ฟังเสียงจากแท็กซี่ อีกมุมจากคนขับแท็กซี่ กับประเด็นร้อนแท็กซี่สนามบิน

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นร้อนของการขับรถแท็กซี่ ตั้งแต่มีชาวต่างชาติโวยความไม่เป็นธรรม จนถึงการขึ้นค่าเซอร์ชาร์จสนามบิน และค่าวางสัมภาระโดยสารรถแท็กซี่

เราในฐานะผู้โดยสาร น่าเบื่อกับคำว่า ส่งรถ เติมแก็ส รถติด ไม่ไป จนหลายๆคนมีทางเลือกหันมาใช้แอพเรียกรถแท็กซี่ แต่สุดท้าย Uber ก็ไม่มีรถให้เราเรียกใช้บริการแล้ว จากการทดสอบกดเรียกรถหลายที่ ไม่มีรถให้บริการแล้ว ฝั่งคนขับแท็กซี่ เราก็อยากจะรู้ว่า พวกเขาคิดยังไงกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น

เพจ เสียงจากแท็กซี่ - Voice of Taxis เป็นเพจ "เสียงจากคนขับรถแท็กซี่" ที่อาศัย Social Media เป็นกระบอกเสียงเล็กๆ ของชาวแท็กซี่ ที่พยายามจะชี้แจงปัญหาในหลายๆด้าน ในสื่อหลายๆ ช่องทาง เพื่อเป็นกระบอกเสียงแทนคนขับแท็กซี่ทุกคน เราเองในฝั่งผู้โดยสาร ไม่ได้รับรู้ปัญหาของคนขับรถแท็กซี่ แต่กลับถูกปฏิเสธ ถูกเอารัดเอาเปรียบมากมาย จนมองคนขับแท็กซี่แย่แทบทุกคน

แน่นอนว่า แทบจะไม่มีใครเข้าใจหรือเปิดใจรับฟัง คนขับแท็กซี่เลย มีแต่คำด่า คำดูถูก คำเหยียดหยาม เอาแต่หลับหูหลับตาด่าอย่างเดียว นี่คือเสียงจากเพจ เสียงจากแท็กซี่ - Voice of Taxis 

นี่คืออีกมุมมองของคนขับรถแท็กซี่่ ที่มองว่า ผู้โดยสารเอง ก็ไม่ได้คิดถึงหัวอกของคนขับรถแท็กซี่เหมือนกัน ขนสัมภาระมากมาย คนขับดีๆก็เข้ามาช่วยขนของ แต่ของที่เยอะมากขนาดนี้ เข้าใจว่าเป็นชาวต่างชาติ เพราะคนไทย น่าจะจ้างรถรับจ้างกระบะแทน แต่ด้วยความที่ค่าโดยสารถูกกว่า ทำให้รถแท็กซี่ เป็นยานพาหนะที่ทุกคนเรียกให้ขนส่งสินค้าต่างๆตามความต้องการของตนเอง

เรื่องการขนส่งกระเป๋า ปกติผู้โดยสารต่างประเทศจะแบกกระเป๋าคนละ 2 ใบอยู่แล้ว ถ้าไป 3 คน ก็แบก 5-6 ใบ คนขับรถแท็กซี่ อาจจะมองว่าหนัก เยอะ ซึ่งผู้โดยสารได้ซื้อน้ำหนักกระเป๋ากับสายการบินเพิ่มอยู่แล้ว แต่จะต้องจ่ายค่าน้ำหนักเพิ่มให้กับคนขับรถแท็กซี่ด้วยหรือ? ประเด็นนี้น่าติดตาม

ทางเลือกก็คือ ถ้ากระเป๋าเยอะ ก็แบ่งรถแท็กซี่ไปหลายคัน แบ่งเบากันไป หรือถ้าจะไปคันเดียวก็จ่ายค่าน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มเติม แต่ควรอยู่ในความเหมาะสมด้วย

ในมุมของผู้โดยสาร ถ้าคนขับช่วยขนกระเป๋า ยังไงส่วนใหญ่จะให้ทิปคนขับอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับการคิดค่ากระเป๋าเพิ่ม กับค่าทิปที่ให้อยู่แล้ว ถ้าคิดค่ากระเป๋าเพิ่ม ก็ไม่ต้องทิป หรือจะเหมาเลยดี? จะได้แบกกระเป๋าเต็มที่ คนเต็มคันรถไปเลย

ส่วนข่าวที่บอกว่า คสช.สั่งปรับขึ้นค่าเซอร์ชาร์ตแท็กซี่สุวรรณภูมิ จาก 50 เป็น 100 บาท เพื่อแก้ไขปัญหารถแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะสั้นให้ปรับขึ้นค่าเซอร์ชาร์ต จากเดิม 50 บาท เป็น 100 บาท ตอนนี้กำลังดำเนินการ ระหว่างรอการปรับอัตราโครงสร้างการเก็บค่าโดยสารใหม่, แยกเลนการเดินรถของแท็กซี่ ที่ให้บริการในสุวรรณภูมิ ระหว่างรถเล็ก และรถใหญ่ หรือ รถขนาด 2,000 ซีซี ขึ้นไป, ใช้อำนาจตามประกาศกระทรวงคมนาคมที่มีอยู่เดิมให้แท็กซี่รถใหญ่ ปรับขึ้นค่าเซอร์ชาร์ต จากเดิม 50 บาท เป็น 100 บาท ซึ่งเป็นอัตราตามเพดานสูงสุด โดยผลสรุปข้างต้นจะนำไปเสนอต่อกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่ง อีกครั้งในสัปดาห์หน้า 

ถ้าจะให้แฟร์ ก็ต้องสำรวจและสอบถามกันให้ชัดเจน รถแท็กซี่ คิดเป็นระยะทางอยู่แล้ว จำนวนสัมภาระคิดอย่างไร หรือจะเหมาไปเลย ที่มา

จากที่ได้อ่านในเพจ ก็มีเสียงจากคนขับว่า ควรจะมีการจำแนก แยกประเภทของรถ แยกอัตราราคามิเตอร์ตามชนิดของรถ แยกช่วงเวลาที่ให้บริการที่แตกต่างกัน การใช้คำว่า"รถยนต์สาธารณะไม่เกิน 7 ที่นั่ง" มันไม่ได้แยกรถเล็ก หรือรถใหญ่ กรณีที่เกิดขึ้น หากผู้โดยสารขนของเยอะ ก็ควรจะใช้รถใหญ่ อัตราค่าโดยสารต่างกัน 

ตอนนี้ทั้งรถใหญ่ รถเล็ก คิดค่าโดยสารในอัตราเดียวกัน ก็เลยมีเรื่องน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มขึ้นมา เป็นที่มาของการคิดค่าระวางสัมภาระ

ในมุมของการบรรทุกของ คนขับแท็กซี่มองว่า รถแท็กซี่ใช้บรรทุกคน ไม่ใช่บรรทุกของ (ตามพรบ.) ดังนั้นถ้าจะบรรทุกของเยอะก็ควรจะมีค่าใช้จ่ายให้กับคนขับด้วย แต่โดยส่วนตัวผู้เขียนจะให้ทิปคนขับอยู่แล้ว หากมีสัมภาระเยอะ รอติดตามกันต่อไปครับ อย่างไรก็ตาม บทความนี้ เพียงนำเสนอว่า คนขับแท็กซี่ คิดยังไง ผู้โดยสารคิดยังไง แบ่งปันกันได้ครับ

Share this Article: