที่ควบคุมแชนแนลในการรับส่งข้อมูล เป็นการหั่นความถี่ให้สั้นลงในแต่ละผู้ใช้งาน

โปรโตคอล .11ax OFDMA รองรับทั้งการจัดการ Channel ทั้ง Down และ Uplink ยกตัวอย่าง เช่น การจัดการแบนด์วิธ โดยลำดับจากพฤติกรรมการใช้งาน กำหนดสิทธิให้อุปกรณ์ที่รัน วีดีโอ 4K แบบ streaming ส่วนการใช้งานพวก Instant Messaging หรือพวกส่งข้อมูลจิ๊บๆจ้อยๆ IoT กำหนดสิทธินิดเดียว เอาเรื่อง วีดีโอเป็นหลัก

ในขณะที่ 8x8 MU MIMO เน้นเรื่อง capacity ที่จัดการให้ใช้งานได้คล่องตัวไม่ติดขัด มาตรฐานใหม่นี้จะเข้ามาเหมือนเป็นครูโต้วาที คอยบอกคิวคนพูดไม่ให้พูดพร้อมกัน นอกจากนี้ 802.11ax ยังทำงานร่วมกับมาตรฐาน Wi-Fi อย่าง 802.11ad (WiGig) บนความถี่ 60 GHz .11ad เช่น wireless HDMI สำหรับการรับชมวีดีโอ 4K แว่น VR และ Wireless Docking Stations

เชื่อว่า 802.11ax จะมีประโยชน์ในการจัดการในพื้นที่ ที่มีผู้ใช้หนาแน่นมากๆ เช่นการตั้ง Hot Spots อพาร์ตเม้นท์ และบ้านที่อยู่กันหลายคน หรือมีหลายอุปกรณ์ เรียกได้ว่าเป็น Wi-Fi ที่มาพร้อมเทคโนโลยี LTE

เรียบเรียงจาก eetimes.com

ภาพจาก l-com.com

Share this Article:

ADVERTISMENT