ยังไม่ได้ข้อสรุป..เจรจาคลื่นรบกวนชายแดนไทย-ลาวระหว่างดีแทคและELT

กสทช.ชี้การแก้ปัญหาคลื่นรบกวนชายแดนไทย-ลาว ระหว่างดีแทคและ ETL ยังไม่ได้ข้อยุติ เบื้องต้นปรับย้ายคลื่นความถี่เฉพาะบริเวณเวียงจันทน์กับหนองคายและอุดร ขณะที่พื้นที่อื่นต้องหาทางออกร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง 

 

พลอากาศตรี ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานบริหารคลื่นความถี่และภูมิภาค เปิดเผยว่า กรณีปัญหาคลื่นความถี่รบกวนกันบริเวณชายแดนประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ( สปป.ลาว) ระหว่างบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ในระบบ WCDMA850 กับ บริษัท ETLในระบบ E-GSM900 ของสปป.ลาว ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากที่ผ่านมาดำเนินการเฉพาะบริเวณเวียงจันทน์กับหนองคาย และอุดรธานี โดยกำหนดการปรับย้ายช่วงความถี่ไม่ให้ทับซ้อนกันในระยะ 60 กิโลเมตร จากแนวชายแดนเท่านั้น จึงยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

“การรบกวนของคลื่นดีแทค ทำให้ลูกค้าบริษัท 
ELT ซึ่งเป็นโอเปอร์เรเตอร์ของรัฐไม่สามารถใช้งานได้ จนเกิดปัญหาลูกค้าของเขาย้ายออกเกือบหมด ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 2ฝ่ายมีความพยายามในการแก้ปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่มีคลื่นให้ย้าย เพราะทั้ง 2ระบบต่างใช้งานด้านเสียงเหมือนกัน  ” 

ดังนั้นจึงได้มีข้อตกลงในการปรับค่าและวัดผลสัญญาณร่วมกันโดยด่วนต่อไป รวมถึงพื้นที่อื่น ได้แก่ สะหวันนะเขตกับมุกดาหาร ปากเซกับอุบลราชธานี และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่ประชุมคณะกรรมการร่วมทางเทคนิคว่าด้วยการประสานและจัดสรรความถี่คลื่นวิทยุตามบริเวณไทย
-ลาว (JTC) เห็นชอบให้มีการแจ้งการใช้งานคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระยะ กิโลเมตรจากบริเวณชายแดนไทย-ลาว เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการแก้ปัญหาการรบกวนในระยะยาวต่อไปด้วย

นอกจากนี้ ในปี 2558 กสทช.มีแผนจะจัดโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักงานกสทช.เขตของไทยและสปป.ลาว เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจวัฒนธรรมซึ่งกันและกันและง่ายในการเจรจา ประสานงานเรื่องปัญหาเรื่องคลื่นความถี่ระหว่างชายแดน ขณะเดียวกันจะเชิญตัวแทนจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) มาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการประสานงานคลื่นความถี่ ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะบุคลากรในกสทช.แต่จะเชิญตัวแทนจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สปป.ลาว กัมพูชา พม่า รวมถึงประเทศอื่นๆที่สนใจเข้ามาร่วมอบรมด้วย เพื่อมีแนวทางด้านการประสานงานเรื่องคลื่นความถี่ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

Share this Article: