เทคโนโลยีเด่นๆ ที่จะเกิดในช่วง 1-2 ปีนี้ กับการคาดการณ์ของซิสโก้

เทคโนโลยีเด่นๆ อะไรที่จะเกิดขึ้นในช่วงปีหรือสองปีนี้? ..คลาวด์คอมพิวติ้งจะต้องหลีกทางให้กับ Fog Computing หรือไม่..เทรนด์ของอุปกรณ์สวมใส่ที่เชื่อมต่อเครือข่าย (Wearables) จะเป็นอย่างไร?  ประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์จะผสานเข้ากับการซื้อของที่ร้านของคุณอย่างไร?   

โดย วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของซิสโก้

 

 

ซิสโก้เสนอแนะแนวโน้มและการคาดการณ์ของเทคโนโลยีในปีนี้และปีหน้า รวมถึงผลกระทบต่อสังคมดังนี้

1. เครือข่าย INTERNET OF EVERYTHING (IOE) เป็นที่แพร่หลายมากขึ้นซิสโก้คาดว่าสิ่งต่างๆ ราว 50,000 ล้านชิ้นจะถูกเชื่อมต่อออนไลน์ภายในปี 2563 ขณะที่ผู้คน กระบวนการ และข้อมูลที่เชื่อมโยงเข้ากับสิ่งต่างๆ เหล่านั้น จะรองรับการสร้างสรรค์นวัตกรรม ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ การปรับปรุงประสิทธิภาพ และการเปิดตลาดใหม่ๆ สำหรับในประเทศไทย การปรับใช้ IoE ในภาครัฐจะสร้างมูลค่าราว 75,500 พันล้านดอลลาร์ (2.2 ล้านล้านบาทด้วยนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการในอุตสาหกรรมต่างๆ

 

2. การปกป้อง Internet of Things จะมีมากขึ้น: เครือข่าย IoT จะได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น จะทำให้เกิดแพลตฟอร์มใหม่ๆ สำหรับการรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงการผนวกรวม IT และ IoT ในหลายร้อยรูปแบบ มาตรฐานใหม่ๆ ในแต่ละอุตสาหกรรม และมุมมองใหม่ของแอพพลิเคชั่น  ผู้บริหารฝ่ายไอทีจะต้องรู้จักผสมผสานเทคโนโลยีในหลายรูปแบบ และพัฒนาแนวทางเทคโนโลยีในหลากหลายแง่มุมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและความปลอดภัยด้าน IoT  อุตสาหกรรมจะเปลี่ยนจากแนวทางเชิงป้องกันไปสู่ แนวทางที่ครอบคลุมทั้ง ก่อนหน้า.. ระหว่าง.. และหลังจากเกิดปัญหา

 

3. การเติบโตของแทรฟฟิกข้อมูลที่เข้ารหัสความปลอดภัยจะมีมากขึ้น: ขณะที่การรับส่งข้อมูลมีความรวดเร็วเพิ่มมากขึ้น จากความแพร่หลายของอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์อุปกรณ์อัจฉริยะเครือข่าย IoT ฯลฯ ทำให้การเข้ารหัสแทรฟฟิกข้อมูลจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว

 

4ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่เชื่อมต่อแบบเรียลไทม์จะทำงานกับ Fog Computing: องค์กรต่างๆ ให้ความสนใจเกี่ยวกับนวัตกรรมมากมายที่เกี่ยวข้องกับระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (RT Analytics) โดยครอบคลุมตั้งแต่ซอฟต์แวร์เกม ไปจนถึงการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางไซเบอร์และข้อมูลเกี่ยวกับบ่อน้ำมัน  องค์กรเหล่านี้ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับธุรกิจ และจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกที่ว่านี้  อย่างไรก็ดี แนวทางแบบเดิมในการย้ายข้อมูลไปยังที่เก็บข้อมูลส่วนกลางสำหรับการวิเคราะห์ไม่สามารถใช้การได้ในโลกของ IoE ในปัจจุบันอีกต่อไป เพราะข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานสั้นลง หรืออาจมีข้อมูลจำนวนมหาศาลจนคุณไม่สามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลได้รวดเร็วพอ  ทั้งนี้ ในช่วงทศวรรษหน้า การผสานรวมของระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์และระบบประมวลผล Fog Computing จะช่วยปรับปรุงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่เกษตรกรรมไปจนถึงการขุดเจาะน้ำมัน

 

5. เน็ตเวิร์คจะซับซ้อนน้อยลง และการมุ่งเน้นไปที่แอพพลิเคชั่นจะมีมากขึ้น:  ภายในปี 2561 จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อจะมีมากกว่า 2 หมื่นล้านเครื่อง และระบบเครือข่ายอัตโนมัติจะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่เสริมศักยภาพให้แก่เครือข่ายในการรองรับ IoE  การกำหนดค่า Configuration ของเน็ตเวิร์ค และการนำไปใช้ จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายการเชื่อมต่ออุปกรณ์อย่างแพร่หลาย และโดยมากจะต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของแอพพลิเคชั่นและการจัดสรรทรัพยากร กล่าวโดยสรุปก็คือ จะเป็นยุคของ โครงสร้างพื้นฐานที่มุ่งเน้นแอพพลิเคชั่นเป็นหลัก” (Application-Centric Infrastructure)

 

6รูปแบบการทำงานในอนาคตจะเปลี่ยนไปเป็น WebRTC มากขึ้น: เทคโนโลยีการสื่อสารแบบเรียลไทม์บนเว็บ (Web Real-Time Communication – WebRTC) กำลังขยายไปสู่เซ็กเมนต์ของการประสานงานร่วมกันภายในองค์กร (Enterprise Collaboration) โดยจะเร่งการเปลี่ยนแปลงระบบไอทีในปัจจุบัน ทั้งในส่วนของการนำเอาอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงาน (BYOD) และการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับผู้บริโภคมาใช้ในองค์กร (Consumerization of IT)  ทั้งนี้ภายในปี 2561 เทคโนโลยี WebRTC จะรองรับตลาดการประสานงานร่วมกันมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์  การประชุมผ่านวิดีโอ การรับส่งข้อความโต้ตอบแบบทันที บล็อก วิกิ และการสตรีมกิจกรรมต่างๆ กลายเป็นมาตรฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่พยายามที่จะเชื่อมต่อพนักงานในกลุ่มต่างๆ โดยปราศจากข้อจำกัดในเรื่องทักษะและพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ 

 

7. FAST I.T. เป็นรูปแบบใหม่ของไอที: เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จะต้องทำงานได้รวดเร็วขึ้น เพราะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นที่การดำเนินงานอาจหยุดชะงัก  องค์กรธุรกิจต้องรับมือกับคู่แข่งที่มีความคล่องตัวมากขึ้น สืบเนื่องจากการใช้แพลตฟอร์มคลาวด์และโมบายล์เพื่อนำเสนอบริการ  Fast I.T. จะเป็นรูปแบบใหม่ของไอทีที่ปรับปรุงและลดความยุ่งยากซับซ้อนในการดำเนินงานด้านไอที และช่วยให้ลูกค้าก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น  Fast I.T. ช่วยให้ลูกค้ารองรับการปรับเปลี่ยนทางด้านเทคโนโลยีสำคัญๆ เช่น เทคโนโลยีคลาวด์โมบิลิตี้ และการรักษาความปลอดภัย ควบคู่ไปกับระบบวิเคราะห์ข้อมูล แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ และ IoT

 

8. การเชื่อมต่อเครือข่ายจะมีมากขึ้น (Dynamic Spectrum Access): การใช้งานเครือข่ายไร้สายทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  Cisco Visual Networking Index คาดการณ์ว่า แทรฟฟิกโมบายล์ไอพีทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 11 เท่าในช่วง ปีข้างหน้า และแทรฟฟิกจากอุปกรณ์ไร้สายจะคิดเป็นส่วนใหญ่ของแทรฟฟิกไอพีทั้งหมดภายในปี 2559  เพื่อรองรับความต้องการของแทรฟฟิกข้อมูลไร้สายนี้ หน่วยงานกำกับดูแลจะต้องมองหา ย่านความถี่เพิ่มเติม (spectrum) สำหรับช่องสัญญาณที่กว้างขึ้นและความเร็วในการรับส่งที่เพิ่มมากขึ้น” โดยใช้เทคโนโลยีไร้สายที่ก้าวล้ำอย่างเช่น Long-Term Evolution (LTE)  ท้ายที่สุดแล้ว เครือข่ายที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีหลากหลาย หรือ Heterogenous Network (HETNET) จะรองรับการเชื่อมต่อข้ามเครือข่ายอย่างไร้รอยต่อระหว่างแพลตฟอร์มเครือข่ายที่แตกต่างกัน

 

9. คอนเท้นต์เชิงคาดการณ์จะมีมากขึ้น: การรับรู้กิจกรรมของผู้ใช้และตำแหน่งที่ตั้งจะเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดคอนเท้นต์เชิงคาดการณ์ (Predictive Context) ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มุ่งเน้นเรื่องการคมนาคมขนส่งและธุรกิจค้าปลีกเป็นหลัก

 

10. ดาต้าเวอร์ช่วลไลเซชั่นเนื่องจากแหล่งข้อมูลดิบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอัตราเท่าทวีคูณ ดังนั้นวิธีการแบบเดิมๆ ในการรับข้อมูลและนำเสนอรายงานทในการตัดสินใจจะไม่ใช่วิธีการที่มีประสิทธิภาพอีกต่อไป แนวคิดของดาต้าเวอร์ช่วลไลเซชั่น (Data Virtualization) นี้เพื่อใช้ประโยชน์จากการผนวกรวมข้อมูลแบบอัตโนมัติ จะช่วยให้องค์กรได้รับทราบข้อมูลเชิงลึก และสามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และ BI ควบคู่ไปกับการประหยัดค่าใช้จ่าย 50-75% ในการคัดลอกและรวมข้อมูล

Share this Article: