บ๊อช มั่นใจบริษัทยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไทย ตั้งเป้าขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโต

บ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและการบริการชั้นนำของโลก แถลงข่าวประจำปี ยอดขายรวมในประเทศไทยมูลค่า 10.8 พันล้านบาท (285 ล้านยูโร) คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เล็งสร้างโรงงานผลิตระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในไทยเพื่อยกระดับเทคโนโลยียานยนต์ให้ล้ำหน้า

 

โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการบ๊อช ประเทศไทย กล่าวว่า “ไทยก็ยังคงเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับบ๊อช เราคาดการณ์ว่าความต้องการผลิตภัณฑ์และการบริการต่างๆ จากบ๊อชจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ยอดขายของเราในประเทศไทยมีมูลค่า 10.8 พันล้านบาท (285 ล้านยูโร) คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 22" 

 

ธุรกิจเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมีการขยายงานด้านระบบไฮดรอลิกและโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมในปี 2558 จึงคาดว่าจะมีแนวโน้มของผลการดำเนินงานในทางบวกในปี พ.ศ. 2559 นี้ ในขณะที่ยอดขายจากกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในประเทศในปีที่ผ่านมา แต่กลุ่มธุรกิจด้านพลังงานและเทคโนโลยีการก่อสร้างของบริษัทมีทิศทางที่ดี เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลได้อนุมัติโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานสำคัญๆ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี พ.ศ. 2558 

 

“ทั้งนี้ บ๊อชยังคงเชื่อมั่นในภาพรวมของตลาดไทยว่าจะยังเป็นศูนย์กลางด้านยานยนต์ต่อไป โดยได้ประกาศแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตระบบหัวฉีดเชื้อเพลิง (gasoline injection system)  ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี พ.ศ. 2559 บ๊อชมีแผนลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท ในการสร้างโรงงานแห่งนี้รวมทั้งโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เมื่อแล้วเสร็จ โรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยให้บริษัทผลิตหัวฉีดเชื้อเพลิงได้ถึง 1 ล้านเครื่องต่อปี โดยจะเริ่มการผลิตได้ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2560 ซึ่งการพัฒนาธุรกิจครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างงานได้มากกว่า 800 ตำแหน่งภายในสิ้นปีหน้า” 

โจเซฟ ฮง ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “บ๊อชยังได้วางแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่นี่ด้วย เพื่อพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจด้านยานยนต์และโมบิลิตี้โซลูชั่น ศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งนี้จะดึงเอาวิศวกรที่มีความสามารถจากหลากหลายแขนง โดยเฉพาะสาขาวิศวกรรมยานยนต์และเครื่องกลให้เข้ามาร่วมงานกับเรา"  นี่จึงเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งแรกของบ๊อชในเมืองไทย ตอกย้ำถึงความสำคัญของประเทศไทยต่อกลุ่มบริษัทบ๊อช

 

โวคมาร์ เดนเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบ๊อช กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมในปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทบ๊อชเชื่อมั่นว่ายังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยคาดว่ายอดขายทั่วโลกในปี พ.ศ.2559 จะเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 3-5 เราไม่เพียงตั้งเป้าการเติบโตในส่วนของผลิตภัณฑ์นวัตกรรม แต่ยังรวมถึงบริการที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรม" ในด้านธุรกิจการเชื่อมต่อ (Connectivity Business) บ๊อชได้เน้นไปที่ 3S ได้แก่ อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณหรือเซนเซอร์ (Sensor) ซอฟต์แวร์ (Software) และการบริการ (Service) โดยบริษัทได้ให้บริการที่เชื่อมโยงต่อเนื่องครบวงจร (connected services) มากขึ้น ต่อยอดจากฐานธุรกิจฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่จำนวนมาก” 

 

บ๊อชจึงไม่เพียงแต่ใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมสาขาเฉพาะหรือธุรกิจเฉพาะด้านต่างๆ ด้วย แผนกใหม่ด้านโซลูชั่นการให้บริการระดับโลก (Global Service Solutions division) จึงก่อกำเนิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้  เพื่อตอบรับต่อแนวทางดังกล่าว โดยให้บริการระบบคลาวด์สำหรับ Internet of Things (Bosch IoT Cloud) รวมทั้งระบบบ้านอัจฉริยะ (Bosch Smart Home System) 

 

 

“ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลุ่มบริษัทบ๊อชมียอดขายเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่ารวม 7.3 แสนล้านบาท (1.92 พันล้านยูโร) คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (หรือร้อยละ 2.8 หลังปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) ทั้งนี้ ยอดขายรวมของภูมิภาคคิดเป็นร้อยละ 27 จากยอดขายทั่วโลก ซึ่งยังคงเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา” มร. โวคมาร์ กล่าวทิ้งท้าย

 

Share this Article: