เคาะแล้ว!! คุณสมบัติบริษัทร่วมโครงการคูปองทีวีดิจิตอล กสทช.อนุมัติเงินจัดพิมพ์-ส่ง 165 ล้านบาท

กสทช.เคาะคุณสมบัติบริษัทเข้าร่วมโครงการคูปองทีวีดิจิตอลแล้ว พร้อมอนุมัติวงเงินเพื่อจัดพิมพ์-จัดส่ง 165 ล้านบาท เสนอคสช.พิจารณา คาดเลื่อนแจกคูปองเป็นปลายเดือนกันยานี้ 

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. วาระพิเศษ เมื่อวันที่ 20 ส.ค.57 มีมติให้กำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อจำหน่ายเครื่องและอุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล โดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. และต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท พร้อมทั้งกำหนดให้ต้องวางเงินประกัน 5% ของจำนวนอุปกรณ์ที่ขอรับสติกเกอร์น้องดูดี 

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะจ่ายเงินประกันดังกล่าวหลังจากมีการนำคูปองมาแลกแล้ว โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องมีจุดรับบริการทั่วไป และจุดบริการหลังการขายแก่ประชาชนจังหวัดละไม่น้อยกว่า 4 แห่ง และต้องจัดให้มีเลขหมายโทรศัพท์เพื่อรับเรื่องร้องเรียน หรือคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชม.

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายในการจัดพิมพ์และจัดส่งคูปอง รวมถึงงบประมาณในการบริหารจัดการคูปองจำนวน 11.5 ล้านฉบับ วงเงิน 165.5 ล้านบาท ซึ่งแยกเป็นค่าจัดทำคูปอง 32.775 ล้านบาท ค่าจัดส่งคูปองและค่าบริหารจัดการโครงการและการตรวจสอบ 132.725 ล้านบาท โดยให้ใช้งบประมาณค่าใช้จ่ายของสำนักงาน กสทช. ปี 2557 โดยกสทช. จะนำมติที่ประชุมเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ต่อไป  

เงื่อนไขดังกล่าวจะเสร็จสิ้นและจะประกาศได้ภายในวันที่ 15 ก.ย.57 ส่วนกรอบเวลาการแจกคูปองนั้น อาจต้องเลื่อนออกไปเป็นปลายเดือนก.ย.นี้ ทั้งนี้คาดว่าการวางจำหน่ายกล่องของผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อนำคูปองไปแลกนั้น จะสามารถทำได้ไม่เกินวันที่ 15- 16 ต.ค.57 ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะดำเนินการเป็นคู่ขนาน ในระหว่างรอผลจาก คสช.

ผลการประชุม กสทช. วันที่ 20 สิงหาคม 2557

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (20 ส.ค. 57) ที่ประชุม กสทช. วาระพิเศษ โดยมีมติที่ประชุมดังนี้  

ที่ประชุม กสทช. มีมติเสนอชื่อ พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร เลขานุการประธาน กสทช. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสื่อสาร และรศ. ดร. สุเจตน์ จันทรังษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย เข้าร่วมรับการสรรหาเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 2 คน ในส่วนของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จากนั้นที่ประชุมมีมติเกี่ยวกับกระบวนการ ขั้นตอนและวิธีการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ   เพื่อจำหน่ายเครื่องและอุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ดังนี้ คุณสมบัติทั่วไป  1.ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ให้จำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์หรือเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล และได้รับอนุญาตให้ค้าเครื่องวิทยุคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมจาก กสทช.  2.ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท  3.กำหนดให้ต้องวางเงินประกัน หรือหลักประกันร้อยละ 5 ของมูลค่าคูปอง  ของจำนวนอุปกรณ์ที่ขอรับสติกเกอร์รับรอง  4.ต้องไม่เป็นนิติบุคคลที่ กสทช. เคยพิจารณาไม่ยอมรับหรือต้องถูกหลีกเลี่ยง (Blacklist) หรือนิติบุคคลที่อยู่ในระหว่างที่สำนักงาน กสทช. เสนอต่อ กสทช. เพื่อพิจารณาไม่ยอมรับหรือต้องถูกหลีกเลี่ยง (Blacklist)

นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ คือ 1.ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องจัดให้มีจุดรับบริการเป็นการทั่วไป และจุดบริการหลังการขาย ณ สถานที่ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกแก่ประชาชนผู้รับบริการ และจังหวัดละจังหวัดละไม่น้อยกว่า 4 แห่ง ซึ่งจุดให้บริการและจุดบริการหลังการขายจะเป็นจุดเป็นเดียวกันได้ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะดำเนินการให้บริการหรือจัดส่งเครื่องและอุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลให้แก่ประชาชนโดยตรงด้วยก็ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล  2.ต้องจัดให้มีเลขหมายโทรศัพท์เพื่อรับเรื่องร้องเรียน (Call Center) ตลอด 24 ชั่วโมงตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ  3.จัดทำบัญชีสำรองจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์หรือเรื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลตามแนวทางที่ กสทช. กำหนด  4.จัดให้มีการแสดงเลขหมายประจำเครื่อง เพื่อขอรับสติกเกอร์ไปจำหน่ายในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ เพื่อระบุรหัสของผู้เข้าร่วมโครงการและเลขหมายประจำเครื่องไว้ในสติกเกอร์      โดยคุณสมบัติทั้งหมดต้องนำเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอความเห็นชอบให้ดำเนินการโครงการ  ซึ่งหากเกิดโครงการไม่สามารถดำเนินการได้ผู้เข้าร่วมโครงการก็คงจะไม่สามารถฟ้องร้อง กสทช. ได้

การพิจารณาคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อจำหน่ายเครื่องและอุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล กสทช. พิจารณาโดยยึดความโปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันมากที่สุด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนทั้งในด้านความสะดวกในการเข้าถึงจุดรับบริการที่จะต้องจัดให้มีเป็นการทั่วไป และจุดให้มีหลักประกันหรือจุดบริการหลังการขายที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วเป็นสำคัญ

จากนั้นที่ประชุม กสทช. ได้พิจารณาเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายในการจัดพิมพ์และจัดส่งคูปอง รวมถึงงบประมาณในการบริหารจัดการคูปองจำนวน 11.5 ล้านฉบับ วงเงิน 165.5 ล้านบาท ซึ่งแยกเป็นค่าจัดทำคูปอง 32.775 ล้านบาท ค่าจัดส่งคูปองและค่าบริหารจัดการโครงการฯ และการตรวจสอบ 132.725 ล้านบาท โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณค่าใช้จ่ายของสำนักงาน กสทช. ปี 2557 โดยจากนี้สำนักงาน กสทช. จะนำผลการพิจารณาของ กสทช. เสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ต่อไป

Share this Article: