เจาะความรู้ โรคแพ้สัญญาณ WiFi มีจริงหรือ และมีผลอย่างไรต่อสุขภาพของเรา ?

ตั้งแต่เดือนกันยายน และล่าสุด เดือนธันวาคม มีการนำเสนอข่าว โรคแพ้สัญญาณ WiFi อ่านแล้วในใจก็คิดว่า มันอันตรายขนาดนั้นเชียวหรือ มันมีจริงๆหรือ แล้วอาการของโรคแพ้สัญญาณ WiFi เป็นอย่างไร

เมื่อเดือนกันยายน ในช่วงมีการนำเสนอข่าว โรคแพ้ Wi-Fi ทาง นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ย้ำถึงการตัดสินของศาลประเทศฝรั่งเศส ที่ให้หญิงวัย 39 ปี ที่มีอาการแพ้คลื่นความถี่วิทยุ สำหรับการใช้งานไว-ไฟ จนต้องย้ายไปอาศัยอยู่ในเขตชนบทที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ เป็นผู้ชนะคดีและได้เงินชดเชย 500 ปอนด์ต่อเดือน กรณีนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่า กลุ่มผู้ที่มีอาการแพ้คลื่นความถี่วิทยุมีอยู่จริงในสังคม ไม่ใช่การคิดไปเอง

นพ.ประวิทย์ กล่าวในขณะนั้นว่า คนกลุ่มนี้จะมีความรู้สึกไวต่อคลื่นความถี่วิทยุเป็นพิเศษ เมื่อเดินทางเข้าไปในย่านที่มีการปล่อยสัญญาณมากๆ ก็จะเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ อารมณ์ฉุนเฉียว นอนไม่หลับ เป็นต้น ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นการแพ้คลื่นไว-ไฟ ซึ่งจะแตกต่างจากกรณีโทรศัพท์มือถือ เพราะมือถือสามารถเลือกได้ว่าจะใช้งานหรือไม่ แต่ไว-ไฟ เดินไปที่ไหนก็เจอ จึงหลีกเลี่ยงได้ยาก อ้างอิง

credit : https://www.sciencebasedmedicine.org/wp-content/uploads/2015/09/wi-fi-danger.jpg

(credit : https://www.sciencebasedmedicine.org/wp-content/uploads/2015/09/wi-fi-danger.jpg)

อาการนี้เราเรียกว่า โรคไวต่อการรับสัมผัสสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Hypersensitivity / EHS) ถามว่าอาการของโรคไวต่อการรับสัมผัสสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ผู้ป่วยมีอาการอย่างไร แม้อาการจะไม่รุนแรง แต่ก็สร้างความเดือดร้อน รำคาญ​ในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยได้เช่นกัน มีอาการ นานๆเข้าก็จิตตก แต่ผู้ป่วยที่รู้ตัวก็จะพยายามหลีกเลี่ยงจากบริเวณที่มีสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ ณ​ ปัจจุบัน Wi-FI ครอบคลุมแม้กระทั่งห้องส้วม ห้องน้ำ หรือในรถโดยสาร ทำให้การหลีกเลี่ยงยากขึ้น

ข้อมูลอ้างอิงของ WHO จาก ผลการศึกษา "Electromagnetic Hypersensitivity" จากการประชุมเชิงปฎิบัติการ International Workshop on EMF Hypersensitivity, Prague, Czech Republic 25-27 ตุลาคม 2004 ระบุในคำนำไว้ว่า

ความไวต่ออาการ “Electromagnetic Hypersensitivity” หรือ EHS รบกวนการทำงานของร่างกาย ทำให้เกิดสิ่งผิดปกติ ทั้งปวดหัว เหนื่อยล้า เครียด นอนไม่หลับ มีอาการทางผิวหนังที่สังเกตได้ชัด เช่น ผิวหนังเป็นรอย มีรอยไหม้ ผื่น หรือลมพิษ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ดูๆแล้วอาการเหล่านี้ น่าจะพบได้ในคนทำงานออฟฟิศ ที่เรียกว่า ออฟฟิศ ซินโดรม ด้วยซ้ำ แต่มันไม่ใช่ เพราะเป็นปัญหาสุขภาพที่รบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน อ้างอิง

ข่าวเมื่อปี 2557 ก็มีคุณยายลงทุนซื้อสีป้องกันสัญญาณ Wi-Fi ลงทุนไปเยอะ เพราะคุณยายก็แพ้สัญญาณ​ Wi-Fi ด้วยเช่นกัน

จากเหตุการณ์เด็กสาวผูกคอตาย คาดเหตุจากโรคแพ้ Wi-Fi เธอพยายามหลีกเลี่ยงโรงเรียน ห้องเรียน ไปอยู่ในบริเวณที่ไม่มีสัญญาณ Wi-Fi เพื่อแก้ปัญหานี้

ผู้เป็นแม่ของเธอบอกว่า ลูกสาวของเธอเริ่มแสดงอาการของ EHS มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2012 ทุกครั้งที่เข้าใกล้จุดแพร่สัญญาณ Wi-Fi ลูกสาวจะมีอาการเหนื่อยแรงและปวดศีรษะ ดังนั้นเธอจึงถอดเครื่องกระจายสัญญาณ Wi-Fi ออกจากบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอไปโรงเรียนก็ยังมีอาการเนื่องจากมีการกระจายสัญญาณ​ Wi-Fi

เรามีโอกาสเป็นโรคนี้หรือไม่

กลุ่มอาการนี้ ถูกรายงานครั้งแรกที่ประเทศสวีเดน ในปี ค.ศ. 1999 จากการสำรวจทางระบาดวิทยาในประเทศสวีเดนคาดว่า ผู้ที่มีกลุ่มอาการนี้น่าจะมีอยู่ราวๆ ร้อยละ 1.5 ของประชากร และมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และจากข้อมูล ก็มีข่าวเรื่อยๆ แต่โอกาสเกิดยาก แต่อย่างน้อยก็ควรจะต้องระมัดระวังและสังเกตอาการของตนเอง

ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม

WHO – WORLD HEALTH ORGANIZATION AND EHS

Electromagnetic fields (EMF) จาก WHO 

โรคแพ้ Wi-Fi มีอยู่จริงหรอ?? จาก cleo

หมอประวิทย์ จากเพจชมรมแพทย์ชนบท

Share this Article: