รมว.ไอซีที เผย คนร.เห็นชอบแนวทางตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเทเลคอมแห่งชาติ

รมว.ไอซีที เปิดเผย คนร.เห็นชอบแนวทางตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเทเลคอมแห่งชาติ โดยมีเอกชนสนใจร่วมลงทุนซัพมารีนเคเบิ้ลระหว่างประเทศ 5 ราย นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีข่าวที่ตนถูกข่มขู่ทางการเมือง

 

อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยรายละเอียดว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาระบุว่ามีรัฐมนตรีในรัฐบาลถูกข่มขู่ให้ออกจากตำแหน่ง ซึ่งมีการรายงานว่ามีชื่อ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และชื่อตนอยู่ด้วยนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีการโทรมาข่มขู่แต่อย่างใด มองว่าการเมืองก็คือการเมือง เพียงเท่านั้น และอาจเป็นเพราะช่วงนี้ใกล้วันลงประชามติเลือกตั้ง จึงอาจทำให้มีกระแสข่าวออกมา

 

     

ส่วนความคืบหน้าโครงการลงทุนเพื่อขยายซัพมารีนเคเบิ้ลระหว่างประเทศนั้น รัฐบาลยังคงเปิดกว้างนอกจากให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เป็นแม่งานแล้ว เบื้องต้นมีเอกชนที่สนใจเข้าร่วมแล้ว 5 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส  ,บริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ,บริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการหารือกันว่าจะระดมทุนในลักษณะใด จัดตั้งกองทุนดีหรือไม่ เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ และในช่วงต้นปี 2560 จะได้เห็นการลงทุนอย่างแน่นอน

 

     

สำหรับโครงการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงใหมู่บ้านนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการมาถึงส่วนร่างของเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ ทีโออาร์ โดยจะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า อีกทั้งตอนนี้ได้จำนวนหมู่บ้านที่ไม่ทับซ้อนกับการทำงานของ กสทช.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีจำนวน 40,000 หมู่บ้าน คาดว่าในปีแรก มิ.ย.2559-มิ.ย.2560 จะสามารถติดตั้งได้ 16,000 หมู่บ้าน และเชื่อว่าภายในสิ้นปี 2560 จะติดตั้งได้ครบ 40,000 หมู่บ้าน ทั้งนี้ อีกโครงการที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน คือ ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งมีการปรับปรุงให้เชื่อมโยงกับเครือข่ายของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) รวมถึงเรื่องอี-คอมเมิร์ส

 

     

อย่างไรก็ตามทั้ง 3 โครงการดังกล่าวจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลมีพื้นฐานโครงสร้างที่มั่นคง เป็นโครงการหลักที่จะสร้างความสนใจให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุน ซึ่งรัฐบาลมีแผนที่จะเชิญโพวายเดอร์ด้านคอนเท้นต์มาลงทุนสร้างเซิร์ฟเวอร์ในไทยอยู่แล้ว ดังนั้น เบื้องต้นโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งความท้าทายของ 3 โครงการนี้ คือ การประสานงานให้เชื่อมโยงกันและดำเนินงานได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้

 

     

"นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(คนร.) ได้เห็นชอบในหลักการเรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งจะมีการหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ว่าจะเลือกรูปแบบจัดตั้งลักษณะใด และจะใช้งบประมาณอย่างไร เนื่องจากก่อนหน้านี้ กระทรวงได้งบประมาณในการติดตั้งอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน 15,000 ล้านบาท และ ในงบประมาณรอบที่ 2 อีก 5,000 ล้านบาท อาจอยู่ในส่วนโครงการซัพมารีนเคเบิ้ล ซึ่งต้องหารือกันว่า หากจัดตั้งกองทุนแล้ว จะนำงบส่วนนี้มารวมกันหรือไม่ อย่างไร ต้องมีการศึกษาอย่างละเอียด" รมว.ไอซีที กล่าว

Share this Article: