ศาลปกครองฯไม่รับคำฟ้องสหภาพฯทีโอทีค้านคืนคลื่น 900 MHz ให้ กสทช.

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ 1934/2558 ระหว่าง สหภาพแรงงานฯ บมจ.ทีโอที (ผู้ฟ้องคดี) กับ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) กับพวก รวม 24 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) (คดีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดสิทธิการใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ของบมจ.ทีโอที) และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

 

แหล่งข่าวเอดีเอสแอลไทยแลนด์รายงานว่า...คดีนี้ สหภาพฯทีโอที ขอให้ศาลปกครองพิจารณาชี้ขาดว่า สิทธิการใช้คลื่นความถี่ของ บมจ.ทีโอที ตามความที่บัญญติไว้ในมาตรา 87 ของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553  และบทเฉพาะกาลมาตรา 71 วรรค 1 ของพ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 จะสิ้นสุดเมื่อใดระหว่างวันที่ 3 ส.ค.68 ตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 หรือ วันที่ 30 ก.ย.58 ตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 หมวด 4 เงื่อนไขเฉพาะรายบริการ บริการโทรคมนาคมเคลื่อนที่ (รหัสบริการ 3-2-6)

 

ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.58 บมจ.ทีโอที เสียสิทธิการใช้งานคลื่นความถี่ 900 MHz หากศาลชี้ขาดให้สิทธิการใช้คลื่นความถี่ยังเป็นของบมจ.ทีโอที ต่อไป ก็ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดี คือ คณะกรรมการ กสทช., เลขาธิการ กสทช. และ อดีตคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ชดเชยระยะเวลาที่บมจ.ทีโอทีไม่สามารถใช้ประโยชน์ในคลื่นความถี่ 900 MHz ได้ ด้วยการขยายระยะเวลาอายุใบอนุญาตออกไปเท่ากับระยะเวลาที่เสียสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ 900 MHz จนถึงวันที่ศาลปกครองมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด

 

แต่หากศาลชี้ขาดให้สิทธิการใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ของ บมจ.ทีโอที สิ้นสุดพร้อมกับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ก็ขอให้สั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกถอนหรือแก้ไข"เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 หมวด 4 เงื่อนไขเฉพาะรายบริการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่(รหัสบริการ 3-2-6) แก้ไขครั้งที่ 1 ฉบับลงวันที่ 6 พ.ค.53 และข้อ3.2 ให้สอดคล้องกับสิทธิการใช้คลื่นความถี่ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตของบมจ.ทีโอทีด้วย

ศาลได้ตรวจพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสำนวนคดีนี้ รวมทั้งกฎหมายระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยแล้ว เห็นว่า การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในการนำคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ออกประมูลในวันที่ 15 ธันวาคม 2558 หาได้มีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ฟ้องคดีแม้ว่าผู้ฟ้องคดีจะมีฐานะเป็นสหภาพแรงงานของ บมจ.ทีโอที ก็เป็นเป็นเพียงนิติสัมพันธ์ระหว่างกันตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 เท่านั้น โดยการเจรจาต่อรองกันในเรื่องของผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างและการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันซึ่งกรณีดังกล่าวอาจทำให้ผลประโยชน์ของการเจรจาต่อรองของผู้ฟ้องคดีลดน้อยลงจากการที่ บมจ.ทีโอที ไม่ดูแลปกป้องผลประโยชน์ขององค์กรแต่ก็ไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในการนำคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ออกประมูล ซึ่งหากผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการละเลยของนายจ้างหรือผู้บริหารรัฐวิสาหกิจจะทำให้องค์กรได้รับความเสียหายก็สามารถกระทำได้โดยการร้องเรียนต่อผู้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจนั้นๆ 

 

ดังนั้น เมื่อการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มิได้มีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ใช่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่จะมีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครอง ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542

Share this Article: