เปิดตัวเป็นทางการแล้ว dtac-T บริหารโครงข่ายร่วมดีแทค-ทีโอที พร้อมสำรวจ 4G LTE-TDD ทั่วโลก!!

คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรมีปริมาณจำกัด และไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น หลายประเทศทั่วโลกจึงต้องหานวัตกรรมการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงใหม่ ล่าสุด คือ LTE-TDD ซึ่งออกแบบมาเพื่อควบคุมการจราจรทางอินเตอร์เน็ตทั้งดาวน์โหลดและอัพโหลดได้ตามความต้องการของผู้ให้บริการ เช่น กรณี dtac ตัดสินใจบริหาร 4G LTE-TDD ดาวน์โหลด 75 % อัพโหลด 25 % เป็นต้น คลื่นความถี่นี้ประเทศจีนและอินเดียใช้มาก่อนบ้านเรา เนื่องจากต้องรองรับปริมาณการใช้งานมหาศาล

 

ซึ่งที่กล่าวมาล้วนมีความแตกต่างจาก AIS และ TRUEMove H ที่ใช้ระบบ FDD คือการแบ่งการจราจรทางอินเตอร์เน็ตดาวน์โหลด 50 % อัพโหลด 50 % อย่างชัดเจน แต่มีเครื่องรองรับเป็นจำนวนมากกว่าฝั่ง TDD

ล่าสุด ADSLThailand ได้รวบรวมการใช้ประโยชน์คลื่น 4G LTE-TDD กับการให้บริการอินเตอร์เน็ตบางส่วนที่ใช้งานโครงข่าย TDD อย่างจริงจัง

 

ประเทศมองโกเลีย 

ผู้ให้บริการโทรศัพท์  Unitel ระบบ TDD 2300 ประเทศมองโกเลีย เตรียมให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแทนระบบ FTTx โดยใช้เทคโนโลยี LTE-A คือ WTTx (4.5G-based technology) ของ Huawei ซึ่งอัพเกรดโครงข่ายให้รองรับการให้บริการ Massive MIMO (64T64R) และ 256QAM เพื่อให้บริการสัญญานอินเตอร์เน็ตที่ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับเทคโนโลยี  IoT, AI, cloud, social และบริการการวิเคราะห์ข้อมูล 

โดยเปิดตัวบริการเทคโนโลยี WTTx ชื่อ "Ger Internet" ของ Unitel แก้ปัญหาการให้บริการพื้นที่ๆ ประชากรหนาแน่นน้อย เพื่อให้บริการ IPTV, Internetความเร็วระดับ 4G  บริการโทรศัพท์พื้นฐาน

โดยพื้นฐานของการอยู่อาศัยของประชากรชาวมองโกเลีย  มักอยู่กระจายออกจากกันและมีความหน่าแน่ของประชากรที่ต่ำประมาณ 1.9 คนต่อกิโลเมตร จึงทำให้การให้บริการอินเตอร์เน็ตบ้านโดยเฉพาะการให้บริการ FTTx จึงมีราคาแพงไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน

นอกจากนี้เมืองเทียบเป็นร้อยละแล้วประชากรอยู่ในเขตเมืองอาศัยอยู่เพียง 45% ต่างจากประชากรในเขตนอกเมืองอาศัยอยู่ประมาณ 55% และการประกอบอาชีพของชาวมองโกเลียเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนร้อยละ 40% ซึ่งภูมิศาสตร์ของประเทศมองโกเลียเป็นการทำการเกษรตรเชิงกว้าง  มีการย้ายที่อยู่อาศัยใหม่ๆตลอดเวลาซึ่งเราจะเห็นบ้านเต็นท์ได้อย่างทั่วไป

 ด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้รัฐบาลเห็นถึงปัญหาการกระจายของสัญญาณอินเตอร์เน็ตค่อนข้างต่ำ

ซึ่ง Huawei และ Unitel ได้เปิดตัว Ger Internet เป็นการให้บริการผ่านระบบ TDD 2300 ใช้เทคโนโลยี 4.5G LTE-A Carrier Aggregation และ 4x4 MIMO   โดยมีการให้เราเตอร์แบบไร้สาย Huawei B315s-607 ในการสนับสนุนผู้ให้บริการ ทำให้ปัจจุบันมีอัตราการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น  Huawei และ Unitel กำลังวางแผนที่จะเพิ่มอีก 1,200 ไซต์เครือข่าย เพื่อเข้าถึง 300,000 ครัวเรือน ที่มีอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงของ Ger Internet

 

ประเทศเยอรมนี

 

ประเทศเยอรมนีกับการใช้ TDD 3500 ทดสอบให้บริการ WTTx เมืองมิวนิก ด้วยเทคโนโลยี Massive MIMO โดยการใช้คลื่นความถี่ 3500 MHz จำนวน 20 MHz สามารถทำการดาวน์โหลดข้อมูล 650 MHz 

โดยบริการต้องการให้บริการ  Wireless Fiber To The X (WTTx)  แก่ผู้ใช้บริการและเป็นการปูทางเทคโนโลยี 5G อีกด้วย ซึ่งการให้บริการ WTTx นั้นมุ่งเน้นการให้บริการไปยังพื้นที่เขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น เช่น สถานีรถไฟ, สนามกีฬา, ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

 สำหรับความถี่ 3500 MHz นำมาให้บริการ TDD สามารถเทียบการใช้เทคโนโลยี 2T2R ใน LTE (4G) ได้เช่นเดียวกัน และสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 1 Gbps

 

 

สาธารณรัฐเช็ก

สำหรับสาธารณรัฐเช็กผู้ให้บริการ T-Mobile ได้ใช้เทคโนโลยี WTTx ของ Huawei โดยพยายามหาเสาอากาศกลางแจ้งให้การให้บริการโดยใช้วิธี Wireless local loop ( FWA ) โดยยิงสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านคลื่น 2.6 GHz ใช้เทคนิคผสม FDD+TDD ไปยังบ้านพัก หรือสถานที่ที่ต้องการ

 

ซึ่ง FTTx ไม่เหมาะสำหรับการให้บริการในชนบทเพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบมีสายซึ่งเป็นการวางโครงสร้างพื้นที่ที่ถาวรจึงต้องใช้งบประมาณการลงทุนที่สูง แต่ WTTx เหมาะสำหรับการให้บริการผ่านพื้นที่ชนบท ค่าใช้จ่ายการลงทุนที่ประหยัดกว่าทำให้สามารถเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตได้รวดเร็วกว่าเดิม กระจายสัญญาณในชนบท

ที่ผ่านมาการที่สาธารณรัฐเช็กไม่สามารถลงทุนเทคโนโลยี FTTx ได้เนื่องจากต้องจ่ายภาษีในอัตราสูง ทั้งค่านำเข้าสาย Fiber หรือ เสาอุปกรณ์

ที่ผ่านมาเทคโนโลยี DSL ( สายทองแดง ) มีอัตราการใช้งานที่ค่อยข้างอิ่มตัว และยังไม่มีเทคโนโลยีใดเข้ามาทดแทน ( นอกเหนือจากเทคโนโลยี Wi-Fi )

CPEs ทำหน้าที่เป็นเราเตอร์ไร้สายสำหรับบริการข้อมูลความเร็วสูงแบบ 4G LTE รองรับความเร็วในการเชื่อมต่อในอัตราดาวน์โหลดสูงถึง 600 Mbps และอัพโหลดสูง 150 Mbps รองรับเทคโนโลยี 4x4 MIMO และ 5G

 

 

สำหรับประเทศไทย

 

ล่าสุด Dtac และ TOT ประกาศการทดลองการให้บริการคลื่น 4G LTE- TDD 2300 ในนาน dtac-T โดยเริ่มต้น จำนวน 10 แห่ง ใจกลางกรุงเทพ เน้นพื้นที่ใช้งานหนาแน่น อาทิ สุขุมวิท สาทร-นราธิวาสราชนครินทร์ สีลม ราชประสงค์ พระราม 3 เป็นต้น เป็น10เสาแรก ทดสอบสัญญาณเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เร็วๆ นี้  ซึ่งเป็นการให้บริการครั้งนี้ ทาง dtac จะปรับโครงข่ายเน้นให้ลูกค้าดาวน์โหลด 75 % อัพโหลด 25 % ส่วนคลื่นอื่นๆนั้น เช่น 2100 MHz แบ่งแบนด์วิชไว้ที่ 5 MHz เพื่อให้บริการ 4G และอีกส่วนแบนด์วิชไว้ที่ 10 MHz ให้บริการ 3G  

ซึ่งการให้บริการ TDD 2300 จำนวน 60 MHz ของ dtac จะเช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมจากเทเลแอสเสท ซึ่งเป็นบริษัทลูกของดีแทค ไตรเน็ต เพื่อนำมาสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมสำหรับให้บริการไร้สายความเร็วสูง (Broadband Wireless Access, BWA) ทั้งบริการบรอดแบนด์ไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless Broadband) และบริการบรอดแบนด์เคลื่อนที่ (Mobile Broadband) ผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งความจุโครงข่ายส่วนหนึ่ง (Capacity) ทีโอที ได้นำมาให้บริการตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของลูกค้า และตอบสนองนโยบายของรัฐ และความจุโครงข่าย (Capacity) อีกส่วนหนึ่ง จะนำมาให้บริการแก่บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต ในรูปแบบของการใช้บริการข้ามโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Roaming) โดย ทีโอที จะมีรายได้จากการให้บริการโรมมิ่งปีละประมาณ 4,510 ล้านบาท 

เช่นเดียวกันกับ AIS  ได้ร่วมมือกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมจาก บริษัท ซูปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) แล้วขอแบ่งความจุคลื่นความถี่ 2100 MHz จำนวน 15 MHz โดยให้ความจุโครงข่าย 80%  ซึ่งจะได้รับค่าตอบบแทนปีละ 3,900 ล้านบาท เป็นการใช้คลื่น FDD ซึ่งตามที่กล่าวไปแล้วว่า AIS ไม่ได้ให้บริการ TDD เหมือน Dtac 

อย่างไรก็ตาม ทุกคลื่นความถี่ในประเทศไทย ทั้ง 850 MHz หรือ 3G+ (บ.ทำการตลาด CAT ดีลร่วมกับ True) ก็เคยจุดพลุนำตลาดสามจีมาก่อน นอกจากนี้ในปัจจุบันคลื่นความถี่ทั้งที่รอการประมูล(หมดอายุสัญญาสัมปทานเดิม) ยังเหลือใช้งาน ได้แก่ 1800 MHz /900 MHz  และล่าสุด 2100 MHz แต่อย่าลืมเสียว่าคลื่นทุกความถี่ต้องจ่ายเงินเพื่อประมูลมาสูงกว่าราคาสัญญาสัมปทานมาก จึงอาจทำให้ผู้ประกอบการค่ายมือถือตกในภาวะต้องขายของต่อในราคาแพง นั่นหมายถึงแพคเกจ โปรโมชั่น ที่พวกเราผู้บริโภคต้องจ่ายให้ในระยะแรก  เพราะตามหลักความจริงคลื่นมีเหลืออีกเยอะ (อสมท. และทีวีดิจิตอล ส่วนหนึ่งถือครองและใช้ไป) แต่คนใช้อินเทอร์เน็ตอาจจะเยอะกว่าคนดูทีวีหรือฟังวิทยุในปัจจุบัน การเกิดดีลระหว่างค่ายแบบนี้จึงควรเกิดขึ้นเพื่อลดทอนต้นทุนอันไม่จำเป็น แต่ภายใต้ความอนุมัติจากภาครัฐบาล ณ  เวลาดังกล่าวด้วย

 

ข้อมูล   golem  developingtelecoms  huawei  @Yozzo MyBroadband

ข้อมูลจาก @MAGAWN19

Share this Article: