เน็ตบ้าน Fiber สู้ศึก 5G นำคลื่นฟรี 600 MHz ให้บริการหนึ่งสถานีฐานรองรับลูกค้ากว่าพันราย

ต่อชีวิตผู้ให้บริการ Fiber ซึ่งสามารถใช้คลื่นฟรี 600 MHz ในแถบ 37.0-37.6 GHz ในการให้บริการอินเตอร์เน็ตสู้กับบริการ 5G ที่มีต้นทุนที่สูงกว่า จากสำนักงานวิจัย Wall Street โดยนักวิเคราะห์ Oppenheimer ค้นพบว่าการให้บริการระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์ 802.11ax ของ Starry มีประสิทธิภาพมากกว่าให้บริการมาตรฐาน 5G โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่าย



ผู้ให้บริการ Starry สำหรับการติดตั้งการให้บริการ Wi-Fi ในบริเวณสถานที่ที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตความหนาแน่นสูงร้อยละ 70% ขึ้นไป ด้วยมาตราฐาน 802.11 ต้องใช้ต้นทุนประมาณ 2,000 ล้านเหรียญดอลลาร์  


ซึ่งมีความแตกต่างตรงที่ : หากติดตั้งสถานนี บริเวณการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่มีความหนาแน่นสูงร้อยละ 70% ขึ้นไป โดยใช้มาตราฐาน 5G จะต้องเตรียมเงินลงทุนไว้ที่ 35,000 ล้านเหรียญดอลลาร์  ถึง 50,000 ล้านเหรียญดอลลาร์  หากเป็นผู้ให้บริการ Fiber จะต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 2 เท่าของผู้ให้บริการ 5G  ถึงจะให้มีขนาดครอบคลุมเพียงพอในการให้บริการ


ซึ่งค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ของ Starry เพื่อให้สัญญาณ  Wi-Fi  ครอบคลุมเท่ากับบริการ 5G จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ  10,000 เหรียญดอลลาร์ต่อกิโลเมตร  ในขณะที่การวางโครงข่าย Fiber ต้นทุนจะอยู่ที่ 20,000 เหรียญดอลลาร์ต่อกิโลเมตร

นักวิเคราะห์ Oppenheimer  ระบุ แผนการติดตั้งระบบไร้แบบสายถาวรของเมืองขนาดเล็ก (18 นิ้ว X 18 นิ้ว) ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากเมือง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง 5G ประหยัดกว่าแต่ความซับซ้อนต้องติดตั้งอุปกรณ์ขนาดเล็กเป็นจำนวนมากนับพันต่อโครงข่าย5G 

นักวิเคราะห์ของ Oppenheimer เชื่อว่าอุปกรณ์ Starry ต้องการให้บริการทั่วประเทศโดย Starry จะเป็นผู้ครอบครองตลาดสูงถึง  70% -75% 

ในช่วงปี 2017 ที่ผ่านมามีการทดสอบบริการไร้สายที่เมืองบอสตัน สามารถขยายบริการอินเตอร์เน็ตโดยให้บริการรายเดือน 50  เหรียญดอลลาร์ สามารถให้บริการด้วยความเร็วสูงสุด 200 Mbps ใน 16  ตลาดหลักของเมือง 




ซึ่งในช่วงปี 2018 ตั้งเป้าจากการให้บริการ 9 แห่ง เป็น 18 แห่ง ซึ่งเป็นตลาดหลักของเมือง มีค่าติดตั้งและอุปกรณ์ 480 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าราคาจะลดลงซึ่งเชื่อว่าในช่วง2-3 ไตรมาสถัดไป จะมีค่าใช้จ่ายติดตั้งและอุปกรณ์ลดลง 25% ซึ่งจะครอบคลุม 600,000 หลังคาเรือนในเมืองบอสตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 25 ล้านเหรียญดอลลาร์

สิ่งที่ยืนยันได้บอกว่าการให้บริการของ  Starry สามารถลดต้นทุนได้สูง ใช้ต้นทุนเพียงประมาณ $2B ต่อราย  หรือ ($20 per home passed x 120M homes x 70%) ซึ่งต่ำกว่าต้นทุน Fiber ใช้ต้นทุนเพียงประมาณ $85B ต่อราย  หรือ (120M homes x 70% x $1000 per home passed)

Oppenheimer เชื่อว่าจะสามารถดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการได้ถึงราว 20 ล้านราย





Wall Street  เชื่อว่ายังต้องให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี 5G แต่สิ่งที่ Starry  ใช้คลื่นความถี่ 600 MHz ในแถบ 37.0-37.6 GHz  ซึ่งเป็นการแบ่งระหว่างผู้ใช้เชิงพาณิชย์และสาธารณะ ซึ่งหาก FCC  ( หรือ กสทช. ในประเทศไทย ) มีข้อสรุปว่าอนุญาตให้ Starry ใช้คลื่นดังกล่าวก็จะไม่ต้องจ่ายเงินหลายพันล้านดอลลาร์สำหรับสเปกตรัมนี้

จากรายงานของ Oppenheimer ความแตกต่างของ Starry กับ Verizon อยู่ที่การปรับใช้เทคโนโลยีให้บริการ โดย Verizon ให้บริการ 5G ความเร็ว 1 Gbps ที่ระยะทาง 2,000 ฟุต เป้าหมายครอบคลุม 30 ล้านหลังคาเรือน ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปของราคาอุปกรณ์และราคาค่าการติดตั้ง

ล่าสุดทาง Starry เราทำการอัพเกรดระบบจาก 802.11ac ไปเป็นเทคโนโลยี 802.11ax  โดยใช้คลื่นความถี่ 600 MHz ในแถบ 37.0-37.6 GHz  เพื่อให้ได้ความเร็ว การดาวน์โหลดและอัปโหลด 200 Mbps รองรับลูกค้า 800-1000 ต่อ 1 สถานีฐาน  โดยจะมีการติดตั้งบนอาคารหรืออพาร์ตเมนต์ แล้วส่งข้อมูลไปยัง  Wi-Fi Starry Station

ข้อมูล  fiercewireless  Starry  Mashable  @kerrymflynn

เรียบเรียง @MAGAWN19

Share this Article:

ADVERTISMENT