ผู้ปกก. ค้านมติกสท.ทำกล่องดาวเทียมขาดตลาด พร้อมยื่นหนังสือให้ทบทวน

ประธานชมรมโครงข่ายทีวีดาวเทียมและตัวแทนผู้ประกอบการนำเข้าและผลิตกล่องดาวเทียมเข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการกสทช.เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนมติของกสท. ที่ระบุให้ผู้ให้บริการโครงข่ายดาวเทียมต้องเป็นผู้ออกใบอนุญาตสั่งซื้อให้กับผู้ที่นำเข้าและผลิตกล่องดาวเทียม

 

แหล่งข่าวเอดีเอสแอลไทยแลนด์รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.58 เวลา 14.30 น. มานพ โตการค้า ประธานชมรมโครงข่ายทีวีดาวเทียมและตัวแทนผู้ประกอบการนำเข้าและผลิตกล่องดาวเทียมได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนมติของกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ที่ระบุให้ผู้ให้บริการโครงข่ายดาวเทียมต้องเป็นผู้ออกใบอนุญาตสั่งซื้อให้กับผู้ที่นำเข้าและผลิตกล่องดาวเทียม  เพื่อจัดระเบียบทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ทั้งนี้จากมติทำมีผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าใหม่

 

มานพ โตการค้า ประธานชมรมผู้ประกอบการโครงข่ายทีวีดาวเทียม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้การนำเข้าและผลิตกล่องทีวีดาวเทียมสามารถทำได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการขออนุญาตสั่งซื้อจากผู้ให้บริการโครงข่าย  แต่มติกสท.เมื่อวันที่ 2 มี.ค.58 ระบุว่าจะต้องยื่นขออนุญาตจากโครงข่ายทีวีดาวเทียม ทำให้สินค้าตอนนี้ขาดตลาด ผู้ประกอบการไม่สามารถนำสินค้าใหม่เข้ามาจำหน่ายได้ มีผลต่อผู้ประกอบการถึง 10 ราย หากสถานการณ์ยังเป็นอยู่แบบนี้ เชื่อว่าภายใน 2 เดือนสินค้าที่มีในสต็อคจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าที่เป็นทีวีดาวเทียมประมาณ 15 ล้านรายทั่วประเทศ

 

สมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ต้องการให้ทบทวนมติอีกครั้ง ส่วนเรื่องที่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 4% นั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องจ่าย แต่ถ้าเป็นไปได้ควรลดหย่อนลงมา เพราะการแข่งขันในปัจจุบันมีค่อนข้างสูง ต้องแชร์ตลาดกับกล่องดิจิตอลด้วย ต่างจากเมื่อก่อน

 

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จะรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณรายละเอียด และจะแจ้งให้ทางผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมรับทราบ เนื่องจากมติดังกล่าวเป็นมติของกสท.ตั้งเดือนมี.ค.58 ที่ผ่านมา จึงต้องหารือกับกรรมการกสท.ถึงเหตุผลการลงมติดังกล่าวก่อน

 

สำหรับมติกสท.เมื่อวันที่ 2 มี.ค.58 ได้ระบุว่า ให้มีการกำหนดการเชื่อมโยงระหว่างการนำเข้าและจำหน่ายกล่องรับ สัญญาณเคเบิลทีวี/โทรทัศน์ดาวเทียมกับโครงข่ายของผู้รับใบอนุญาต และกำหนดให้รายได้จากการขายอุปกรณ์กล่องรับสัญญาณ และ อุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับให้บริการบอกรับสมาชิก ทั้งแบบไม่มีค่าบริการรายเดือน/รายปี ให้ถือว่าเป็น รายได้ที่ผู้รับใบอนุญาตต้องนำมาคำนวณค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี ซึ่งก่อนหน้านี้ กสท.ได้มีมติการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรายปี 4% สำหรับผู้ประกอบการที่จำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิก โดยเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 2% ซึ่งคิดจากรายได้รวมจากการประกอบกิจการหากมีรายได้มากกว่า 5 ล้านบาท จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 2% และถ้าไม่ถึง 5ล้านบาท จ่ายค่าธรรมเนียม 1.5%

 

ส่วนอีก 2% จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ  โดยสำนักงาน กสทช.ได้เสนอว่าการมีรายได้จากการจำหน่ายกล่องนั้นก็เป็นส่วนที่มาจากการประกอบกิจการเช่นกัน ซึ่งจะต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีเช่นเดียวกับการประกอบกิจการตามที่ได้ใบอนุญาต

Share this Article: