รมว.ไอซีที เผยแนวคิดเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลแบบก้าวกระโดด สู่ปี 2020

รมว.ไอซีที เผยภายในปี 2017 โมบายอินเทอร์เน็ตและบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จะเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารของผู้คนทั่วโลกด้วยแอปพลิเคชั่นบนมือถือ และภายในปี 2020 จะมีอุปกรณ์ที่สร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมกว่า 75 พันล้านเครื่อง จะเกิดขึ้นพร้อมกับการเชื่อมระบบออนไลน์เข้าด้วยกัน

 

 

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังร่วมการเสวนาของคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารมวลชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เรื่อง “การสร้างความรู้ความเข้าใจนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ว่า จากการที่รัฐบาลแถลงต่อสนช. เกี่ยวกับนโยบายพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมีแนวทางส่งเสริมภาคเศรษฐกิจดิจิทัลและวางรากฐานของเศรษฐกิจให้เริ่มขับเคลื่อนได้อย่างจริงจัง ซึ่งจะทำให้ทุกภาคเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นการผลิตและการค้าผลิตภัณฑ์ดิจิทัลโดยตรงทั้งผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์โทรคมนาคม และการใช้ดิจิทัลรองรับการให้บริการของภาคธุรกิจ การเงินและธุรกิจบริการอื่น ๆ รวมทั้งภาคสื่อสารและบันเทิง ตลอดจนการใช้ดิจิทัลรองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก้าวหน้าไปได้ทันโลกและสามารถแข่งขันในโลกสมัยใหม่ได้  เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลส่งผลกระทบโดยตรงในทุก ๆด้าน หลายประเทศจึงให้ความสำคัญและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ

 

“ข้อมูลจากเว็บไซต์อเมซอน (Shaun Ray of AWS Amazon) ระบุว่า เทคโนโลยีที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลจะเพิ่มความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยภายในปี 2017 ประชากรโลกทั้งหมดสามารถติดต่อสื่อสารถึงกัน โดยผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Mobile Internet & Broadband Internet)  ซึ่งข้อมูลร้อยละ 90 ที่ใช้ประโยชน์ทางอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันถูกพัฒนาและสร้างขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี่เอง บ่งบอกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ดังนั้น จึงคาดการณ์ว่าทุกสิ่งจะเกิดการเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต (Internet of Things) ซึ่งจะทำให้เครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างๆ สามารถเชื่อมโยงกัน โดยคาดว่าภายในปี 2020 อุปกรณ์อัตโนมัติ (Automation) ที่ถูกสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม (Creating Innovation) จะมีจำนวนมากกว่า 75 พันล้านเครื่อง

         

 ทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)และไทยแลนด์ 4.0 ต่อไป ซึ่ง สนช.เข้ามามีส่วนร่วมในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการพิจารณากฎหมายเพื่อใช้เป็นกฎระเบียบในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนาประเทศทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ทันยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเกิดความเท่าเทียมและสามารถป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้” ดร.อุตตม กล่าว

 

Share this Article: