หัวเว่ย ประกาศยุทธศาสตร์ผนึกพันธมิตร เสริมช่องทางการจัดจำหน่าย ขยายโอกาสธุรกิจรับปี 2015

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานประชุมร่วมกับพันธมิตรประจำปี “Huawei Partner Summit 2015” ผลักดันแผนธุรกิจเสริมแกร่งช่องทางการจัดจำหน่าย  ภายใต้แนวคิด Connecting Together, Creating Tomorrow โชว์วิสัยทัศน์ผนึกคู่ค้าร่วมกันพัฒนาบริการและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ  ชู โซลูชั่นเด่น ขยายโอกาสเกาะติดตลาดใหม่ สานเป้าหมายการเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 40% 

 

ซ่ง ตันผิง (Ms Song Danping) ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทเตรียมพร้อมสำหรับการสนับสนุนพันธมิตรคู่ค้าในประเทศไทย เพื่อเกาะติดโอกาสการเติบโตทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ยังคงมีแนวโน้มดีอย่างต่อเนื่องในปี 2015  ผ่านโซลูชั่นหลัก ด้าน ที่จะให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น ได้แก่ 1. Agile Campus สถาปัตยกรรมเครือข่ายแบบรวมศูนย์ พร้อมระบบซอฟต์แวร์บริหารจัดการจากส่วนกลาง ช่วยยกระดับบริการเครือข่ายให้รวดเร็ว คล่องตัว และปลอดภัยยิ่งขึ้น  2. Agile Branch โซลูชั่นสำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่มีส่วนปฏิบัติการหลายสาขารวมทั้งศูนย์บริการเคลื่อนที่ ตลอดจนเพิ่มความเชื่อมั่นทางธุรกิจด้วยโซลูชั่นด้าน ไอ ที  3. Active-Active Data Center โซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ เพิ่ม 4. High performance computing  ระบบประมวลผลขั้นสูง  5. Safe City โซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยสำหรับเมือง ด้วยการผสานการทำงานระหว่างระบบกล้องวงจรปิดแบบ HD เชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายบรอดแบนด์ผ่านโทรศัพท์มือถือ (eLTE)  เพื่อการสื่อสารและสั่งงานผ่านวิทยุสื่อสารทั้งภาพและเสียงอย่างทันท่วงที  6. FTTX  โซลูชั่นเทคโนโลยีการส่งผ่านข้อมูล ทรานมิสชั่นบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตผ่านสายใยแก้วนำแสง

 

โดยในปี 2015  บริษัทมองตลาดที่มีศักยภาพในประเทศไทยไว้ที่  กลุ่ม คือ ลูกค้าภาครัฐ, สถาบันการเงินและประกันภัย (FSI), การศึกษา, สาธารณูปโภค, ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต, ภาคขนส่ง, สาธารณสุข  และอุตสาหกรรมสิ่อ มีเดีย โดยเฉพาะ กลุ่มแรกนั้นจะเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนสูง

 

ปัจจุบันกลุ่มกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ของหัวเว่ย ในประเทศไทย มีการเติบโตต่อปีไม่ต่ำกว่า 40% ถือเป็นอัตราโตที่เร็วกว่าการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งอยู่ในระดับ 30-35%ต่อปี ขณะเดียวกัน ยังมีแนวโน้มเติบโตเร็วขึ้นอีกในปีต่อไป ด้านรายได้รวมของบริษัท ติดอันดับท็อป ของหัวเว่ย ในตลาดกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

เดเรก ชางลีกัง  ผู้อำนวยการฝ่ายช่องทางจำหน่าย บริษัทเดียวกัน กล่าวว่า  หัวเว่ยให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านพันธมิตรคู่ค้า โดยในภาพรวมทั่วโลกช่องทางนี้มีการเติบโตต่อเนื่องราว 40% ทุกปี ขณะที่ ในส่วนของประเทศไทย ในช่วงตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันมีอัตราขยายตัวต่อปีเกือบ 200% ซึ่งประเทศไทย ถือเป็นตลาดสำคัญของหัวเว่ย ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งจากขนาดของตลาด และศักยภาพการเติบโตใหม่ๆ

 

“เดิมเรามีฐานลูกค้าสำคัญที่เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายหลักๆ ในไทย แต่ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2014 เราเริ่มเห็นโอกาสจากตลาดใหม่ๆ ได้แก่ กองทัพ, สาธารณสุข และภาคการศึกษา ปัจจุบันเราได้เข้าไปสนับสนุนโซลูชั่นบางด้านให้กับกองทัพอากาศด้วยขณะที่ปี 2015 บริษัทจะให้ความสำคัญกับการนำเสนอโซลูชั่นที่โฟกัสแยกตามรายอุตสาหกรรมด้วย รวมทั้งจะเพิ่มความสนับสนุนให้พันธมิตรคู่ค้า มีความเชี่ยวชาญตามรายอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยแต่ละรายสามารถเลือกโซลูชั่นที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อขอรับการสนับสนุนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นจากหัวเว่ย”

 

พร้อมกันนี้ ได้ชูกลยุทธ์ 4e  เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตตามเป้าหมายนี้ ได้แก่ Enhance ยกระดับทักษะความสามารถของคู่ค้าตามกลุ่มธุรกิจ,   Entrust  สร้างระบบนิเวศน์ทางการตลาด (ecosystem),  Efficiency สนับสนุนการนำไอทีไปใช้เป็นเครื่องมือช่วยธุรกิจ (IT Tools) และ Expand ขยายฐานตลาด   

 

สำหรับปี 2014 หัวเว่ย มีพันธมิตรคู่ค้าทั่วโลกมากกว่า 6,000 ราย  สร้างสัดส่วนรายได้กว่า 70% ของรายได้รวม ขณะที่ ในประเทศไทย ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพันธมิตรคู่ค้าเป็นกว่า 200 รายในปี 2015  และคาดหมายว่าจะสร้างสัดส่วนรายได้ให้กว่า 70% 

 

ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวเสริมว่า บริษัทมีนโยบายสนับสนุนงบการตลาดเพิ่มขึ้นในปีหน้า เพื่อส่งเสริมแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภคปลายทางยิ่งขึ้น โดยงบส่วนหนึ่งจะจัดสรรเป็นงบสนับสนุนพันธมิตรคู่ค้าโดยตรง โดยเพิ่มจากสัดส่วน 8% ของยอดขายที่คู่ค้าทำได้เป็น 10%

 

 “หัวเว่ยมุ่งเน้นสนับสนุนพันธมิตรคู่ค้า เพื่อสร้างการเติบโตไปพร้อมกันในอนาคต ด้วยนวัตกรรมไอซีทีที่ก้าวล้ำเหนือกว่าคู่แข่ง โดยในปีที่ผ่านมา เราได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีราว 10% ของรายได้ทั้งหมด สำหรับในปี 2015 นี้ ก็จะยังเดินหน้าร่วมมือกับคู่ค้านำเสนอนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสการตลาดและการเติบโตทางธุรกิจต่อเนื่อง ไปพร้อมกับการพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายให้แข็งแกร่ง เสริมด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ใช้งานง่าย และคล่องตัวเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจและวิถีชีวิตของประชาชนคนไทย ”  ผู้บริหารกล่าว

 

นอกเหนือจากการประชุมแล้ว ภายในงานยังมีนำเสนอโซลูชั่นของกลุ่มพันธมิตรคู่ค้าด้วย อาทิ บริษัท ECS นำเสนอโซลูชั่น Micro DC Solution บริษัทกนกสิน นำเสนอโซลูชั่น  UPS Solution และบริษัท Point I นำเสนอโซลูชั่น Cloud Solution, Fusion Sphere เป็นต้น

Share this Article: