เครือข่ายภาคประชาชน เตรียมเสนอ สนช.ถอดถอนกรรมการกสท.ลงมติหุ้น SLC

เครือข่ายภาคประชาชน เตรียมเสนอต่อสนช. เพื่อให้ถอดถอนกรรมการ กรณีที่ กสท.ลงมติเรื่องหุ้นเอสแอลซี (SLC)

แหล่งข่าวเอดีเอสแอลไทยแลนด์รายงาน วันที่ 26 มี.ค.58  สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช. ) สุวรรณา จิตต์ประภัสร์ ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน ยื่นหนังสือต่อ สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกสทช.  เพื่อขอให้ยกเลิกมติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กรณีบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998)จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) เกินกำหนดไม่ผิดกติกา ซึ่งเป็นการเปิดทางให้ควบรวมสื่อได้ 
 
ทั้งนี้ ได้ยื่นหนังสือเสนอให้กสท.ยกเลิกมติดังกล่าว โดยให้ยึดมั่นเจตนารมณ์ของกฎหมายและการปฎิรูปสื่อเพื่อเป็นประโยชน์สาธารณะ และให้เคารพต่อหลักเกณฑ์ก่อนการประมูลทีวีดิจิตอล ที่กำหนดห้ามให้ถือหุ้นไขว้ในสื่อดิจิตอลเกิน10% รวมถึงนำมาปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยหากไม่ดำเนินการทบทวน ทางเครือข่ายฯจะถอดถอนกสทช. ต่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)
 
 
สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. กล่าวว่า ในวันที่ 30 มี.ค.58 นี้ กสท. จะมีการลงมติว่าจะรับรองการพิจารณาดังกล่าว และจะให้สำนักงาน กสทช. ไปตรวจสอบระเบียบการประชุมว่า การไม่ออกเสียงต้องนำมารวมในการลงมติด้วยหรือไม่ หลังจากนั้น หากไม่มีกรรมการลงมติรับรองผลการประชุมวันที่ 23 มี.ค.58 ที่ผ่านมา ก็อาจต้องมีการพิจารณาและนำเรื่องดังกล่าวมาลงมติอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีการงดออกเสียงมาก่อน
 
สำหรับผลการประชุม เมื่อวันที่ 23 มี.ค.58 ที่ผ่านมา กสท. ได้พิจารณาการมีผลประโยชน์ร่วมกันของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล กรณีที่บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ 1998 จำกัด (มหาชน ) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ช่องสปริงส์นิวส์  ได้เข้าไปซื้อหุ้น 12.27 %  ในบริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน ) หรือ เอ็นเอ็มจี นั้นไม่ขัดต่อประกาศหลักเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิตอล  เนื่องจากเป็นการบังคับใช้เฉพาะตอนประมูลเท่านั้น ไม่มีผลต่อผู้รับใบอนุญาตหรือหลังจากประมูลเสร็จไปแล้ว
 
 
 
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติ 2:2:1 คือ จึงไม่สามารถลงความเห็นเป็นมติที่ประชุมได้เพราะเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมดที่ต้องมีมติ 3 เสียง จึงจะถือเป็นมติเสียงข้างมากได้  โดยความเห็น 2 เสียงประกอบด้วยสุภิญญา กลางณรงค์ และธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ เห็นว่ามีความผิดฐานครอบงำสื่อ ส่วนอีก 2 เสียงคือ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ และ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า งดออกเสียง  ส่วนพล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ  เห็นว่าไม่เข้าข่ายครอบงำกิจการเพราะผู้ถือหุ้นที่มีส่วนในการตัดสินใจของบริษัทต้องถือหุ้นในสัดส่วน 25% ไม่ใช่ 12.27%
Share this Article: