สรุปจากเสวนา Thailand Smart City คุณพร้อมหรือยังกับการใช้ชีวิตในเมืองอัจฉริยะ

หลายคนยังคงสงสัยอยู่ว่า คำว่า Smart City คืออะไร (อธิบายความหมายสักหน่อย)
อาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัวสักนิด แต่รู้ไหมว่า มีการใช้งานที่ต่างประเทศมาสักพักแล้ว และมันกำลังเข้ามาในประเทศไทย

อย่างที่เรารู้กันว่า Smart City เป็นจุดเริ่มต้นที่ขานรับนโยบาย Digital Economy แต่ความจริงนั้นมันต้องมีการปรับปรุงหลาย ๆ จุด ซึ่งต้องมาตั้งคำถามว่า คุณพร้อมหรือไม่ ซึ่งเนชั่นร่วมกับ อินเทล(ประเทศไทย) ได้จัดเสวนาหัวข้อ Thailand Smart City ขึ้นมา เราจึงนำมาฝากผู้อ่านให้รู้เหมือนเรา


Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ คำนิยามนี้หมายถึงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับเมืองเพื่อให้เกิดการใช้ชีวิตให้สะดวกสบายขึ้น และประชาชน/พลเมือง เข้าถึงบริการของเมืองได้รวดเร็ว สร้างความปลอดภัยมากขึ้น เมื่อคนมีจำนวนมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารเมือง จึงเป็นทางเลือกที่ดีอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้การมาของ Internet Of Things จะส่งผลให้เกิดการผลักดันในเรื่องของการทำ Smart City มากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีทั้งหมดมีผลกับชีวิตเรา และเมื่อรวม ๆ กันแล้วมันส่งเสริมเกื้อกูลกันอยู่

ตัวอย่างที่ Smart City ที่ได้คิดกันเช่น Smart Remote Control ติดตัวผู้สูงอายุ เวลาที่หายตัวจะมีการแจ้งเตือน หรือเหตุฉุกเฉินเป็นต้น ซึ่งเทศบาลตำบลแสนสุข ในชลบุรี มีการพลักดันที่จะทำให้เป็น Smart City จะเริ่มมีทั้ง Smart Tourism เพื่อให้คนที่อยู่ต่างเมือง ได้รับรู้ข้อมูลที่เหมาะสม รวมถึงสามารถร้องเรียนเมื่อมีเหตุอันควรได้ ซึ่งข่าวดีคือจะมาให้ใช้ในไตรมาส 4 นอกจากนี้ยังมีจุดที่เสี่ยง ๆ ได้มีการติดตั้งตู้แดงอัจฉริยะ ให้ตำรวจนำ Smart Phone เช็คอินในตำบลแสนสุขอีกด้วย


ขณะที่เรื่องการขนส่งมวลชน โดยเฉพาะ Taxi แม้ว่าประเทศไทยจะมีป้าย Taxi อัจฉริยะ ที่ Taxi ไม่ค่อยเข้าไปจอด เนื่องจากคนส่วนใหญ่ นิยมโบก ซึ่งส่งผลทำให้รถติดมากขึ้น ถ้าเป็นประเทศสิงคโปร์ที่เป็นต้นฉบับของป้าย Taxi อัจฉริยะ นิยมกว่า จึงเห็นได้ว่า การปลูกฝั่งให้คนรู้เรื่องเทคโนโลยี และมีจิตสำนึกถึงการโบกรถที่ทำให้รถติดเช่นเดียวกัน

แม้แนวคิดจะดีและสิ่งที่พูดมานั้นอาจจะเกิดขึ้นจริง แต่การที่จะทำให้ Smart City จะเสถียรและมั่นคงเราคงต้องบอกว่าในเรื่องความปลอดภัยต่อการ Hack ระบบอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แค่ใส่ใจในการดูแลเรื่องภัยคุกคามด้วยเช่นกัน และเรื่องของพลังงานที่ต้องกังวลในเรื่องของไฟดับ ทุกวันนี้ในเรื่องไฟฟ้าประเทศไทยเสถียรมากขึ้นทำให้ไม่กังวล อีกสิ่งคือ เรื่องการปลูกฝั่งคนให้เข้าใจในเรื่องเทคโนโลยี และเทคโนโลยีที่เลือกมาจะต้องเน้นการใช้งานได้จริงมากกว่า ล้ำสมัยแต่ใช้ยาก


สุดท้ายนี้ Smart City ไม่ใช่ภาครัฐที่ต้องผลักดัน แต่ความจริงนั้น ทุกภาคส่วนตั้งแต่ เอกชน องค์กรบริหารส่วนตำบล หรือ เทศบาล จังหวัดสามารถผลักดันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ แม้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องใช้เวลา ถึงจะเห็นความคุ้มค่ากับการที่ลงทุนไปและทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน จนได้ชื่อว่า Smart City ที่ใช้งานได้จริง

ที่มาของเนื้อหาจาก #ThailandSmartCity ใน Twitter

Share this Article: