รมว.กระทรวงดีอี วอนทำความเข้าใจ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ พร้อมสานต่องานดิจิทัลเกตเวย์อาเซียน

รมว.กระทรวงดีอี ชี้ความเสียหายที่เกิดจากแฮกเกอร์ วอนทำความเข้าใจ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ให้ละเอียดก่อน พร้อมสานต่องานค้าง-เดินหน้าไทยเป็นดิจิทัลเกตเวย์อาเซียน

พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวว่า กระแสการต่อต้านพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ... โดยนำไปเชื่อมโยงกับประเด็นซิงเกิ้ลเกตเวย์นั้น ขอยืนยันว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้ไม่มีเรื่องที่หลายคนกังวลแน่นอน ไม่ต้องกลัวว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาแอบดูข้อมูลส่วนตัว เพราะร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงให้เกิดการคุ้มครองผู้ใช้มากขึ้น

ทั้งนี้ ในเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ได้มีการปรับปรุงจากกฎหมายเดิม อาทิ เอามาตราที่มีการตีความผิดๆ ที่นำไปใช้กับการหมิ่นประมาทออกไป เพิ่มกรรมการกลั่นกรองเข้ามาตรวจสอบถ่วงดุล ดูแลไม่ให้กระทบสิทธิเสรีภาพ มีการยกเว้นโทษผู้ให้บริการเมื่อได้ทำตามแนวทางที่ยอมรับได้ และเพิ่มเติมให้มีการเปรียบเทียบปรับในความผิดที่มีโทษสถานเบา เพื่อไม่ให้ประชาชนติดในกระบวนการยุติธรรมที่ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่าย

อีกทั้ง กรณีที่มีแฮกเกอร์ป่วนในเว็บไซต์ของราชการนั้น มองว่า อยากเห็นสังคมที่เน้นทำมาหากินมากกว่า และไม่ใช้เทคโนโลยีมาทำลายกัน ใช้ในทางที่ผิด ทำให้เกิดความเสียหาย แม้จะเป็นความเสียหายแบบยุงกัด ก็ตาม ก็ไม่ควรเกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือ สร้างความเข้าใจและรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงที่ไปอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านคนจะต้องปรับวิธีคิดและการทำงานให้ตามทันความเปลี่ยนแปลง ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ 90% สร้างประโยชน์ให้สังคม และยอมรับว่า ยังมี 10% ที่คลุมเครือ แต่ถึงอย่างนั้น ร่างดังกล่าวผ่านวาระ 3 มา ยังมีเวลาอีก 120 วัน ซึ่งจะให้มีการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม สร้างความเข้าใจที่ชัดเจนและนำมาปฏิบัติอย่างมีประโยชน์ที่สุด

สำหรับประเด็นคณะกรรมการกลั่นกรองที่มาจากคัดเลือกโดยรัฐมนตรีนั้น ต้องทำความเข้าใจว่า ขั้นตอนคัดเลือกมีกระบวนการอย่างเป็นธรรมและจะหาคนที่ดีที่สุดจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาทำงาน อาทิ นักสื่อมวลชน นักมนุษยชน นักวิชาการด้านไอที ซึ่งอยากให้เข้าใจกัน

ส่วนการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงดีอี ยอมรับว่า เป็นงานที่หนักพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามจะทำให้ดีที่สุด โดยสานต่องานเดิมที่ค้างคาอยู่ และสร้างความเป็นปึกแผ่นให้เกิดขึ้นในกระทรวง สร้างการทำงานที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนและต่อยอดซึ่งกันและกัน โดยมองว่าในระต่อๆ ไป ต้องสร้างคนที่มีคุณภาพเพื่อตามให้ทันยุคดิจิทัล เพราะกระทรวงดีอีมีประโยชน์ในการพัฒนาไทย เป็นการสร้างรากฐานให้กับประเทศ โดยปี 2560 จะเน้นที่สร้างรากฐานดิจิทัลให้ชุมชน

ทั้งนี้ ได้ตั้งความหวังให้ไทยเป็นดิจิทัลเกตเวย์ในภูมิภาค จะไม่เป็นแค่ทางผ่านเท่านั้น แต่จะเป็นการสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นและหวังดึงนักลงทุน ผู้ผลิตคอนเท้นต์มาเลือกไทยเป็นที่ตั้ง และสร้างการพัฒนาในรูปแบบแอปพลิเคชั่น สตาร์ทอัพ มีมูลค่าเกิดขึ้น

อีกทั้ง งานแรกที่กระทรวงดีอี จะสานต่อคือ โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน โดยจะมีการลงนามข้อตกลง หรือ เอ็มโอยู ในวันที่ 26 ธ.ค.2559 และต่อเนื่องจนถึงปี 2560 ในหมู่บ้านที่ยังต้องดำเนินการอีก 40,000 หมู่บ้าน เพื่อครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งตอนนี้มีติดตั้งไปแล้ว 50% จากทั้งหมด 79,000 หมู่บ้าน และในกลางปีหน้าจะมีการจัดกิจกรรม เพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศ ซีแอลเอ็มวี (CLMV) คือ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นดิจิทัลเกตเวย์ของอาเซียน

Share this Article:

ADVERTISMENT