เคาะประเด็นที่ให้เหตุผล..ทำไมเจ๊ติ๋มต้องจ่าย(เงินค่าเช่า)แน่นอน!!

ภายหลังเกิดข้อถกเถียงเป็นปมยาวหลายวันอีกครั้งในวงการทีวีดิจิตอลไทยที่พึ่งจะเบิกบานมาเมื่อไม่นาน กลายเป็นศึกระหว่างเจ้าของช่องไทยทีวี "เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" ยืนกรานไม่เห็นด้วยในการเก็บค่าเช่าเมื่อครั้งไปประมูลทีวีดิจิตอลเนื่องจากกร่นว่าขาดทุน ซึ่งนานแล้วจากหลายข่าวสมัยก่อน "เจ๊ติ๋ม"  ท่านเดิมได้ประกาศเสียงดังแปดบ้านบอกกำไรช่องมาแน่กับทีวีดิจิตอล แล้วอะไรกันเป็นสาเหตุดังกล่าว

เราจะโทษหน่วยงานอิสระที่จัดประมูลอย่างกสทช. ซึ่งก็อ้างว่ารายได้ทั้งหมดนำเข้าแผ่นดิน หรือเราจะหันไปมองที่ช่องผู้เช่า ผู้ประมูลทีวีดิจิตอลผู้ก้าวขาลงสนามเองว่าคราวกระโน้นเข้าร่วมประมูลทำไม ฉไหนวันนี้ไม่แกร่งพอ 

 

ภาพ : เลขาธิการ กสทช. เผย บ.ไทยทีวี จำกัด สามารถขอยกเลิกใบอนุญาตและเลิกประกอบกิจการได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากบอร์ด กสท. ก่อน  27 พค.58 เวลา 15.51 น. 

 

"ฐากร" แนะเจ๊ติ๋ม คิดดีๆ อย่าเพิ่งตัดสินใจ ทำไม่ทำก็ต้องจ่าย 

 

เลขาธิการ กสทช. แนะนำ "เจ๊ติ๋ม" ในทางออกล่าสุดชี้ปล่อยจอดำ ถูกเพิกถอนใบอนุญาตชัวร์ แต่ทั้งหมดก็เสี่ยงหมดอนาคตทำช่องดาวเทียม ด้านเจ๊ติ๋มไม่แถลงข่าวแต่กลับส่งทีมกฎหมายตอบคำถาม พร้อมยืนยันจุดยืนไม่แคร์ 15 วันจอดำ

ทั้งนี้ หากบ.ไทยทีวี ยุติการออกอากาศหรือปล่อยให้จอดำ ก่อนได้รับมติจากกสท. จะต้องมีความผิดและได้รับโทษตามประกาศ กสทช.เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555 ที่ระบุให้การสิ้นสุดจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด หากไม่ปฏิบัติตาม คณะกรรมการมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตได้ โดยผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ในการจัดให้มีมาตรการเยียวยาผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ

อีกทั้ง หากบ.ไทยทีวี ยุติการออกอากาศเองโดยไม่ได้รับอนุญาตและถึงขั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาตนั้น จะส่งผลต่อเนื่องไปยังคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการที่จะขอใบอนุญาตดำเนินกิจการต่อไป ซึ่งบ.ไทยทีวี มีช่องทีวีดาวเทียมในครอบครองอีก 1 ช่อง คือ ช่องมิสทรี หากถูกเพิกถอนใบอนุญาตทีวีดิจิตอล อาจส่งผลไปยังช่องดาวเทียมด้วย เพราะประกาศ กสทช.เรื่องคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาต ระว่า ผู้ประกอบกิจการจะต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาก่อน ซึ่งจะถูกติดชื่อใน blacklist 3 ปี ที่ไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบกิจการอีกได้ แถมอย่างไรก็ตาม กสทช.ก็จะได้เงินครบจำนวนอยู่ดีตามการันตรีของทางธนาคารกรุงเทพ ซึ่งสุดท้ายรัฐก็ได้เงินครบเต็มจำนวน

 

ยกเลิกใบอนุญาตตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของ ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการธุรกิจ พ.ศ.2556 

 

กฎหมายข้อดังกล่าวระบุให้ ผู้ที่ยกเลิกใบอนุญาตจะต้องโดนยึด หนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน หรือ แบงก์การันตี ซึ่งทำไว้ตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตหลังการประมูล โดยเป็นอัตรา 100% ของเงินค่าประมูล ทั้งนี้ แบงก์การันตีในงวดแรกผู้ประกอบการทุกรายได้จ่ายไปแล้วพร้อมกับค่างวดเมื่อ 24 พ.ค.57 ทำให้หาก บริษัท ไทยทีวีจะยกเลิกใบอนุญาต จะต้องถูกยึดแบงก์การันตีในส่วนที่เหลือในงวดที่2-งวดที่ 6 ใน 2 ช่องรายการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,634.4 ล้านบาท ซึ่งจะยึดทีละงวดจนครบจำนวน

 

 

ภาพ : กระทู้เก่า pantip มค.58   "เจ๊ติ๋ม" ปัดข่าวขายช่อง! ''ทีวีพูล' ยันบริหารเอง แม้ขาดทุน

 

การลงทุนคือความเสี่ยง เสี่ยงแล้วเจ๊งปิด(จอ)ไปซะเลย

 

ภิญโญ รู้ธรรม หนึ่งในผู้อำนวยการสถานีไทยทีวี ที่ร่วมแถลงข่าว ได้กล่าวว่า มองว่าการลงทุนคือความเสี่ยง ซึ่งพิจารณาตั้งแต่ต้นแล้ว ซึ่งยอมรับว่าตอนนี้ 1 ปีที่ผ่านมา มีความเจ๊งอยู่จริง แต่ก็ไม่ทั้งหมด เราไม่มีการเลย์ออฟพนักงานตามข่าว ยืนยันที่จะยุติออกอากาศในแพลตฟอร์มดิจิตอลทีวีแน่นอน ตามกำหนดเวลาที่ระบุไปในหนังสือยื่นไปยังกสทช. คือ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ 25 พ.ค.58 แต่ในส่วนแพลตฟอร์มอื่นเรายืนยันเช่นกันว่าจะออกอากาศต่อไป ทั้งในดาวเทียม แอพพลิเคชั่น เว็บไซต์ต่างๆ 

ภิญโญ กล่าวด้วยว่า ยืนยันสินทรัพย์ที่จะจ่ายในส่วนของเงินที่ทำแบงค์ไว้ เพียงแต่คิดว่าหยุดทำเรื่องนี้แต่หันไปทำอย่างอื่น ยังมีทางอื่นให้เดิน และมีอิสระในการเรียกร้อง ไม่กลัวอิทธิพล 

 

สรุปทางเลือกแล้ว ไทยทีวียืนยันที่จะยุติการออกอากาศทางแพลตฟอร์ดิจิตอลทีวีภายใน 15 วัน ตามกฎเพื่อเป็นทางออก อีกทางหนึ่งถ้าพูดให้เข้าใจแบบภาษาชาวบ้านมีหลายคนบอก "ไปเช่าที่เขาแต่ขายของไม่ได้ คุณเองก็ต้องจ่ายค่าเช่าอยู่ดี" ประมาณนี้เอง รายละเอียดข่าวเพิ่มเติม : กสทช. เผย บ.ไทยทีวี ขอยกเลิกใบอนุญาตและเลิกกิจการได้ แต่เงินประมูลยังต้องจ่ายครบ 

Share this Article: