วิเคราะห์ปัญหา : TCAS ปฏิวัติระบบแอดมิชชั่นไทยหรือความวุ่นวายทางไอทีในระบบการศึกษายุค 4.0

ความยุ่งเหยิงของระบบแอดมิชชั่น TCAS วงในเปิดประเด็นก.ศึกษาธิการขาดงบว่าจ้างบุคลากรหรือไม่ หรือมีงบแต่หายไปไหนไม่เพียงพอ ทั้งที่เป็นระบบใหม่ ภาพรวมนักวิชาการบ่นอุบ  จนเป็นเหตุให้มีปัญหาด้านไอทีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีการจ้างผู้ชำนาญการเฉพาะทางในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ไม่มีคนนอกร่วมทำงาน คณะกรรมการทปอ.ยังเป็นหน้าเดิมของกระทรวงฯ ซึ่งไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากพอ 

นายกฯ แถลงงบประมาณ ปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ต่อ สนช. 7 มิ.ย. 61 กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งงบสูงสุด 4.89 แสนล้านบาท แต่ถูกตัดลดลงจากปีที่แล้ว 2.11 หมื่นล้านบาท (กระทรวงศึกษาธิการ 489,789,574,500 บาท ลดลงจากปีที่แล้ว 21,172,238,100 บาท ที่มา : PPTVHD36.Com) สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งหรือไม่ ที่ระยะต่อไปยังจะส่งผลเสียลุกลามในการขาดบุคลากรช่วยงานในระบบการศึกษา เฉพาะอย่างยิ่งการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีความสำคัญของหลายคน การวางระบบไอทีที่เกิดปัญหากับ clearing house ของ TCAS (Thai University Central Admission System) เท็จจริงประการใด ควรเป็นระบบมีความปลอดภัยสูง มีมาตรฐานมากกว่านี้ แม้จะเป็นครั้งแรกที่ปรับปรุงจากเอนทรานซ์แบบเดิมก็ตาม

 

ความเห็นจากบุคลากรผู้เชี่ยวชาญวงการไอทีไทยต่อระบบ TCAS

ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ตําแหน่ง ผู้อํานวยการสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) กล่าวว่า ไม่ค่อยเข้าใจในระบบสอบมหาวิทยาลัยรุ่น TCAS ว่าเป็นอย่างไร ทำไมจึงต้องเปิดสอบหลายรอบ สงสารเด็กและผู้ปกครองอาจมีความสับสน สมัยตนเองเรียน มศ.5 รุ่นสุดท้ายและไปสอบ Entrance ตอน มศ.4 สมัยนั้นสอบครั้งเดียวเลือกได้ 6 อันดับ ไม่มีเลยการนำระบบไอทีมาใช้ ถ้าเป็นเนื้อหา มศ 5 ก็เลือกกา ข้อ ก) ทั้งหมด สมัยนั้นมี วิศวฯแค่ 8 สถาบัน จะสอบเข้าได้ก็น่าจะได้คะแนนเกิน 200 จาก 400
 
“ผ่านมา 36 ปี ผมก็ยังเห็นนักวิชาการการศึกษาจัดระบบการสอบใหม่ จัดรูปแบบใหม่ไม่รู้กี่รอบ บ้างก็บอกว่าลดความเครียดของเด็ก บ้างก็อ้างคุณภาพของเด็กที่จะเข้าเรียน บ้างก็บอกว่าจะลดความเลี่อมล้ำ สุดท้ายผมกลับเห็นความวุ่นวายมากขึ้น ผู้ปกครองและเด็กเครียดขึ้น คุณภาพเด็กก็ลดลง ผมว่านักการศึกษาบ้านเรานั้นละครับคือตัวปัญหา ที่ทำให้ระบบมันวุ่นวาย จริงๆเด็กเขาไม่เครียดหรอกครับ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงระบบไปมาไม่รู้กี่รอบแล้ว ระบบ entrance อย่างที่ผมเคยสอบก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แม้จะเป็นการสอบรอบเดียว  คนสอบไม่ติดก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิดหรือเอกชน ผมเห็นจบออกมาได้ดิบได้ดีมากมาย คนสอบ Entrance ติดก็ใช่ว่าทำให้เขาประสบความสำเร็จในทันทีทันใด หนทางชีวิตอีกยาวไกล นักการศึกษาทั้งหลายนั้นละคือปัญหากลัวคณะตัวเองไม่มีคนเรียน สาขาไม่มีคนเรียน เลยจัดระบบปรับเปลี่ยนไปมาจนเด็กเครียด”
 
นอกจากนี้  อ. ธนชาติ  ยังกล่าวผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวด้วยว่า เห็นข้อมูลผู้ปกครองที่ส่งมาให้ดูเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย วิธีการสอบ การรับเด็ก ค่าใช้จ่าย เกณฑ์การรับ มีการต้องเดินสายสอบกันมากมายเต็มไปหมด แถมยังมีต้องไปสอบที่ต่างประเทศเพื่อเอาคะแนนมายื่นเพราะสนามสอบบ้านเราเต็ม ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามันสร้างความลำบากและยุ่งยากกับผู้ปกครองถึงเพียงนี้ ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ไม่เคยทราบขั้นตอนที่ละเอียดในการรับนักศึกษา รู้ยังไม่ครบ ระบบใหม่ดูยุ่งยาก แต่พอเห็นแล้วเริ่มพูดอะไรไม่ออก  
 
 

 

อ.ปริญญา หอมเอนก ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กรรมการและเลขานุการ TISA (สมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ) กล่าวกับ Adslthailand ว่า  “ผมมองในด้านไอทีและวิธีการจัดการระบบแอดมิชชั่น tcas ว่า หน่วยงาน ทปอ มีการปรับเปลี่ยนมาตลอด เริ่มตั้งแต่สมัยยังเป็น ทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งการทำระบบที่มีผู้แทนของหลายมหาวิทยาลัย มาทำงานร่วมกัน ไม่มีเจ้าภาพเป็นมหาลัยใดมหาลัยหนึ่ง ทำให้กระบวนการสั่งการทำได้ค่อนข้างจำกัด ในแง่ของ chain of command และ authority ของประธาน หรือ เลขา ทปอ. 

อ.ปริญญา แชร์แง่คิดในด้านกระบวนการทำงานของ ทปอ ที่อยากให้ปรับปรุง ถ้าสามารถปรับเปลี่ยนได้ คือ การนำ PPT concept มาประยุกต์ใช้

โดย P ตัวแรก คือ people หมายถึงบุคลากรไอทีที่ทำงานอยู่ ควรมีองค์ประกอบที่จำเป็นให้ครบถ้วน อาทิ ควรจัดให้มีฝ่าย security และ ฝ่าย audit ในการตรวจสอบระบบ หรือมีการ outsource ผู้เชี่ยวชาญ security หรือผู้ตรวจสอบภายนอก โดยให้ความสำคัญเรื่องบุคลากรพอๆกับการให้ความสำคัญในการลงทุนกับเทคโนโลยี เช่น การลงทุนในฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์

P ตัวที่สอง คือ process หมายถึง ไม่ใช่เพียงกระบวนการรับสมัครนักเรียน แต่ ควรมีกระบวนการเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยด้วย การป้องกันแฮกเกอร์ การทำ penetration testing การตรวจสอบ source code ของ web application และบอร์ด ทปอ ควรมีองค์ประกอบของผู้เชี่ยวชาญภายนอก มาช่วยคิดช่วยแชร์ความรู้ ในการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยของระบบ รัฐบาลควรว่าจ้าง ผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาเจาะระบบเพื่อทดสอบ ต้องเป็นการทดสอบที่เข้มข้น ยกตัวอย่าง ระบบธนาคารทุกวันนี้ยังต้องมีการทดสอบเจาะระบบเพื่อสร้างความมั่นใจ แต่ทปอ. อาจไม่มีการทำ penetration testing อย่างเต็มรูปแบบ จึงอาจสุ่มเสี่ยงต่อการเจอภัยมืดที่ไม่คาดฝัน

T ตัวสุดท้าย คือ technology  ในปัจจุบัน ทปอ. กำลังเผชิญกับ attack vectors และ threat agents ใหม่ๆ บางครั้งแฮกเกอร์ที่ไม่มีความชำนาญ แต่สมัยนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือการเจาะระบบที่มีประสิทธิภาพสูง แฮกเกอร์สมัครเล่นสามารถถล่มระบบระดับชาติได้ไม่ยากนัก 

“เนื่องจากอนาคตของเด็กทุกคนคือความหวังของพ่อแม่ ระบบจำเป็นต้องมีความละเอียดรอบคอบในมุมมองด้าน Cybersecurity และ Privacy  ควรทำระบบให้มีมาตรฐานรองรับที่เป็นสากล สรุปได้ว่า tcas ควรมีการปรับปรุงตาม PPT concept ดังกล่าว การเกิดปัญหาที่ผ่านมาไม่มีใครอยากให้เกิด ควรมองปัญหาเป็น lesson learn ที่ต้องปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในครั้งต่อไป”

 

อย่างไรก็ตาม Adslthailand  อยากให้ภาคการศึกษาไทย ตลอดจนรัฐบาลหันมาให้ความสำคัญพัฒนาการศึกษามากยิ่งขึ้นให้เทียบเท่าต่างชาติ โดย adslthailand ได้รวบรวมข้อมูลรูปแบบการศึกษาจากประเทศชั้นนำทั่วโลกมาเป็นกรณีศึกษา ได้แก่

 

ระบบการศึกษาประเทศฟินแลนด์ 

เป็นการออกแบบการศึกษาตั้งแต่ปี 2513 เป็นระบบการศึกษาที่ให้นักเรียนมีประการร่วมกับคุณครู เนื่องจากครูประจำชั่นจะอยู่กับผู้เรียนเป็นระยะเวลาหลายปี ครูจะเป็นผู้พัฒนาศักษภาพเด็ก โดยระบบการเรียนการสอนเริ่มตั้งแต่ ระดับอนุบาลจำนวน 1 ปี แล้วตามด้วยระบบโรงเรียนเป็นจำนวน 9 ปี หลังจากนั้นมีทางเลือก 2 ตัวคือโรงเรียนมัธยมสายวิชาการหรืออาชีวศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 53% เลือกไปสายวิชาการ 

 

โดย 2 ปีสุดท้ายก่อนเข้านักเรียนจะเข้าระบบมหาลัยนักเรียนสามารถเลือกแผนการศึกษาเองได้ ไม่มีการกำหนดชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนมุ่งเน้นไปด้านที่นักเรียนมีความสนใจ บางคนสามารถเรียนวิชาการมุ่นเน้นไปที่สาขาวิทยาศาสตร์, ศิลปะ, การกีฬา เป็นต้น

 





โดยนักเรียนมัธยมปลายทุกคน ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้บังคับถึงวิชาแกนที่นักเรียนทุกคนต้องเรียนคือ ภาษาสวีเดนและฟินแลนด์ เนื่องจากทั้ง 2 ภาษาเป็นภาษาประจำชาติของประเทศฟินแลนด์ ส่วนสายวิชาแบ่งเป็น คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ , มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ศาสนาหรือจริยธรรม , การศึกษาทางกายภาพและสุขภาพ , วิชาศิลปะอื่นๆ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ไม่เน้นเนื้อหาแต่ทางกระทรวงต้องการพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์การจัดการและนวัตกรรมให้แก่นักเรียน

 

วิธีการประเมินผล ทางกระทรวงได้มีนโยบายในการประเมินอย่างสม่ำเสอมเพื่อให้นักเรียนสามารถปรับหลักสูตรการเรียนให้ดีที่สุด ซึ่งใช้ระบบ PISA เพื่อวัดการศึกษาก่อนจบมัธยมปลาย

หลังจากนั้นจึงใช้ระบบการศึกษาผ่านข้อสอบชุดข้อสอบกลางคือ  The National Matriculation Exam เพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัย 

โดยแบ่งการสอบเป็น 4 ด้านคือ

1. สอบภาษากลางคือ ภาษาสวีเดนและฟินแลนด์ 

2. ต้องสอบวิชาภาษาที่ 3 อย่างน้อย 1 ภาษา  ( รวมกันต้องสอบอย่างน้อย 3 ภาษา )

3. วิชาคณิตศาสตร์

4. การศึกษาทั่วไป เช่นวิชามนุษยศาสตร์, วิชาศิลปะ เป็นต้น

ซึ่งจะมีการสอบมีการทำข้อสอบทักษะการตอบคำถาม การเรียนความ สำหรับวิชาการสอบภาษาจะมีการสอบทั้งทักษะการฟัง การเขียน และการอ่าน 

นักเรียนในประเทศฟินแลนด์ ได้รับการเรียนการสอนน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศ OECD โดยได้รับการสอนเพียง 600 ชั่วโมงต่อปีเมื่อเทียบกับ 1,080 ชั่วโมงในกลุ่มประเทศ OECD 

 

โดยส่วนใหญ่นักเรียนจะอยู่กับคุณครูในชั่นเรียนคนเดียวอยู่หลายปี ทำให้ครูทราบถึงศักยภาพของเด็กทั้งภูมิหลังทางด้านสังคมและเศรษฐกิจของครอบครัว เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างถูกต้อง

 

ความพิเศษของการสอบของประเทศฟินแลนด์ระบบ Digital Matriculation Examination

โดยนักเรียนสามารถสอบระบบ Digital Matriculation Examination เป็นครั้งแรกในปี 2016 ตั้งแต่การสอบวิชาภาษาเยอรมัน, วิชาภูมิศาสตร์ รวมถึงวิชาคณิตศาสตร์ ผ่านเทคโนโลยีที่เป็นดิจิตอลทั้งภาพ เสียง โดยผู้เข้าสอบสามารถนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เข้าห้องสอบ หรือเป็นการยืมอุปกรณ์เหล่านี้จากโรงเรียนโดยที่จะมีการตั้งค่าข้อสอบบนเบราเซอร์ที่บันทึกการตั้งค่าเท่านั้น ซึ่งสามารถส่งข้อสอบให้กรรมการทราบทันที

 

 

ระบบการศึกษาของ UK (UK Education System)

ระบบการศึกษาในอังกฤษ หรือ UK แบ่งระดับการเรียนออกเป็น 4 ช่วง คือ ​Primary Education, Secondary Education, Further Education และ Higher Education เด็กจะต้องได้รับการเรียนตามกฎหมาย โดยภาคบังคับคือ Primary และ Secondary Education โดยอายุในการเรียนทั้ง 4 ช่วง คือตั้งแต่ 5 ปี ถึง 16 ปี

Key Stage 1: 5 ถึง 7 ปี
Key Stage 2: 7 ถึง 11 ปี
Key Stage 3: 11 ถึง 14 ปี
Key Stage 4: 14 ถึง 16 ปี

โดยช่วงที่ 1 และ 2 คือภาคบังคับ จนถึง 11 ปี แล้วก็เข้ามัธยม คือช่วงที่ 3 - 4

เด็กนักเรียนที่จบการศึกษาในแต่ละช่วง ช่วงที่สำคัญที่สุดคืออายุ 16 ปี จะมี GCSE หรือ General Certificate of Secondary Education คือจะต้องจบการศึกษาและได้รับการรับรอง จึงจะเข้าเรียนใน Further Education ได้

ในขณะที่ Further Education จะต้องจบการศึกษา Secondary Education จะมีทางเลือกในการศึกษาเพื่อต่อไปยังระดับ A-Levels, GNVQ's, BTEC เพื่อวางแผนการศึกษาในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย

 

ที่มาข้อมูล : 

https://www.internationalstudent.com/study_uk/education_system/

finland.fi  ncee  ylioppilastutkinto.fi  ylioppilastutkinto  yle

 

Share this Article: