หัวเว่ย หนุนรัฐดิจิตอล อีโคโนมี ชี้ฟิกซ์บรอดแบนด์-ไวไฟ ขับเคลื่อนการใช้งานไอซีที

หัวเว่ย หนุนรัฐบาลนโยบายดิจิตอล อีโคโนมี (Digital economy) นำฟิกซ์บรอดแบนด์-ไวไฟ (Fix broadband-Wifi) เป็นตัวขับเคลื่อนการใช้งานไอซีที ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ส่งต่อความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับโลก ให้กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบังมอบทุนการศึกษา พร้อมโอกาสในการศึกษาดูงานและการบรรจุเข้าทำงานในอนาคต

 

 

เฉิน รุ่ย กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ถือเป็นช่วงเวลาที่ถูกต้องในการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของไทยในรูปแบบเศรษฐกิจ ดิจิตอล หรือ ดิจิตอล อีโคโนมี บริษัทพร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือรัฐบาลในการเดินหน้าแผนงานดังกล่าวในทุกด้าน ทั้งการให้ความรู้ แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับภาครัฐ รวมไปถึงการร่วมกับบริษัทเอกชน ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้กับประเทศผ่านโครงข่าย 3จี และ 4จีในอนาคต

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะเดินหน้านโยบายดิจิตอล อีโคโนมี ได้คือ 1.การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีให้กับประเทศ 2.การบริการต้องเพิ่มโอกาสการเข้าถึงและคุณภาพต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมีความเสถียรเพียงพอ ซึ่งแม้ประเทศไทยอาจจะมีความล่าช้าอยู่บ้างตั้งแต่การเปิดให้บริการ 3จีแต่ในส่วนตัวเห็นว่า แม้จะไม่เร็วเหมือนประเทศอื่นแต่ก็ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และมีราคาถูกลง สามารถช่วยประหยัดต้นทุนและวางแผนการวางโครงข่ายได้ดีมากยิ่งขึ้น 

สำหรับในไทยการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เป็นตามแผนนโยบายนั้น น่าจะใช้ 2 เทคโนโลยีนี้ในการพัฒนาคือ 1.อินเทอร์ความเร็วสูงประจำที่ (ฟิกซ์ บรอดแบนด์) และ 2. บริการไว-ไฟ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้คนเข้าถึงเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้งานต้องการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเกือบจะตลอดเวลาผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งในไทยเองคาดว่าในปี 2557 นี้น่าจะมีออกมาในตลาดไม่ต่ำกว่า 14 ล้านเครื่อง

นอกจากนี้ หัวเว่ยได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (สจล.) ลงนามข้อตกลงโครงการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและวิชาการ รวมถึงการสนับสนุนพัฒนาการทำงานในสายอาชีพ ให้กับนักศึกษา สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงแขนงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. เป็นระยะเวลา 2 ปี และได้มอบทุนการศึกษา 2 ปี ให้กับนักศึกษา 4 ราย ซึ่งความร่วมมือนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมของหัวเว่ยทั่วโลก ภายใต้โครงการ บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งหัวเว่ย ประเทศไทย ได้ดำเนินการจัดโครงการแลกเปลี่ยนความรู้ และจัดหาผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่ผู้บรรยายพิเศษให้กับสถาบันการศึกษา รวมถึงการฝึกอบรมวิชาชีพให้กับนักศึกษาไทยกว่า 1,000 คน ทั้งนี้ ในแต่ละปีหัวเว่ยได้ใช้งบประมาณ 10% ของรายได้ ด้านการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) 

 
ผศ. ดร. คมสัน มาลีสี คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง กล่าวว่า "จากความร่วมมือกับหัวเว่ยในครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทาง
ด้านการเข้าถึงเทคโลยีระดับโลก ได้รับความรู้โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพในอุตสาหกรรม รวมถึงได้รับโอกาสเข้าไปฝึกงานที่หัวเว่ยทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริงในองค์กรชั้นนำของโลก ซึ่งประโยชน์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้กับนักศึกษาของเรา"
 

ภายในปี 2558 หัวเว่ยเตรียมการที่จะขยายความร่วมมืออย่างเป็นทางการในด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศไทย 10 แห่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะสนับสนุนทางด้านการศึกษา และความมุ่งมั่นในการจัดทำกิจกรรมเพื่อสังคมตอบแทนกลับคืนสู่สังคมไทย

 

 

Share this Article: