อีกทางเลือกช่อง 3 "ไม่ออกคู่ขนานแต่เลือกบางรายการที่เข้าเงื่อนไขใบอนุญาต"

กสทช. หาทางออก เสนอทางเลือก..ช่อง 3 หากไม่ต้องการออกอากาศ 100% แต่เลือกบางรายการที่เข้าเงื่อนไขใบอนุญาตทีวีดิจิตอล โดยยังคงต้องหารือเพิ่มอีก 2-3 ครั้ง

 

 

 

ภาพประกอบจาก :  ช่อง3อนาล็อกเรื่องเด่นเย็นนี้ 'ช่อง 3 จะจอดำบนดาวเทียม-เคเบิล?' 

แหล่งข่าวเอดีเอสแอลไทยแลนด์รายงาน เมื่อวันที่ 30 ก.ย.57 เวลา 10.00 น. ที่อาคารเอ็กซิมแบงก์ ตัวแทนบริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด ซึ่งได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ยื่นหนังสือต่อพ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อขอให้ คณะกรรมการ กสท. เข้าร่วมหารือในแนวทางแก้ไขปัญหาการออกอากาศของช่อง 3 อนาล็อก และช่อง 3 ดิจิตอล หลังศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาเมื่อวันที่ 26 ก.ย.57ที่ผ่านมา โดยมี พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ เป็นผู้รับหนังสือ

ต่อมาเวลา 17.00 น. ตัวแทนช่อง 3 นำโดย ประสาร มาลีนนท์, ฉัตรชัย เทียมทอง, ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ และสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ เข้าหารือกับกรรมการ กสท. ได้แก่ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท., สุภิญญา กลางณรงค์, ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์, พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า ขณะที่พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ ติดภาระกิจดูงานที่ประเทศเยอรมนี 

 
สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้หารือกันและตนได้ชี้แจงรายละเอียดมติที่ประชุม กสท.เมื่อวันที่ 29 ก.ย.57 โดยอธิบายในส่วนของมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 อีกครั้งว่า มติของที่ประชุมที่ออกไปนั้นจะทำให้ไม่ขัดต่อมาตรา 9 แน่นอน เนื่องจากกสท.จะดูในส่วนของอำนาจในการควบคุมกิจการ และการนำเนื้อหา หรือคอนเทนต์ จากช่องอนาล็อกที่จะมาออกอากาศในช่องดิจิตอล ซึ่งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาตของดิจิตอลที่ได้รับไป โดยบริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จะต้องเป็นผู้เสนอผังรายการเข้ามาว่าจะนำส่วนใดมาออกอากาศบ้าง 
 
ทั้งนี้ มาตรา 9 ระบุว่า ใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ได้รับอนุญาต จะโอนแก่กันไม่ได้ ผู้รับใบอนุญาตจะต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง การแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตามพ.ร.บ.นี้กำหนด เป็นส่วนของกฎหมายที่ระบุชัดว่า จะต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง 
 
อย่างไรก็ตาม ลักษณะเช่นนี้ไม่ได้เป็นการออกอากาศคู่ขนานแบบเดียวกับช่อง 7 ช่อง 9 เนื่องจากเป็นการเลือกเพียงเนื้อหารายการบางส่วนของผังรายการที่เข้ากับหลักเกณฑ์มาออกอากาศ แต่ทั้งนี้หากช่อง 3 จะนำรายการทั้งหมด 100% มาลงก็ยินดี ทำได้ แต่เบื้องต้นให้ยึดตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตเป็นหลัก ซึ่งกสท.จะดูการประกอบกิจการของบีอีซี มัลติมีเดีย เพราะเป็นผู้ได้ใบอนุญาต ส่วนเรื่องเนื้อหารายการนั้นจะเป็นการซื้อมาจากบริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือเป็นการผลิตเอง ก็ให้เป็นการคุยกันภายในของกลุ่มบริษัทบีอีซี ซึ่ง กสท.เองไม่สามารถเข้าไปตัดสินให้ได้ 
 
สุภิญญา กล่าวต่อว่า ท่าทีของการหารือในครั้งนี้เป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งตัวแทนช่อง 3 ได้เข้าใจชัดเจนในหลังการของมติที่ประชุมดังกล่าวแล้ว ว่าไม่ขัดต่อมาตรา 9 แต่ยังคงกังวลในเรื่องของลิขสิทธิ์ธุรกิจ อาทิ การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ว่าจะไปผิดสัญญากับบริษัทที่เป็นพันธมิตรหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้ตนมองว่า ช่อง 3 จะต้องไปพูดคุยหาข้อตกลงกันเอง อย่าผลักภาระการบริหารงานภายในมาให้กสท. 
 
"ยืนยันว่ามติของกสท.ล่าสุด เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วกับช่อง 3 เราไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้ใครได้ หรือจะขยับล้ำเส้นไปมากกว่านี้ เพราะจะไม่เป็นธรรมกับรายอื่นที่ได้ออกคู่ขนานไปก่อนหน้านี้ และไม่เป็นธรรมกับทีวีดิจิตอลรายอื่นด้วย ต่อไปก็เหลือเพียงการตัดสินใจของช่อง 3" นางสาวสุภิญญา กล่าว
 
พ.อ. นที  ศุกลรัตน์ ประธานกสท. กล่าวว่า เป็นการหารือที่มีทิศทางที่ดี และอาจมีการหารือเพิ่มเติมหลังจากนี้ โดยตัวแทนช่อง 3 ที่เข้าร่วมวันนี้ จะต้องกลับไปหารือกับผู้บริหารท่านอื่นในบริษัทอีกครั้ง คาดว่าจะมีทางออกที่ดีก่อนวันที่ 11 ต.ค.57นี้  โดยตนมองว่า การฟ้องร้องนั้นไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด คงไม่มีใครอยากให้เรื่องไปจบกันที่ศาล ยืนยันว่ากลไกที่กสท.มีอยู่คือ การสร้างความประนีประนอม เจรจากันได้ เพราะกติกาที่มีอยู่นั้นคือ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลทีวีด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่วิธีบังคับ 
 
สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กล่าวว่า หลังจากวันนี้ที่ได้หารือกกัน จะต้องกลับไปศึกษาถึงเงื่อนไขต่างๆ โดยละเอียดก่อนเพราะยังคงมีเวลาอยู่ แม้จะไม่มาก ซึ่งแนวทางที่กสท.ให้มาจะนำไปพิจารณาแต่ก็ไม่สามารถทำได้ทันที ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าไม่ขัดต่อกฎหมายและทำได้ ไม่กระทบต่อธุรกิจ อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีการหารือหลังจากนี้อีก 2-3 ครั้ง 
 
"ยังกังวลในส่วนของลิขสิทธิ์บางรายการ เนื่องจากธุรกิจโทรทัศน์ มีหลายรูปแบบ มีทั้งการซื้อรายการมา ผลิตเอง การแบ่งเวลาให้เช่า ซึ่งทางเราเองก็ยินดีที่จะออกคู่ขนานหากทำได้ อยากให้วิน-วิน โซลูชั่นทั้งคู่ แต่ส่วนหนึ่งก็เชื่อว่าหากมติออกมาดังกล่าว และย้ำชัดว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย ก็เชื่อแบบนั้น แต่ขอตรวจสอบรายละเอียดของเงื่อนไขผังรายการก่อน" สุรินทร์ กล่าว

 

Share this Article: